ภัยพิบัติที่เกิดในปัจจุบัน มาจากน้ำมือของมนุษย์ไม่ใช่แค่ทำลายธรรมชาติ แต่ทำผิด พระองค์ทรงยุติธรรมยิ่งไม่ทรงลงโทษใครหากเขาไม่ทำผิด แต่ถ้าคนดีไม่เตือนก็มีส่วนที่นิ่งปล่อยให้คนชั่วลอยนวล แต่ในการลงโทษนั้นก็เป็นความเมตตา เพราะอัลลอฮฺทรงให้มนุษย์ได้มีโอกาสสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวจากความผิดนั้น มีคนมากมายคิดได้ หลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตหรือจากภัยพิบัติ และบททดสอบเหล่านั้นถือเป็นโอกาสในการลบความผิดก่อนที่จะกลับไปหาพระองค์
อ่านดำรัสของพระองค์ที่ตรัสกับนบีมูซา (โมเสส) เกี่ยวกับการอดทนต่อบททดสอบ
– “อัลลอฮฺทรงตรัสแก่มูซาว่า “โอ้มูซา จงพอใจเถิด สักเพียงเศษขนมปังจากแป้งข่าวฟ่างซึ่งช่วยสกัดความหิวของเจ้า และเศษผ้าที่เจ้านำไปปกปิดร่างกายของเจ้า จงอดทนต่อภัยพิบัติต่างๆ และเมื่อเจ้าเห็นผลประโยชน์ทางโลกมุ่งมาหาเจ้า เจ้าก็จงกล่าวเถิดว่า ‘แท้จริงเราเป็นของอัลลอฮฺ และเราต้องกลับคืนสู่พระองค์’ นี้เป็นโทษหนึ่งซึ่งถูกเร่งรัดในโลกนี้ และเมื่อเจ้ามองเห็นผลประโยชน์ของโลกนี้ หันหลังไปจากเจ้าและความจนมุ่งมาแทน เจ้าก็จงกล่าวเถิดว่า ขอต้อนรับสัญลักษณ์แห่งคนทำดี” (หะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 177/221 รายงานโดย อัดดัยละมี จากอะบิดดัรดาอฺ)
คนจนมีโอกาสในการทำชั่วน้อยกว่า เพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำมาหากิน มีเงินน้อย โอกาสในการเอาไปใช้ในทางที่ผิดก็น้อยลง เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนสอนใจเรา ให้กลับมาทบทวนว่าทำอะไรผิดต่อพระองค์ หรืออธรรมกับเพื่อนมนุษย์หรือไม่ ให้รีบกลับเนื้อกลับตัว ใกล้จะเดือนรอมฎอนแล้ว ถือเป็นโอกาสในการขัดเกลาตัวเองให้เป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าที่แท้จริง
1. ความผิดและบะลาอฺในอดีตที่อัลลอฮฺลงโทษหรือทดสอบ
"และเรามิได้ส่งนบีคนใดไปในเมืองหนึ่งเมืองใด นอกจากเราได้ลงโทษชาวเมืองนั้น ด้วยความแร้นแค้น และการเจ็บป่วย เพื่อว่าพวกเขาจะได้นอบน้อม" (อัลกุรอาน ซูเราะอัล-อะอฺรอฟ 94)
หมู่ชนในอดีตที่ได้รับบทลงโทษ มีลักษณะคล้ายกัน ดังนี้
– ได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ แต่ไม่นอบน้อม และไม่ขอบคุณ
– นบีเตือนให้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ พระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น แต่กลับเคารพสิ่งอื่น และทำความผิดอื่นๆ ด้วย
