🦒🦒🦒🦒🦒
ถ้าคุณย้อนมาอ่านโพสนี้ในวันที่สายเกินไป
"คุณจะเสียใจไปตลอดชีวิต"
เพราะ ภายในไม่กี่ปีต่อจากนี้ มีโอกาสสูงมาก
ที่เราจะเจอกับวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่
ที่จะทำให้เราไม่พูดถึงวิกฤติโควิด-19 อีกเลยทั้งชีวิต เพราะวิกฤติโควิดจะถือว่า กระจอกและเบามาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เรากำลังจะเจอต่อจากนี้
คนที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ แทบไม่มีใครเคยเจอวิกฤติความรุนแรงระดับนี้ เพราะคนรุ่นที่เคยเจอวิกฤติใหญ่ระดับนี้ส่วนใหญ่ตายไปเกือบหมดแล้ว
และที่สำคัญที่สุด
"รายได้สูงหลายแสน หรือแม้กระทั่งหลักล้านก็ไม่ได้ช่วยอะไรครับ"
ถ้าคุณเตรียมตัวผิด
ชีวิตคุณและครอบครัวก็จะหายนะได้อยู่ดี
========
ก่อนอื่นเพื่อนๆต้องเข้าใจ
ประวัติศาสตร์ของวงจรระบบการเงินโลกก่อน
ไม่งั้นเพื่อนๆจะมืดบอดมากว่า
ตัวเองอยู่ตรงไหน และกำลังจะเจออะไร?
เพื่อนๆต้องเข้าใจก่อนว่าจริงๆโลกของเรา
เหตุการณ์ต่างๆ มันเกิดขึ้นเป็นลำดับ
เหมือนเราพายเรือวนอยู่ในอ่างแบบเรียง
1234 1234 1234 วนไปวนมาแบบนี้เรื่อยๆคับ
ลองศึกษาประวัติศาสตร์ย้อนไปแบบนี้นะ
1. ย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ. 1920-1929
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจทั้งโลกรุ่งเรืองมากผิดธรรมชาติครับ เพราะช่วงนั้นธนาคารกลางของฝั่งสหรัฐได้พิมพ์เงินเร่งอัดฉีดเศรษฐกิจโลกอย่างบ้าคลั่ง เราเรียกยุคนี้ว่ายุค Roaring Twenty ครับ (ใครอยากรู้ว่าช่วงนั้นบรรยากาศเป็นไงลองดูหนัง The Great Gatsby ได้ครับ)
"ช่วงนี้เหมือนเราสูบลูกโป่งให้ระบบเศรษฐกิจ"
2. พอพิมพ์เงินมากเกินไป เศรษฐกิจโลกก็แตกระเบิด และทำให้เศรษฐกิจทั้งโลกถดถอยรุนแรงและยาวนานในปี 1930-1939 ช่วงนี้นับเป็นเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงและยาวนานที่สุด กินระยะเวลาถึง 9 ปี (แค่เราเจอโควิดกันปีสองปีก็ปางตายแล้ว สมัยนั้นเขาเจอกันทีนึง 9 ปี) เราเรียกเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่นี้ว่า The great depression ครับ
"ช่วงนี้เหมือนเราชดใช้กรรม เพราะเศรษฐกิจโลกระเบิด"
3. พอเศรษฐกิจทั้งโลกมันถดถอยรุนแรงยาวนาน เศรษฐกิจทั้งโลกยับนรก มันเลยทำให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นแทบทุกจุดในแทบทุกประเทศทั่วโลก บ้านเมืองโกลาหล เกิดสงครามกลางเมือง (cilvil war) รวมถึงมีการปฏิวัติการปกครองในหลายประเทศบนโลก
