📚 รายงานของ CPP ยอมรับเองเลยว่า ตั้งแต่เปลี่ยนกลยุทธ์จากตั้งรับ (Passive) มาเป็นเชิงรุก (Active) ตั้งแต่ปี 2006 ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ยต่อปีกลับติดลบ 0.2% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน พูดง่าย ๆ คือ บริหารเชิงรุกมาเกือบ 20 ปี แต่ทำผลงานได้แย่กว่าการซื้อดัชนีตลาดเฉย ๆ เสียอีกแต่สิ่งที่สวนทางอย่างน่าตกใจคือ "ขนาดองค์กร"
.
ในปี 2006 กองทุนนี้มีพนักงานเพียงแค่ราว ๆ 150 คน แต่ปัจจุบัน (ปี 2026) จำนวนพนักงานกลับพุ่งทะยานไปมากกว่า 2,000 คนแล้วแถมค่าใช้จ่ายที่หักจากเงินกองทุนของประชาชนก็แพงลิบลิ่ว ปัจจุบัน แค่ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรอย่างเดียวสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เฉลี่ยแล้วพนักงานหนึ่งคนมีค่าตัวสูงถึง 570,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 19-20 ล้านบาท!) 💸
.
หากรวมค่าดำเนินงานและค่าธรรมเนียมผู้จัดการกองทุนทั้งหมด ปัจจุบันพุ่งทะลุ 5.4 พันล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว... ย้ำว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อยู่เพียงแค่ 54 ล้านดอลลาร์ (โตขึ้นมา 100 เท่า แต่ผลงานแพ้ตลาด)
.
👉🏻 ตัดภาพสลับมาที่รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา... ที่นั่นหน่วยงาน Pension Fund (Nevada PERS) ที่ดูแลเงินมูลค่ามหาศาล ใช้คนบริหารพอร์ตหลัก ๆ แค่ 2 คน เท่านั้น!ในขณะที่กองทุนบำนาญทั่วโลกพยายามประโคมจ้างผู้เชี่ยวชาญราคาแพงมาบริหารเชิงรุก แต่ Steve Edmundson (ผู้จัดการกองทุน) กลับใช้แนวคิดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
.
รู้หรือไม่... ที่แคนาดา ระบบประกันบำนาญ (CPP) ก็กำลังเจอปัญหาเชิงโครงสร้างที่ชวนกุมขมับเหมือนกัน
ที่มา : https://x.com/mario4thenorth/status/2062141966800822769?s=46&t=fFmA1qBrzkhUAnCG4dBMQg