หมู่ชนในอดีตที่ได้รับบทลงโทษ เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว เตือนให้เรากลับเนื้อกลับตัว ดังนี้
1. สมัยนบีนูหฺ (โนอา) (เรือจอดเทียบอยู่ใกล้ภูเขาญูดีย์ใกล้กับเมืองอัลมูศิล ในประเทศอิรักปัจจุบัน)
– ปฏิเสธศรัทธา นบีนูห์เผยแผ่หมู่ชนของเขา 950 ปี
– น้ำท่วมโลก
2. พวกอ๊าด (สมัยนบีฮูด)
– มีพละกำลัง
– หยิ่งผยอง
– พายุหนาวเหน็บเสียงดัง
3. พวกษะมูด (สมัยนบีซอและฮฺ)
– สร้างวัง สกัดภูเขาเป็นบ้าน
– ไม่เชื่อเรื่องอูฐ ที่เป็นสัญญาณการมีพระเจ้าองค์เดียว ตามที่พวกเขาขอ และฆ่าอูฐของอัลลอฮฺ
– เสียงกัมปนาท
4. ชาวมัดยัด (สมัยนบีชุอัยบ์)
– ปล้นสดมภ์ โกงตาชั่ง
– แผ่นดินไหว
5. ชาวซะดูม (สมัยนบีลูฏ) (ทะเลเดดซี-ปัจจุบัน)
– สมสู่เพศชาย ปล้น
– เสียงกัมปนาท พลิกแผ่นดิน พายุหินจากนรก
6. ชาวเมืองสะบะอฺ
– อุดมสมบูรณ์ ชุมชนอยู่ใกล้
– ไม่พอใจ ขอเดินทางไกล
– น้ำท่วม แห้งแล้ง ชุมชนกระจัดกระจาย
7. ฟิรเอาน์ (ฟาโรห์) สมัยนบีมูซา (โมเสส) (ศพฟิรเอาน์ลอยจากทะเล)
- ฟิรเอาน์ตั้งต้นเป็นพระเจ้า ทรมานวงศ์วานอิสรออีล และฆ่าเด็กผู้ชาย เพราะกลัวคนอื่นมาแย่งอำนาจ
- จมน้ำในทะเลแดง
- - -
2. คำเตือนก่อนการลงโทษในอดีต เตือนใจคนยุคปัจจุบัน
จากสรุปเหตุการณ์ดังกล่าว มีคำเตือนจากนบีในแต่ละกลุ่มชน ในคำเตือนนั้น เตือนคนในปัจจุบันด้วย ผ่านการเล่าเรื่องจากผู้ที่รอบรู้อย่างแท้จริง คือ อัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก อยู่ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺที่ 6 อัชชุอะรออฺ (กวี) สรุปเนื้อหาดังนี้
อัลกุรอานไม่ใช่บทกวี แต่เป็นคัมภีร์จากพระเจ้า ผู้ปฏิเสธศรัทธา ไม่ฟังคำตักเตือนของนบี ถูกลงโทษเพราะความผิดของพวกเขา "และเรามิได้ทำลายชาวเมืองใด เว้นแต่ได้มีผู้ตักเตือนแก่มันแล้ว" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชูอะรออฺ 208)
– นบีมูซาพบฟิรเอาน์ที่ตั้งตนเป็นพระเจ้า นบีมูซาแสดงสัญญาณมุอฺญิซาต (ปาฏิหาริย์) แก่ฟิรเอาน์ เช่น โยนไม้เท้ากลายเป็นงู ดึงมือออกมาเป็นสีขาวสว่างจ้า ก็กล่าวหาว่าเป็นมายากล จึงแสดงมุอฺญิซาตอีกครั้งต่อหน้าประชาชน จนนักไสยศาสตร์ที่โยนเชือกกับไม้เท้าเป็นงูตัวเล็ก ถูกงูจากไม้เท้าของนบีมูซากลืนกินเข้าไป นักไสยศาสตร์จึงยอมจำนน ศรัทธาต่อพระเจ้าที่แท้จริง
– อัลลอฮฺทรงช่วยให้นบีมูซาและบนีอิสรออีลหนีพ้นการตามล่าของฟิรเอาน์ "ดังนั้นเราได้ดลใจมูซาว่า จงฟาดทะเลด้วยไม้เท้าของเจ้า แล้วมันก็ได้แยกออก แต่ละข้างมีสภาพเหมือนภูเขาใหญ่" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชุอะรออฺ 63) ฟิรเอาน์และไพร่พลของเขาจมน้ำตาย ทรัพย์สมบัติของเขากลายเป็นของบนีอิสรออีล