ในช่วงนั้น ไทยเราเป็น 1 ในประเทศลูกหลงที่โดนผลกระทบจากพิษของ The great depression เพราะ ค.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475) คณะราษฏร์ก็ได้ใช้ความโกลาหลด้านเศรษฐกิจ เป็นช่องว่างในการยึดอำนาจจากรัชกาลที่ 7 ได้สำเร็จ
4. เมื่อทุกประเทศขัดแย้งกันยาวนานเกิด Cilvil war และการปฏิวัติเละเทะไปทั้งโลก ทุกๆความขัดแย้งทั้งโลก มาประกอบร่างกันมันเลยปะทุเป็นสงครามใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนึง ที่เราเรียก สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกินเวลาจากปี ค.ศ. 1939 -1945
=======
สรุปแบบสั้นๆกระชับ เด็กป.4 ก็เข้าใจได้
1. การพิมพ์เงินอัดฉีดเศรษฐกิจแบบบ้าๆ (1920-1929)
ทำให้เกิด
2. เศรษฐกิจของโลกระเบิดออก และตีกลับเป็นยุคเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงแทน (1930-1939)
3. เศรษฐกิจถดถอดรุนแรง ทำให้แทบทุกประเทศทั้งโลกเกิดสงครามภายใน Civil war รวมถึงการปฏิวัติรุนแรงหลายแห่ง (1930-1939)
4. ทุกๆความขัดแย้งทั้งภายในและระหว่างประเทศทั้งโลกมาผนวกรวมกันเลยเกิดสงครามใหญ่ ปะทุเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นมา (1939-1945)
=====
สั้นแบบสุดไปอีก
1. พิมพ์เงิน
2. เศรษฐกิจถดถอย
3. Civil war + ความขัดแย้งทั้งโลก
4. สงครามโลก
1 ทำให้เกิด 2
2 ทำให้เกิด 3
3 ทำให้เกิด 4
โลกของเรามันจะเป็นแบบนี้ 1234 1234 1234 วนๆไปเรื่อยๆหลายสิบครั้งในประวัติศาสตร์แล้ว
(ตัวอย่างนี้ที่ยีราฟเล่าเป็นแค่ตัวอย่างเดียว จากหลายสิบเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่วนลูปแบบนี้)
ยีราฟเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทำไม?
อ่านดีๆนะโคตรสำคัญ!!!
เพราะ ณ วันนี้ วินาที้ คุณกำลังอยู่ในเสต็ป 1
และโลกกำลังเข้าสู่สเต็ป 2 3 4 ตามมาภายในไม่กี่ปีต่อจากนี้ไงครับ
ใช่แล้วครับ ณ วันนี้ วินาทีนี้
คุณกำลังอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรที่ 1 ที่ธนาคารกลางสหรัฐพิมพ์เงิน QE จำนวนมหาศาลบ้าๆเพื่อเร่งเศรษฐกิจทั้งโลก
และเรากำลังจะเจออะไรต่อ
2. เศรษฐกิจถดถอยรุนแรงทั้งโลก
3. ความขัดทั้งทุกประเทศทั้งโลก
4. สงครามใหญ่
ตาสว่างยัง?
=====
ถ้ายังงง ยีราฟชวนคิดแบบนี้และกัน
- เพื่อนๆเห็นราคาทองคำขึ้นแรงผิดปกติโคตรๆไหมครับ? อันนี้แหละครับสัญญาณว่าระบบการเงินโลกมันใกล้พัง และจะจบวงจรรอบใหญ่แล้ว
- เพื่อนๆเห็นว่าชายแดนไทยเขมร เขารบกันแบบผิดปกติ ทั้งๆที่ไทยเราสงบสุขมานานไหมครับ?
