นิทาน เรื่อง ทำงานแทบตาย สุดท้ายบอกให้

แนะนำตัวละคร
ชุด A = ทีมบริหารเก่า
ชุด B = ทีมบริหารใหม่ ซึ่งจะมีตัวละคร B1 B2 (ตัวละครหลักที่สำคัญ)
ชุด C = ทีมบริหารก่อนหน้าชุดเก่า
เริ่ม.....ณ ที่ทำงานเเห่งหนึ่ง ในจังหวัดแห่งนึ่ง
       🐊🐀🛁🐍🐃 👁(❌️🐢)👹
    เมื่อถึงเวลาผลัดเปลี่ยนฤดูกาลฝ่ายบริหารชุดA หมดเวลาทำงาน ต้องเลือกทีมงานชุดใหม่ขึ้นมาบริหารต่อ โดยการเลือกตั้งของประชาชน ทำให้ได้ชุด B ขึ้นมาบริหาร นำโดยผู้บริหารใหม่ยกชุด โดยมี B1 เป็นเรือใหญ่ B2 และ Bต่อๆไป ช่วยบริหารเป็นทีมตามลำดับ คนสำคัญคือ B2 เป็นบุคคลที่เคยอยู่ในชุดบริหารชุด C มาก่อน (ชุดC เคยบริหารเมื่อเกือบ10ปีที่แล้ว ก่อนหน้าชุดA) ทำให้ B2 ที่เคยเป็นอดีตผู้บริหารชุด C แพ้การเลือกตั้งให้ชุด A เลยกลับไปฟอร์มทีมใหม่ กลายมาเป็นชุดB ในปัจจุบันนั้นเอง

.....พูดถึงเรื่องการทำงาน กองของเราขึ้นตรงกับ B1 เรือใหญ่ ซึ่งเป็นคนควบคุมดูแลงานทั้งหมดเอง การทำงานต่างๆB1สั่งการได้ดี ดูแลดี เห็นการทำงานของแต่ละคนว่าใครทำงานไม่ทำงานบ้างซึ่งก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลลูกน้องที่ดี การทำงานล่วงเวลา วันหยุด ต่างๆ ตามระเบียบแล้วเราสามารถเบิก OT ได้ตามการทำงานจริง มีรูปเอกสารหลักฐานการทำงาน รูปถ่ายขณะที่ทำงานนอกสถานที่/นอกเวลาถ่ายลงในไลน์กลุ่มรายงานให้ B1 ทราบถึงการทำงานตลอด B1ไม่เคยว่า เพราะB1 มองว่าคนทำงานต้องได้ได้สิ่งตอบเเทนให้สมกับที่เหนื่อย ค่าตอบแทนได้ไม่มาก แต่ตามกฎหมายคือต้องได้ โดยการจะได้มาซึ่งค่าตอบแทนต้องมีการทำเรื่องเบิกจ่ายตามกระบวนการที่ควรจะเป็นตามกฎของหน่วยงานอยู่แล้ว และคนที่ต้องเซ็นเบิกจ่ายนี้ คือ B2  ซึ่งเป็นผู้ดูแลกองที่รับผิดชอบเรื่องการเบิกจ่าย B2 มองว่ากองของเราเบิกค่าล่วงเวลาบ่อยมากๆ ไม่รู้ว่าทำงานกันจริงไหม การทำงานตามกฎหมายคือทำงาน 8 ชั่วโมง
ล่วงเวลาคือต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ตามจริงที่ถูกกำหนดไว้จะชั่วโมงละเท่าไหร่ก็แล้วแต่กฎหมายราชการกำหนดไว้ตามระเบียบ แต่ B2 มองว่าเกินแค่ 2-3 ชั่วโมงเอง ทำไมไม่ "เสียสละ" จะเบิกทำไม ดูตัวอย่าง B2 สิ ทำงานตั้งแต่เช้าถึงดึกตื่น นั่งดู/เซ็น เอกสาน ยังไม่เบิกเลยB2เสียสละมาทำงาน เพราะครอบครัวอยู่ต่างประเทศกลับบ้านไปก็อยู่คนเดียวไม่มีอะไรทำมาทำงานดีกว่า แต่บ้างครั้งล่วงเวลามันก็เกิน 3 ชั่วโมง บ้างวันที่เป็นเทศกาล เราต้องทำงานเพิ่มอีก 8 ชั่วโมง เท่ากับ 16 ชั่วโมง เราไม่รู้ว่าเงินเดือนระดับผู้บริหารได้เท่าไหร่ แต่สำหรับพนักงานคนนึงเราได้ไม่ถึงหมื่นหักค่าประกันสังคมอีก และตัวเรากับคนอื่นๆในกองหลายคนมีครอบครัวที่รออยู่ที่บ้าน บ้างคนมีลูกที่พึ่งเกิด บ้างคนมีธุระส่วนตัวที่จะต้องกลับไปทำ อยากมีเวลาพาครอบครัวไปเที่ยวหรือกลับบ้านให้ตรงเวลาไปทานข้าวเย็นด้วยกันในทุกวัน วันเสาร์อาทิตย์ที่ควรเป็นวันหยุดแต่ก็ต้องเแบ่งเวรกันมาทำงาน ซึ่งตามที่กำหนดไว้ใครมาก็เบิกไม่มาก็ไม่เบิก บ้างครั้งเราเลือกที่จะไม่มาและก็ไม่เบิกค่าล่วงเวลาเพราะเราอยากอยู่กับครอบครัว แต่ B2 ก็มองว่าทำงานตามใจอยากมาก็มาไม่มาก็ไม่มาหรอ ทำไมไม่เท่าเทียมถ้ามาก็ต้องมากันทุกคน สรุปแล้วคือได้ทำงาน 7 วันไม่ได้หยุด แต่จะเบิกก็ลำบาก ในวันสำคัญต่างๆที่คนอื่นพาครอบครัวไปเที่ยวเราก็ต้องมาทำงานเช่นกัน เบิกล่วงเวลาก็ว่าเราไม่เสียสละ B2 บอกเราทำงานให้ประชาชน และตัวเราเองไม่เป็นประชาชนหรอ ได้โปรดช่วยมองคนทำงานแบบเราเป็นประชาชนบ้างก็ได้ ทั้งนี่ทั้งนั้นยังไม่รวมถึงการพูดเสียดสีใส่ที่มันบั่นทอนกำลังใจของเราและคนอื่นๆในการทำงานมากๆ B2 มักจะชอบหยิกยกเรื่องการทำงานสมัยที่เคยบริการกับชุดC ขึ้นมาพูดเสมอๆ แต่นั้นเป็นการทำงานเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ในปัจจุบันระบบการบริหารจัดการมันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เราไม่ได้ว่าแบบเก่ามันไม่ดี แต่อะไรเปลี่ยนได้ควรเปลี่ยนในทันตามโลก อะไรผ่านมาแล้วรือฟื้นขึ้นมาพูดเราว่าไม่มีประโยชน์ ถ้ามันไม่ดีในฐานะที่คุณมาบริหารควรปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเราเองมาไม่ทันชุดCบริหาร แต่โดนด่าเพราะ B2 ยกเรื่องที่เคยทำงานตอนนั้นมาพูด ในที่ประชุมต้องและไม่รู้เพราะอะไรต้องเป็นกองของเราที่ตลอดเลยที่ถูกเพ่งเล็งมาก จนกองอื่นๆมองว่ากองของเราผิด ทั้งที่เราไม่รู้เรื่องเมื่อเกือบ 10 ที่แล้วเลยว่ามีปัญหาอะไรกัน  คนทำงานกินเงินเดือนแบบเราก็ต้องก้มหน้าก้มตารับฟังคำตำหนิเมื่อ10 ปีที่แล้วแทนไป เหนื่อยทั้งกาย ลำบากทั้งความรู้สึก เรื่องการบริหารของชุด B ที่เน้นสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีในสายตาประชาชนเพื่อรักษาคะแนนเสียง ทำดีกับคนภายนอก ใครอยากได้อะไรทำหมด รับงานมาไม่สนใจคนทำงานว่าทำทันไหม ถ้าจะพูดก็หาว่าสาวไส้ให้กากิน คนภายนอกคนมองว่าดี ภายในใครจะรู้ดีเท่าคนทำงาน พูดมากไปก็ไม่ได้เหมือนคนน้ำท่วมปาก เสี่ยงจะโดยฟ้องข้อหาเผยเเพร่ข้อมูลภายในอีก สรุปแล้วสำหรับชนชั้นผู้น้อยแบบเราทำอะไรไม่ได้เลย จบ....
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่