– นบีอิบรอฮีมกล่าวแก่บิดาของเขา และพวกพ้องของเขาที่เคารพรูปปั้นว่า “เมื่อพวกท่านวิงวอนขอ พวกมันได้ยินพวกท่านหรือ หรือมันให้คุณให้โทษแก่พวกท่านไหม”
– นบีนูหฺเตือนหมู่ชนของเขา แต่พวกเขาปฏิเสธและขู่จะทำร้ายท่าน อัลลอฮฺทรงช่วยท่านนบีให้รอดพ้นจากพวกเขา และลงโทษพวกเขาจากน้ำท่วมครั้งใหญ่
– นบีฮูดตักเตือนชาวอ๊าด หมู่ชนของเขาโดยกล่าวว่า “พวกท่านสร้างอนุสาวรีย์ไว้บนที่สูงทุกแห่งเพื่อโอ้อวดกระนั้นหรือ และพวกท่านสร้างคฤหาสน์เสมือนกับว่าพวกท่านจะอยู่อย่างตลอดกาลกระนั้นหรือ และเมื่อพวกท่านทำร้าย (ผู้ใด) พวกท่านกระทำอย่างทารุณโหดร้าย ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺ และเชื่อฟังฉัน” แต่หมู่ชนของท่านปฏิเสธ จึงถูกลงโทษ
– นบีซอและฮฺตักเตือนชาวษะมูด หมู่ชนของเขา ให้เขาทบทวนถึงความเมตตาของพระเจ้าที่ทรงมีต่อพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็ขอสัญญาณของการเป็นนบี พระองค์จึงทรงให้มีอูฐตัวเมียออกมาจากก้อนหิน และพวกเขาก็ฆ่าอูฐตัวนั้น จึงถูกลงโทษ
– นบีลูฏตักเตือนชาวซะดูม หมู่ชนของเขา เนื่องจากทำผิดสมสู่เพศชาย พวกเขาปฏิเสธต่อคำเตือน จึงถูกลงโทษเป็นห่าฝน (พายุหิน)
– นบีชุอัยบ์ตักเตือนชาวมัดยันที่โกงตาชั่ง ท่านนบีกล่าวว่า “จงตวงให้ครบเต็ม และอย่าเป็นผู้ที่ขาดพร่อง และจงชั่งด้วยตาชั่งที่เที่ยงตรง และอย่าให้ขาดพร่องแก่มหาชนซึ่งสิ่งต่าง ๆ ของพวกเขา และอย่าก่อกวนในแผ่นดินเป็นผู้บ่อนทำลาย” พวกเขาปฏิเสธไม่เชื่อและท้าทายขอให้ส่งการลงโทษมาจากท้องฟ้าหากพูดจริง และพวกเขาก็ถูกลงโทษมีเมฆครอบคลุมพวกเขา ถูกไฟเผาไหม้พวกเขาจนหมด
– "และพวกกวีนั้น พวกหลงผิดจะปฏิบัติตามพวกเขา เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงพวกเขานั้นเร่ร่อนไปในทุกหนแห่ง และแท้จริงพวกเขานั้นพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่กระทำ นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีทั้งหลาย และรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมาก และตอบโต้ป้องกันหลังจากที่พวกเขาถูกข่มเหง (ตัฟซีร: กล่าวตอบโต้พวกมุชริกีนเพื่อปกป้องความจริง และสนับสนุนอิสลาม) และบรรดาผู้อธรรมจะได้รู้ว่า ทางกลับอันใดที่พวกเขาจะกลับคืนสู่" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชูอะรออฺ 224-227 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
- - -