- เพื่อนๆคิดว่าตอนนี้ไทยเรารบกับเขมรคู่เดียวบนโลกหรอครับ? ป่าวเลย ยุโรป ตะวันออกกลางเขารบกันพังยับเยินกว่าเราหลายเท่าครับ
- เพื่อนๆคิดว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไทยมันแย่ เราแย่ประเทศเดียวหรอครับ? ป่าวเลย มันกำลังจะแย่ลงทั้งโลก เพราะเรากำลังเข้าสู่ยุคเศรศฐกิจถดถอยรุนแรงไง
คนที่ตามข่าวการเมืองต่างประเทศเป็นประจำ
จะเข้าใจที่ยีราฟเล่าชัดเจน
ว่าประวัติศาสตร์กำลังจะวนกลับมาซ้ำรอยครับ
นั่นหมายความว่า
"เรากำลังเจอเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่พ่วงมาด้วยสงครามใหญ่"
ถ้าเข้าใจประโยคนี้คือรอดไปครึ่งตัวคับ
พอเห็นภาพและเนอะว่าทำไม
ยีราฟถึงเขียนตอนต้นว่า
เงินเดือนเป็นแสนเป็นล้านก็จะไม่รอด เพราะพอเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงระดับ The Great Depresion มันมาเต็มรูปแบบ มันจะเกิดสภาวะ นึงที่เรียกว่า Cash Crunch เงินสดจะขาดจากระบบทันที
ซึ่งจะทำให้คนตกงานเยอะมาก + ทุกคนจะรายได้ตกรุนแรงและยาวนานทันที
คนที่มีรายได้สูงแต่เงินสดสำรองต่ำ + หนี้เยอะ ก็จะพินาศอยู่ดีครับ
"เงินเดือนสูงไม่ช่วยอะไร"
ถ้าคิดว่า วันนี้ฉันเงินเดือนสูง รายได้ดี
แปลว่า ฉันรอดแล้ว
ถ้าคิดแบบนี้แสดงว่า
"คุณยังไม่เข้าใจอะไรเลยครับ"
เพราะ ต่อให้รายได้สูง
แต่ ถ้าประมาท + งบการเงินไม่แข็งแรง
ก็ไม่รอดอยู่ดีครับ
(เศรษฐกิจที่ว่าแย่ ณ วันนี้ วินาทีนี้ ยังเป็นแค่น้ำจิ้ม หลังจากนี้จะหนักกว่านี้มาก มันจะแรงขนาดที่ว่าเศรษฐกิจพังตอนโควิดจะดูกระจอกไปเลย)
=====
แล้วฉันต้องเตรียมตัวยังไง?
ในวิกฤตินี้มันมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงปนกันครับ คนที่มองอะไรแง่ลบ ก็จะเห็นแต่ทางตัน
แต่คนส่วนน้อยที่ฉลาด มองโลกตามหลักสัจจะความเป็นจริง ก็จะมองเห็นวิธีรับมือวิกฤติ พร้อมคว้าโอกาสทองได้ในเวลาเดียวกัน
1. เงินสดสำรองฉุกเฉินยิ่งมีมากยิ่งดี
*อันนี้สำคัญระดับคอขาดบาดตายครับ*
ขั้นต่ำเอารายได้ต่อเดือนมาคูณ 6 เท่าครับ ถ้าใครมีเงินสดสำรองน้อยกว่านี้ คือเสี่ยงครับ
"ใครมีเกินไม่เป็นไร ยิ่งมีเยอะ ยิ่งดีครับ"
ย้ำนะครับ "ไม่สนรายได้คับ"
รายได้ต่อเดือนสูง แต่เงินสดสำรองต่ำ
แบบนี้ "ไม่รอด" ครับ
แต่หมายเหตุนิดนึง
วิกฤติครั้งนี้แตกต่างกับวิกฤติเศรษฐกิจรอบเล็กๆ อย่าง วิกฤติโควิด หรือ วิกฤติต้มยำกุ หรือวิกฤติซัพไพร์ม ตรงที่ว่า
"รอบนี้ถ้าถือแต่เงินสดเยอะ โดยไม่มีทองคำมาค้ำพอร์ตเลย จะแย่ครับ"
เพราะวิกฤติครั้งนี้เงินจะเสื่อมค่าไวมากไปด้วย
ในทางกลับกัน
"ถ้ามีแต่ทองคำ แต่ไม่มีเงินสด"
อันนี้ก็ตายครับ เพราะขาดสภาพคล่อง
สมดุลระหว่างเงินสดและทองคำเป็นสิ่งที่สำคัญคอขาดบาดตายในวิกฤติครั้งใหญ่นี้
2. ศึกษาเพิ่มว่าทำไมในช่วงสงครามใหญ่มักจะพ่วงวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ตามมาด้วย และสมัยก่อนเขาเตรียมตัวกันยังไง
- ทำไมทองคำถึงสำคัญช่วงสงคราม?
