ทีทีบี นำร่องปล่อยกู้ “แคชทูโก” คิดดอกเบี้ยตามคะแนนเครดิต แห่งแรกในไทย.

ทีทีบี ลุยโมเดลคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงลูกค้า หรือ Risk-based Pricing ด้วยข้อมูล NCB ธนาคารแห่งแรกในไทย นำร่องปล่อยกู้สินเชื่อ บุคคล “แคชทูโก” ช่วยลดภาระดอกเบี้ยลูกค้า หลังทดลองดอกเบี้ยลดลงเฉลี่ย 4-5% ตั้งเป้าปล่อยกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท ลูกค้า 1 แสนราย ลดภาระดอกเบี้ย 350 ล้านบาท หวังช่วยปลดล็อกแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาธนาคารพยายามช่วยเหลือลูกค้ามีชีวิตการเงินที่ดีขึ้นผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การรวบหนี้ โครงการสินเชื่อสวัสดิการ และมาตรการ ”คุณสู้ เราช่วย“ ปรับโครงสร้างหนี้สินเชื่อบ้านและรถยนต์ และในปี’68 ธนาคารมีโครงการ ”ผ่อนดี มีรางวัล“ ที่ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าผ่อนดี มีลูกค้า 1 หมื่นบัญชี วงเงิน 3,500 ล้านบาท ลดภาระดอกเบี้ยเกือบ 250 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากดูแนวโน้มสินเชื่อของระบบ จะพบว่าสินเชื่อส่วนบุคคล ถือว่าเป็นสินเชื่อที่มีคนนิยมใช้มากที่สุด และจากข้อมูลคนที่เริ่มเป็นหนี้ประมาณ 43% จะเริ่มจากสินเชื่อส่วนบุคคล เนื่องจากเป็นสินเชื่อเข้าถึงง่าย รองลงมาจะเป็นสินเชื่อรถจักรยานยนต์ บัตรเครดิต เป็นต้น โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าการเติบโตจะติดลบ แต่คาดว่าในปี 2569 จะสามารถขยายตัวเล็กน้อย

ดังนั้น จากทิศทางดังกล่าว ในปี 2569 ธนาคารจะนำ ”Credit Scoring” มาใช้ในการอนุมัติสินเชื่อ และอัตราที่เหมาะสม ซึ่งจากเดิมธนาคารจะใช้ข้อมูลมาใช้เพียง อนุมัติสินเชื่อ (Approve) และปฏิเสธสินเชื่อ (Reject) แต่หลังจากนี้ธนาคารจะนำ Credit Scoring หรือคะแนนเครดิต จะเริ่มมาใช้การปล่อยสินเชื่อตามความเสี่ยง (Risk Based Pricing : RBP) โดยใช้ข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) มาพิจารณา โดยทีทีบี จะเป็นธนาคารแห่งแรกที่นำแนวทางการคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงมาใช้

ทั้งนี้ การพิจารณาการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเปลี่ยนจาก “เกณฑ์รายได้” มาเป็น “Credit Scoring” เช่น หากผักู้พฤติกรรรมดี ชำระ ดอกเบี้ยต้องดีด้วย เช่น ลูกค้ากลุ่ม AA จะได้ดอกเบี้ยต่ำสุด 13.99% ต่อปีตลอดอายุสัญญา หรือ BB 16%, CC-DD ดอกเบี้ย 18% EE ดอกเบี้ย 20% FF ดอกเบี้ย 22% และ GG, HH 25% เมื่อเทียบจากเดิมผู้กู้จะได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 20-24%

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากการทดลองการพิจารณาระบบคิดอัตราดอกเบี้ยแบบใหม่ โดยนำร่องกับ สินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า มีลูกค้าประมาณ 70% ของลูกค้า ดอกเบี้ยปรับลดลงราว 4-5% ซึ่งสัดส่วนลูกค้าคะแนน AA มีประมาณ 7-8% และหากดู AA, BB, CC สัดส่วน 40%

ดังนั้น ธนาคารตั้งเป้าการคิดดอกเบี้ยแบบ RBP ผ่านสินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก ในปี 2569 อยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลูกค้าราว 1 แสนราย คาดจะเป็นลูกค้าใหม่ 70% และลูกค้าเก่า 30% คาดว่าจะช่วยลูกค้าลดภาระดอกเบี้ยราว 350 ล้านบาท ซึ่งระยะวงเงินโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 48 เดือน แต่ธนาคารจะให้ระยะผ่อนสูงสุด 5 ปี วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท หรือ 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน

อย่างไรก็ดี หากทั้งระบบสถาบันการเงินนำโมเดล RBP มาใช้ในส่วนของสินเชื่อบุคคลภายใต้กำกับที่มีอยู่ราว 5 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยราว 1.3 หมื่นล้านบาท

”เราจะใช้โมเดล RBP เพื่อให้การใช้ดอกเบี้ยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามความเสี่ยงของลูกค้า นอกจากประวัติชำระดีแล้ว ดอกเบี้ยต้องดีด้วย ซึ่งธนาคารก็หวังว่าสถาบันการเงินอื่นจะนำโมเดลนี้มาใช้ด้วย และเชื่อว่าการปล่อยสินเชื่อโมเดลนี้ คุณภาพสินเชื่อจะดีขึ้น และหนี้เสียน่าจะไม่ได้เพิ่มขึ้น ส่วนจะขยายไปยังสินเชื่อประเภทอื่นจะเป็นเฟสถัดไป แต่สินเชื่อที่สามารถทำได้น่าจะเป็นจำนำทะเบียนรถประเภทไม่โอนเล่ม เพราะถ้าเป็นสินเชื่อรถ ดอกเบี้ยต่ำ มีความซับซ้อน และมีแนวทาง RBP อยู่แล้ว ตามการวางเงินดาวน์ และระยะเวลาการผ่อน ส่วนสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยดอกเบี้ยต่ำอยู่แล้ว”

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า NCB มีความยินดีที่คะแนนเครดิต (เครดิตสกอร์) ได้ถูกนำมาใช้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยง ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ NCB ในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเครดิตของประเทศ ที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินให้ถูกนำไปใช้เพื่อการเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสม

เครดิตสกอร์ คือ คะแนนที่สามารถบอกถึงความเสี่ยงของพฤติกรรมการชำระสินเชื่อในอนาคต เป็นเครื่องมือสำคัญที่สะท้อนวินัยและความน่าเชื่อถือทางการเงินของบุคคล การนำเครดิตสกอร์มาใช้ในโครงการนี้จะช่วยให้ผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดีมีโอกาสที่จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น อันจะเป็นโอกาสต่อยอดทางการเงิน NCB มุ่งหวังให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาและหวงแหนเครดิตของตนเอง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานประการหนึ่งของการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน...

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/finance/news-1964893


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่