3. เราอาจไม่รู้ว่าเราผิดอะไร ตรวจสอบได้จากเฉลยของผู้ที่อยู่เบื้องหลังมนุษย์ทำผิด นั่นคือ ชัยฏอน
ทุกวันที่มนุษย์ทำผิด เพราะ 1. ตามอารมณ์(นัฟซู) 2. ตามชัยฏอนที่อยู่ในใจ คอยกระซิบกระซาบให้คิดลบทำชั่ว หรือดึงใจเราให้ท้อแท้ สิ้นหวัง บางคนถูกชักจูงให้คิดสั้น ดังนั้นอย่าไปหลงกลมัน ขอความคุ้มครองต่อพระองค์ มีคนที่คิดสั้น และยังไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ขอพรว่าถ้าพระเจ้ามีจริง ขอทรงช่วยให้เขารอดพ้นจากตรงนั้น ในขณะที่เขากำลังจะฆ่าตัวตายนั้น ก็มีกลุ่มมุสลิมที่ทำการเผยแผ่ศาสนาเคาะประตูห้องผิดมาที่ห้องเขา แล้วก็มาพูดคุยช่วยเหลือเขาไว้ทัน เขารู้ได้ทันทีว่าเป็นความช่วยเหลือจากพระเจ้า และรับอิสลาม แต่อย่าให้ถึงขั้นคิดสั้นเลย มีความทุกข์ใดก็ร้องทุกข์ต่อพระองค์ หากทำผิดใดแล้วยังเลิกไม่ได้ ก็ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือ หากเราอยากจะเลิกจากการติดยา ติดเหล้า ติดหญิง ติดหนุ่ม ติดวัตถุเงินทอง ก็ขอให้พระองค์ช่วยเหลือได้ พระองค์ทรงช่วยเหลือได้อย่างดีด้วย เพราะไม่มีใครสามารถดลใจให้เราเลิกอย่างเด็ดขาดได้ นอกจากพระองค์ผู้ทรงให้เป็นและทรงให้ตาย
– อิบลีสกล่าวว่า “ขอสาบานด้วยเกียรติของพระองค์ โอ้ผู้อภิบาลฉัน ฉันจะไม่เลิกล่อลวงบ่าวของพระองค์ตราบที่วิญญาณพวกเขายังอยู่ในร่าง” พระองค์ทรงตอบว่า ‘ขอสาบานด้วยเกียรติและความยิ่งใหญ่ของข้า ข้าก็จะยังคงให้อภัยเขาตราบที่เขายังคงขออภัยโทษจากข้า’ (หะดีษ (กุดซีย์) หะสัน บันทึกโดย ฮากิม เลขที่ 7672)
– อิบลีสกล่าวว่า ‘แล้วอะไรเล่าคัมภีร์และทูตของพวกนั้น’ อัลลอฮฺทรงตอบว่า “ทูตของพวกเขาคือมลาอิกะฮฺและนบีต่างๆ ซึ่งมาจากพวกเขา และคัมภีร์ของพวกเขาคือ เตารอต อินญีล ซะบูร และกุรอาน” อิบลีสถามต่อไปว่า ‘แล้วอะไรคือคัมภีร์ของข้าพระองค์’ พระองค์ทรงตรัสว่า “คัมภีร์ของเจ้าคือการสักบนร่างกาย การอ่านของเจ้าคือคำกลอน ทูตของเจ้าคือบรรดาหมอดู อาหารของเจ้าคือสิ่งที่ไม่มีการกล่าวนามของข้า เครื่องดื่มของเจ้าคือทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมา คำจริงของเจ้าคือคำเท็จ บ้านของเจ้าคือห้องอาบน้ำ อุปกรณ์การล่าของเจ้าคือผู้หญิง ผู้ประกาศ(โฆษก)ของเจ้าคือเครื่องดนตรี และสถานที่สักการะของเจ้าคือตลาด” (ส่วนหนึ่งของหะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 210/221 รายงานโดย อัตตอบรอนี จากอิบนิอับบาส)
ชัยฏอนหลอกล่อให้เราทำผิดทั้งเรื่องเล็กๆ ไปจนเรื่องใหญ่ เช่น