- ทำไมเหตุการณ์ Bank run ถึงชอบเกิด ในสภาวะสงคราม?
- ทำไมอาหารถึงมักแคลนแคลนในช่วงสงคราม
- ทำไมโรคระบาดถึงมักเกิดซ้อนในสภาวะสงครามและยาถึงมักขาดแคลน
3. ทำธุรกิจต่อได้ แต่จงระวังการเป็นหนี้ต่อจากนี้ และขยายธุรกิจด้วยความระมัดระวัง
4. ระวังหุ้นสหรัฐปรับฐานคับ = เป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนหุ้นที่เผื่อเงินสดดีๆ
เอาคร่าวๆแค่นี้ก่อนคนับ
เพราะถ้าพิมพ์หมดทุกอย่างจะยาวมากๆครับ
เพราะ ขนาดยีราฟเล่าให้วงในฟังยังล่อไปหลายชั่วโมงครับ เพื่อนๆสนิทบางทีโทรหาคุยเป็นสัปดาห์ยังไม่จบ ก็มีครับ
แต่ยีราฟจะทยอยมาเล่าให้ฟังในโพสอื่นต่อแน่นอนครับ
โพสนี้เอาแค่เพื่อนๆตาสว่างว่า
"เรามีความเสี่ยงที่กำลังจะเจอเศรษฐกิจถดถอยและสงครามใหญ่"
ก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดีแล้วครับ
ฝากแชร์ให้คนที่เรารักอ่านต่อด้วยน้า
ไม่ต้องตื่นตระหนกครับ
แต่ให้มีสติเสมอก็พอ
วิกฤติหลังจากนี้จะทำให้คุณเรียนรู้ว่า
"โชคดีแค่ไหนที่เราได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย"
❤️ด้วยรักและหวังดี❤️
🦒ยีราฟพารวย🦒
CR ⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://m.facebook.com/100093167907476/photos/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-100000-2000000-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%99-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99/806552965793626/?set=a.232254723223456
คนรายได้ 100,000-2,000,000 บาทต่อเดือน จะถูกกดให้กลายเป็น “คนจน” ภายในไม่กี่ปีต่อจากนี้?
ถ้าคุณย้อนมาอ่านโพสนี้ในวันที่สายเกินไป
"คุณจะเสียใจไปตลอดชีวิต"
เพราะ ภายในไม่กี่ปีต่อจากนี้ มีโอกาสสูงมาก
ที่เราจะเจอกับวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่
ที่จะทำให้เราไม่พูดถึงวิกฤติโควิด-19 อีกเลยทั้งชีวิต เพราะวิกฤติโควิดจะถือว่า กระจอกและเบามาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เรากำลังจะเจอต่อจากนี้
คนที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ แทบไม่มีใครเคยเจอวิกฤติความรุนแรงระดับนี้ เพราะคนรุ่นที่เคยเจอวิกฤติใหญ่ระดับนี้ส่วนใหญ่ตายไปเกือบหมดแล้ว
และที่สำคัญที่สุด
"รายได้สูงหลายแสน หรือแม้กระทั่งหลักล้านก็ไม่ได้ช่วยอะไรครับ"
ถ้าคุณเตรียมตัวผิด
ชีวิตคุณและครอบครัวก็จะหายนะได้อยู่ดี
========
ก่อนอื่นเพื่อนๆต้องเข้าใจ
ประวัติศาสตร์ของวงจรระบบการเงินโลกก่อน
ไม่งั้นเพื่อนๆจะมืดบอดมากว่า
ตัวเองอยู่ตรงไหน และกำลังจะเจออะไร?
เพื่อนๆต้องเข้าใจก่อนว่าจริงๆโลกของเรา
เหตุการณ์ต่างๆ มันเกิดขึ้นเป็นลำดับ
เหมือนเราพายเรือวนอยู่ในอ่างแบบเรียง
1234 1234 1234 วนไปวนมาแบบนี้เรื่อยๆคับ
ลองศึกษาประวัติศาสตร์ย้อนไปแบบนี้นะ
1. ย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ. 1920-1929
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจทั้งโลกรุ่งเรืองมากผิดธรรมชาติครับ เพราะช่วงนั้นธนาคารกลางของฝั่งสหรัฐได้พิมพ์เงินเร่งอัดฉีดเศรษฐกิจโลกอย่างบ้าคลั่ง เราเรียกยุคนี้ว่ายุค Roaring Twenty ครับ (ใครอยากรู้ว่าช่วงนั้นบรรยากาศเป็นไงลองดูหนัง The Great Gatsby ได้ครับ)
"ช่วงนี้เหมือนเราสูบลูกโป่งให้ระบบเศรษฐกิจ"
2. พอพิมพ์เงินมากเกินไป เศรษฐกิจโลกก็แตกระเบิด และทำให้เศรษฐกิจทั้งโลกถดถอยรุนแรงและยาวนานในปี 1930-1939 ช่วงนี้นับเป็นเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงและยาวนานที่สุด กินระยะเวลาถึง 9 ปี (แค่เราเจอโควิดกันปีสองปีก็ปางตายแล้ว สมัยนั้นเขาเจอกันทีนึง 9 ปี) เราเรียกเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่นี้ว่า The great depression ครับ
"ช่วงนี้เหมือนเราชดใช้กรรม เพราะเศรษฐกิจโลกระเบิด"
3. พอเศรษฐกิจทั้งโลกมันถดถอยรุนแรงยาวนาน เศรษฐกิจทั้งโลกยับนรก มันเลยทำให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นแทบทุกจุดในแทบทุกประเทศทั่วโลก บ้านเมืองโกลาหล เกิดสงครามกลางเมือง (cilvil war) รวมถึงมีการปฏิวัติการปกครองในหลายประเทศบนโลก
ในช่วงนั้น ไทยเราเป็น 1 ในประเทศลูกหลงที่โดนผลกระทบจากพิษของ The great depression เพราะ ค.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475) คณะราษฏร์ก็ได้ใช้ความโกลาหลด้านเศรษฐกิจ เป็นช่องว่างในการยึดอำนาจจากรัชกาลที่ 7 ได้สำเร็จ
4. เมื่อทุกประเทศขัดแย้งกันยาวนานเกิด Cilvil war และการปฏิวัติเละเทะไปทั้งโลก ทุกๆความขัดแย้งทั้งโลก มาประกอบร่างกันมันเลยปะทุเป็นสงครามใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนึง ที่เราเรียก สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกินเวลาจากปี ค.ศ. 1939 -1945
=======
สรุปแบบสั้นๆกระชับ เด็กป.4 ก็เข้าใจได้
1. การพิมพ์เงินอัดฉีดเศรษฐกิจแบบบ้าๆ (1920-1929)
ทำให้เกิด
2. เศรษฐกิจของโลกระเบิดออก และตีกลับเป็นยุคเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงแทน (1930-1939)
3. เศรษฐกิจถดถอดรุนแรง ทำให้แทบทุกประเทศทั้งโลกเกิดสงครามภายใน Civil war รวมถึงการปฏิวัติรุนแรงหลายแห่ง (1930-1939)
4. ทุกๆความขัดแย้งทั้งภายในและระหว่างประเทศทั้งโลกมาผนวกรวมกันเลยเกิดสงครามใหญ่ ปะทุเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นมา (1939-1945)
=====
สั้นแบบสุดไปอีก
1. พิมพ์เงิน
2. เศรษฐกิจถดถอย
3. Civil war + ความขัดแย้งทั้งโลก
4. สงครามโลก
1 ทำให้เกิด 2
2 ทำให้เกิด 3
3 ทำให้เกิด 4
โลกของเรามันจะเป็นแบบนี้ 1234 1234 1234 วนๆไปเรื่อยๆหลายสิบครั้งในประวัติศาสตร์แล้ว
(ตัวอย่างนี้ที่ยีราฟเล่าเป็นแค่ตัวอย่างเดียว จากหลายสิบเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่วนลูปแบบนี้)
ยีราฟเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทำไม?
อ่านดีๆนะโคตรสำคัญ!!!