- การสักร่างกาย (พระองค์สร้างมนุษย์ให้มีร่างกายที่สวยงาม ให้ทำประโยชน์ในโลกนี้ ไม่ใช่ใช้ในการให้ค่าสิ่งอื่น)
- คำกลอน บทเพลง ดนตรี ที่นำไปสู่การลุ่มหลงในความรัก หรือสิ่งอื่น (ออกจากการรำลึกถึงพระองค์ อัลกุรอานคำสอนก็จำ หรือทำตามได้ยาก)
- หมอดู ดูดวง ไพ่ยิปซี ทายอนาคต นิสัย จากราศี ไม่มีเรื่องจริงในนั้น เขาจะทายถูกแค่เรื่องอดีตเพราะญินชัยฏอนที่เขารู้จากชัยฏอนในตัวเรา ดาวหางที่ว่าสวยนั้นเป็นอาวุธไล่ชัยฏอน ไม่ใช่แค่ประดับท้องฟ้า หรือนำทาง เรื่องอนาคตเป็นเรื่องเร้นลับ อัลลอฮฺเท่านั้นที่ทรงรู้
- อาหารที่ไม่ได้กล่าวนามของอัลลอฮฺก่อนกิน และอาหารต้องห้าม ชัยฏอนร่วมกินด้วย
- สิ่งมึนเมาทั้งหลาย รวมทั้งยาเสพติด ให้โทษมากกว่าคุณ ทำให้สติปัญญาไม่เต็มร้อย เสียเวลาไปกับการเสพพวกนี้
- ห้องอาบน้ำ ห้องส้วมเป็นที่อยู่ชัยฏอน ไม่ควรอยู่นาน แต่เทรนด์ส่วนใหญ่มักสวนทางกับความเป็นจริง
- ผู้หญิง ในที่นี้ หมายถึงผู้หญิงที่ไม่ดี ประพฤติในสิ่งที่ผิดต่อหลักการ การแต่งกายที่ไม่ปกปิดเป็นสาเหตุที่ผู้ชายที่เป็นโรคทางใจเข้ามารบกวนชีวิตพวกเขา
- ตลาด คือแหล่งที่มีคนดีและไม่ดีปะปน บางคนซื่อสัตย์ แต่บางคนโกงตาชั่ง บอกข้อมูลเท็จกับลูกค้า สินค้าไม่ตรงปก
- การผิดประเวณี มีความสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน อิสลามไม่สนับสนุน อิสลามให้เกียรติผู้หญิง ถ้ารักจริงต้องแต่งงานรับผิดชอบ
หากทุกวันนี้เจอปัญหาชีวิต ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มีผู้เดียวที่จะตอบคำถามมนุษย์ได้ นั้นคือผู้สร้างมนุษย์ ขอดุอาอฺ (ขอพร) ต่ออัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าที่คอยช่วยเหลือมนุษย์เสมอ แต่เราจะต้องขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ด้วย เพราะพระองค์ให้ดุอาอฺเป็นเครื่องมือในการขอความช่วยเหลือต่อพระองค์แล้ว บางคนคิดว่า ทำไมพระเจ้าไม่ช่วย เพราะเขาไม่ได้ร้องขอ บางคนบอกขอแล้วไม่ได้ เพราะเขาทำความผิดบางอย่างที่ปิดกั้นการตอบรับดุอาอฺ ดังนั้น การจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจสูงสุด ควรขอในสภาพนอบน้อม ยอมจำนนต่อพระองค์
วัลลอฮุอะอฺลัม
คำเตือนจากฟากฟ้า บทเรียนในอดีต เตือนมนุษย์อย่าทำตาม (ศพฟาโรห์ ทะเลเดดซี เรือใหญ่น้ำท่วมโลก ร่องรอยสัญญาณเตือน)
อ่านดำรัสของพระองค์ที่ตรัสกับนบีมูซา (โมเสส) เกี่ยวกับการอดทนต่อบททดสอบ