เพราะ ณ วันนี้ วินาที้ คุณกำลังอยู่ในเสต็ป 1
และโลกกำลังเข้าสู่สเต็ป 2 3 4 ตามมาภายในไม่กี่ปีต่อจากนี้ไงครับ
ใช่แล้วครับ ณ วันนี้ วินาทีนี้
คุณกำลังอยู่ในช่วงปลายวัฏจักรที่ 1 ที่ธนาคารกลางสหรัฐพิมพ์เงิน QE จำนวนมหาศาลบ้าๆเพื่อเร่งเศรษฐกิจทั้งโลก
และเรากำลังจะเจออะไรต่อ
2. เศรษฐกิจถดถอยรุนแรงทั้งโลก
3. ความขัดทั้งทุกประเทศทั้งโลก
4. สงครามใหญ่
ตาสว่างยัง?
=====
ถ้ายังงง ยีราฟชวนคิดแบบนี้และกัน
- เพื่อนๆเห็นราคาทองคำขึ้นแรงผิดปกติโคตรๆไหมครับ? อันนี้แหละครับสัญญาณว่าระบบการเงินโลกมันใกล้พัง และจะจบวงจรรอบใหญ่แล้ว
- เพื่อนๆเห็นว่าชายแดนไทยเขมร เขารบกันแบบผิดปกติ ทั้งๆที่ไทยเราสงบสุขมานานไหมครับ?
- เพื่อนๆคิดว่าตอนนี้ไทยเรารบกับเขมรคู่เดียวบนโลกหรอครับ? ป่าวเลย ยุโรป ตะวันออกกลางเขารบกันพังยับเยินกว่าเราหลายเท่าครับ
- เพื่อนๆคิดว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไทยมันแย่ เราแย่ประเทศเดียวหรอครับ? ป่าวเลย มันกำลังจะแย่ลงทั้งโลก เพราะเรากำลังเข้าสู่ยุคเศรศฐกิจถดถอยรุนแรงไง
คนที่ตามข่าวการเมืองต่างประเทศเป็นประจำ
จะเข้าใจที่ยีราฟเล่าชัดเจน
ว่าประวัติศาสตร์กำลังจะวนกลับมาซ้ำรอยครับ
นั่นหมายความว่า
"เรากำลังเจอเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่พ่วงมาด้วยสงครามใหญ่"
ถ้าเข้าใจประโยคนี้คือรอดไปครึ่งตัวคับ
พอเห็นภาพและเนอะว่าทำไม
ยีราฟถึงเขียนตอนต้นว่า
เงินเดือนเป็นแสนเป็นล้านก็จะไม่รอด เพราะพอเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงระดับ The Great Depresion มันมาเต็มรูปแบบ มันจะเกิดสภาวะ นึงที่เรียกว่า Cash Crunch เงินสดจะขาดจากระบบทันที
ซึ่งจะทำให้คนตกงานเยอะมาก + ทุกคนจะรายได้ตกรุนแรงและยาวนานทันที
คนที่มีรายได้สูงแต่เงินสดสำรองต่ำ + หนี้เยอะ ก็จะพินาศอยู่ดีครับ
"เงินเดือนสูงไม่ช่วยอะไร"
ถ้าคิดว่า วันนี้ฉันเงินเดือนสูง รายได้ดี
แปลว่า ฉันรอดแล้ว
ถ้าคิดแบบนี้แสดงว่า
"คุณยังไม่เข้าใจอะไรเลยครับ"
เพราะ ต่อให้รายได้สูง
แต่ ถ้าประมาท + งบการเงินไม่แข็งแรง
ก็ไม่รอดอยู่ดีครับ
(เศรษฐกิจที่ว่าแย่ ณ วันนี้ วินาทีนี้ ยังเป็นแค่น้ำจิ้ม หลังจากนี้จะหนักกว่านี้มาก มันจะแรงขนาดที่ว่าเศรษฐกิจพังตอนโควิดจะดูกระจอกไปเลย)
=====
แล้วฉันต้องเตรียมตัวยังไง?