– “อัลลอฮฺทรงตรัสแก่มูซาว่า “โอ้มูซา จงพอใจเถิด สักเพียงเศษขนมปังจากแป้งข่าวฟ่างซึ่งช่วยสกัดความหิวของเจ้า และเศษผ้าที่เจ้านำไปปกปิดร่างกายของเจ้า จงอดทนต่อภัยพิบัติต่างๆ และเมื่อเจ้าเห็นผลประโยชน์ทางโลกมุ่งมาหาเจ้า เจ้าก็จงกล่าวเถิดว่า ‘แท้จริงเราเป็นของอัลลอฮฺ และเราต้องกลับคืนสู่พระองค์’ นี้เป็นโทษหนึ่งซึ่งถูกเร่งรัดในโลกนี้ และเมื่อเจ้ามองเห็นผลประโยชน์ของโลกนี้ หันหลังไปจากเจ้าและความจนมุ่งมาแทน เจ้าก็จงกล่าวเถิดว่า ขอต้อนรับสัญลักษณ์แห่งคนทำดี” (หะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 177/221 รายงานโดย อัดดัยละมี จากอะบิดดัรดาอฺ)
คนจนมีโอกาสในการทำชั่วน้อยกว่า เพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำมาหากิน มีเงินน้อย โอกาสในการเอาไปใช้ในทางที่ผิดก็น้อยลง เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนสอนใจเรา ให้กลับมาทบทวนว่าทำอะไรผิดต่อพระองค์ หรืออธรรมกับเพื่อนมนุษย์หรือไม่ ให้รีบกลับเนื้อกลับตัว ใกล้จะเดือนรอมฎอนแล้ว ถือเป็นโอกาสในการขัดเกลาตัวเองให้เป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าที่แท้จริง
1. ความผิดและบะลาอฺในอดีตที่อัลลอฮฺลงโทษหรือทดสอบ
หมู่ชนในอดีตที่ได้รับบทลงโทษ มีลักษณะคล้ายกัน ดังนี้
– ได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ แต่ไม่นอบน้อม และไม่ขอบคุณ
– นบีเตือนให้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ พระเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้น แต่กลับเคารพสิ่งอื่น และทำความผิดอื่นๆ ด้วย
– ปฏิเสธศรัทธา นบีนูห์เผยแผ่หมู่ชนของเขา 950 ปี
– น้ำท่วมโลก
– หยิ่งผยอง
– พายุหนาวเหน็บเสียงดัง
– ไม่เชื่อเรื่องอูฐ ที่เป็นสัญญาณการมีพระเจ้าองค์เดียว ตามที่พวกเขาขอ และฆ่าอูฐของอัลลอฮฺ
– เสียงกัมปนาท
– แผ่นดินไหว
– สมสู่เพศชาย ปล้น
– เสียงกัมปนาท พลิกแผ่นดิน พายุหินจากนรก
– ไม่พอใจ ขอเดินทางไกล
– น้ำท่วม แห้งแล้ง ชุมชนกระจัดกระจาย
– นบีมูซาพบฟิรเอาน์ที่ตั้งตนเป็นพระเจ้า นบีมูซาแสดงสัญญาณมุอฺญิซาต (ปาฏิหาริย์) แก่ฟิรเอาน์ เช่น โยนไม้เท้ากลายเป็นงู ดึงมือออกมาเป็นสีขาวสว่างจ้า ก็กล่าวหาว่าเป็นมายากล จึงแสดงมุอฺญิซาตอีกครั้งต่อหน้าประชาชน จนนักไสยศาสตร์ที่โยนเชือกกับไม้เท้าเป็นงูตัวเล็ก ถูกงูจากไม้เท้าของนบีมูซากลืนกินเข้าไป นักไสยศาสตร์จึงยอมจำนน ศรัทธาต่อพระเจ้าที่แท้จริง
– อัลลอฮฺทรงช่วยให้นบีมูซาและบนีอิสรออีลหนีพ้นการตามล่าของฟิรเอาน์ "ดังนั้นเราได้ดลใจมูซาว่า จงฟาดทะเลด้วยไม้เท้าของเจ้า แล้วมันก็ได้แยกออก แต่ละข้างมีสภาพเหมือนภูเขาใหญ่" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชุอะรออฺ 63) ฟิรเอาน์และไพร่พลของเขาจมน้ำตาย ทรัพย์สมบัติของเขากลายเป็นของบนีอิสรออีล