ในวิกฤตินี้มันมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงปนกันครับ คนที่มองอะไรแง่ลบ ก็จะเห็นแต่ทางตัน
แต่คนส่วนน้อยที่ฉลาด มองโลกตามหลักสัจจะความเป็นจริง ก็จะมองเห็นวิธีรับมือวิกฤติ พร้อมคว้าโอกาสทองได้ในเวลาเดียวกัน
1. เงินสดสำรองฉุกเฉินยิ่งมีมากยิ่งดี
*อันนี้สำคัญระดับคอขาดบาดตายครับ*
ขั้นต่ำเอารายได้ต่อเดือนมาคูณ 6 เท่าครับ ถ้าใครมีเงินสดสำรองน้อยกว่านี้ คือเสี่ยงครับ
"ใครมีเกินไม่เป็นไร ยิ่งมีเยอะ ยิ่งดีครับ"
ย้ำนะครับ "ไม่สนรายได้คับ"
รายได้ต่อเดือนสูง แต่เงินสดสำรองต่ำ
แบบนี้ "ไม่รอด" ครับ
แต่หมายเหตุนิดนึง
วิกฤติครั้งนี้แตกต่างกับวิกฤติเศรษฐกิจรอบเล็กๆ อย่าง วิกฤติโควิด หรือ วิกฤติต้มยำกุ หรือวิกฤติซัพไพร์ม ตรงที่ว่า
"รอบนี้ถ้าถือแต่เงินสดเยอะ โดยไม่มีทองคำมาค้ำพอร์ตเลย จะแย่ครับ"
เพราะวิกฤติครั้งนี้เงินจะเสื่อมค่าไวมากไปด้วย
ในทางกลับกัน
"ถ้ามีแต่ทองคำ แต่ไม่มีเงินสด"
อันนี้ก็ตายครับ เพราะขาดสภาพคล่อง
สมดุลระหว่างเงินสดและทองคำเป็นสิ่งที่สำคัญคอขาดบาดตายในวิกฤติครั้งใหญ่นี้
2. ศึกษาเพิ่มว่าทำไมในช่วงสงครามใหญ่มักจะพ่วงวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ตามมาด้วย และสมัยก่อนเขาเตรียมตัวกันยังไง
- ทำไมทองคำถึงสำคัญช่วงสงคราม?
- ทำไมเหตุการณ์ Bank run ถึงชอบเกิด ในสภาวะสงคราม?
- ทำไมอาหารถึงมักแคลนแคลนในช่วงสงคราม
- ทำไมโรคระบาดถึงมักเกิดซ้อนในสภาวะสงครามและยาถึงมักขาดแคลน
3. ทำธุรกิจต่อได้ แต่จงระวังการเป็นหนี้ต่อจากนี้ และขยายธุรกิจด้วยความระมัดระวัง
4. ระวังหุ้นสหรัฐปรับฐานคับ = เป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนหุ้นที่เผื่อเงินสดดีๆ
เอาคร่าวๆแค่นี้ก่อนคนับ
เพราะถ้าพิมพ์หมดทุกอย่างจะยาวมากๆครับ
เพราะ ขนาดยีราฟเล่าให้วงในฟังยังล่อไปหลายชั่วโมงครับ เพื่อนๆสนิทบางทีโทรหาคุยเป็นสัปดาห์ยังไม่จบ ก็มีครับ
แต่ยีราฟจะทยอยมาเล่าให้ฟังในโพสอื่นต่อแน่นอนครับ
โพสนี้เอาแค่เพื่อนๆตาสว่างว่า
"เรามีความเสี่ยงที่กำลังจะเจอเศรษฐกิจถดถอยและสงครามใหญ่"
ก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดีแล้วครับ
ฝากแชร์ให้คนที่เรารักอ่านต่อด้วยน้า
ไม่ต้องตื่นตระหนกครับ
แต่ให้มีสติเสมอก็พอ
วิกฤติหลังจากนี้จะทำให้คุณเรียนรู้ว่า
"โชคดีแค่ไหนที่เราได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย"
❤️ด้วยรักและหวังดี❤️
🦒ยีราฟพารวย🦒
CR ⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้