– นบีอิบรอฮีมกล่าวแก่บิดาของเขา และพวกพ้องของเขาที่เคารพรูปปั้นว่า “เมื่อพวกท่านวิงวอนขอ พวกมันได้ยินพวกท่านหรือ หรือมันให้คุณให้โทษแก่พวกท่านไหม”
– นบีนูหฺเตือนหมู่ชนของเขา แต่พวกเขาปฏิเสธและขู่จะทำร้ายท่าน อัลลอฮฺทรงช่วยท่านนบีให้รอดพ้นจากพวกเขา และลงโทษพวกเขาจากน้ำท่วมครั้งใหญ่
– นบีฮูดตักเตือนชาวอ๊าด หมู่ชนของเขาโดยกล่าวว่า “พวกท่านสร้างอนุสาวรีย์ไว้บนที่สูงทุกแห่งเพื่อโอ้อวดกระนั้นหรือ และพวกท่านสร้างคฤหาสน์เสมือนกับว่าพวกท่านจะอยู่อย่างตลอดกาลกระนั้นหรือ และเมื่อพวกท่านทำร้าย (ผู้ใด) พวกท่านกระทำอย่างทารุณโหดร้าย ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺ และเชื่อฟังฉัน” แต่หมู่ชนของท่านปฏิเสธ จึงถูกลงโทษ
– นบีซอและฮฺตักเตือนชาวษะมูด หมู่ชนของเขา ให้เขาทบทวนถึงความเมตตาของพระเจ้าที่ทรงมีต่อพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็ขอสัญญาณของการเป็นนบี พระองค์จึงทรงให้มีอูฐตัวเมียออกมาจากก้อนหิน และพวกเขาก็ฆ่าอูฐตัวนั้น จึงถูกลงโทษ
– นบีลูฏตักเตือนชาวซะดูม หมู่ชนของเขา เนื่องจากทำผิดสมสู่เพศชาย พวกเขาปฏิเสธต่อคำเตือน จึงถูกลงโทษเป็นห่าฝน (พายุหิน)
– นบีชุอัยบ์ตักเตือนชาวมัดยันที่โกงตาชั่ง ท่านนบีกล่าวว่า “จงตวงให้ครบเต็ม และอย่าเป็นผู้ที่ขาดพร่อง และจงชั่งด้วยตาชั่งที่เที่ยงตรง และอย่าให้ขาดพร่องแก่มหาชนซึ่งสิ่งต่าง ๆ ของพวกเขา และอย่าก่อกวนในแผ่นดินเป็นผู้บ่อนทำลาย” พวกเขาปฏิเสธไม่เชื่อและท้าทายขอให้ส่งการลงโทษมาจากท้องฟ้าหากพูดจริง และพวกเขาก็ถูกลงโทษมีเมฆครอบคลุมพวกเขา ถูกไฟเผาไหม้พวกเขาจนหมด
– "และพวกกวีนั้น พวกหลงผิดจะปฏิบัติตามพวกเขา เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงพวกเขานั้นเร่ร่อนไปในทุกหนแห่ง และแท้จริงพวกเขานั้นพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่กระทำ นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีทั้งหลาย และรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมาก และตอบโต้ป้องกันหลังจากที่พวกเขาถูกข่มเหง (ตัฟซีร: กล่าวตอบโต้พวกมุชริกีนเพื่อปกป้องความจริง และสนับสนุนอิสลาม) และบรรดาผู้อธรรมจะได้รู้ว่า ทางกลับอันใดที่พวกเขาจะกลับคืนสู่" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชูอะรออฺ 224-227 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)