นักลงทุน 186 รายอ่วม GRAND เบี้ยวจ่ายหนี้หุ้นกู้-ดอกเบี้ย 11 ล้านบาท



KEY POINTS
บริษัท แกรนด์ แอสเสทฯ (GRAND) ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รุ่น GRAND259A ไม่สามารถจ่ายเงินต้น 9.04 ล้านบาท และดอกเบี้ย 2.11 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท

การผิดนัดชำระหนี้ครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักลงทุนผู้ถือหุ้นกู้จำนวน 186 ราย

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ได้ขึ้นเครื่องหมาย FP (Failed to Pay) ให้กับหุ้นกู้รุ่นดังกล่าว เพื่อเตือนนักลงทุนหลังบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด(มหาชน) ในฐานะนายทะเบียนหุ้นกู้ของหุ้นกู้มีประกันของบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 5/2566 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2571 แจ้งว่า ไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยของหุ้นกู้รุ่น GRAND259A ได้ตามกำหนดวันที่ 21 พฤษภาคม 2569

สำหรับรายการที่ค้างชำระ ประกอบด้วย เงินต้นจำนวน 9.04 ล้านบาท และดอกเบี้ยจำนวน 2.11 ล้านบาท (ก่อนหักภาษี) รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นกู้ได้รับผลกระทบจำนวน 186 ราย

หุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้มีประกันของบริษัท ครั้งที่ 5/2566 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 และก่อนหน้านี้ได้มีการเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนมาแล้ว 2 ครั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด

ล่าสุด สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ประกาศปลดเครื่องหมาย RS และขึ้นเครื่องหมาย FP ให้กับหุ้นกู้ GRAND259A มีผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 หลังบริษัทไม่สามารถชำระหนี้ได้ครบถ้วนตามข้อกำหนดสิทธิ

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เปิดเผยความคืบหน้าการชำระหนี้หุ้นกู้ของ จำนวน 4 รุ่น ได้แก่ GRAND25DA, GRAND254A, GRAND257A และ GRAND264A ภายหลังเคยเกิดกรณีผิดนัดหรือขอผ่อนผันการชำระหนี้ก่อนหน้านี้
โดยบริษัทได้ทยอยชำระทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และดอกเบี้ยผิดนัดให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ครบถ้วนแล้วในแต่ละรุ่น ประกอบด้วย
GRAND25DA ชำระดอกเบี้ยงวดที่ 11 พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569
GRAND254A ชำระเงินต้นงวดที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569
GRAND257A ชำระเงินต้นงวดที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569
GRAND264A ชำระเงินต้นงวดที่ 1 และดอกเบี้ยคงค้าง พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย)ระบุว่า หลังจากผู้ออกหุ้นกู้ดำเนินการชำระหนี้ครบถ้วนและปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิที่เกี่ยวข้องแล้ว ถือว่าได้แก้ไขเหตุผิดนัดเรียบร้อย

ล่าสุดสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ประกาศปลดเครื่องหมาย DP (Default Payment) ให้แก่หุ้นกู้ของ จำนวน 4 รุ่น ได้แก่ GRAND25DA, GRAND254A, GRAND257A และ GRAND264A มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ThaiBMA ยังคงเครื่องหมาย RS (Restructure) สำหรับหุ้นกู้ทั้ง 4 รุ่น สะท้อนว่าหุ้นกู้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ แม้บริษัทจะสามารถแก้ไขเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยได้แล้วก็ตาม

หุ้นกู้ที่ได้รับการปลดเครื่องหมาย DP ได้แก่
GRAND25DA
GRAND254A
GRAND257A
GRAND264A

โดยเหตุผลของการปลดเครื่องหมาย DP มาจากการที่ผู้ออกหุ้นกู้ได้ดำเนินการชำระดอกเบี้ยที่ผิดนัดครบถ้วนแล้ว ตามเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับเครื่องหมาย RS (Restructure) หมายถึง การปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้  ส่วนเครื่องหมาย FP (Failed to Pay) คือ เครื่องหมายที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ใช้ประกาศเตือนผู้ลงทุนว่า ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยได้ครบถ้วน ในวันครบกำหนดไถ่ถอน หรือวันชำระดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้

การขึ้นเครื่องหมาย FP ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อตลาดตราสารหนี้ เนื่องจากสะท้อนถึงปัญหาสภาพคล่องและความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากยอดขายชะลอตัว ต้นทุนทางการเงินสูง และภาระหนี้สะสม

ส่วนครึ่งหมาย DP หมายถึง Default Payment หรือการผิดนัดชำระหนี้ เป็นเครื่องหมายเตือนความเสี่ยงที่ประกาศโดย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เพื่อแจ้งให้นักลงทุนทราบว่า ผู้ออกหุ้นกู้ไม่สามารถจ่ายเงินต้นหรือดอกเบี้ยได้ตามกำหนด


5 บริษัทเบี้ยว ‘หนี้แบงก์-หุ้นกู้’ ธปท.ห่วงกลุ่มเปราะบาง

KEY POINTS
5 บริษัทจดทะเบียน (RS, MONO, ECF, PF, GRAND) ผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงินและหุ้นกู้รวมมูลค่าประมาณ 546 ล้านบาท

สาเหตุหลักเกิดจากปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าผลกระทบยังจำกัดอยู่ในบางกลุ่ม แต่แสดงความกังวลต่อกลุ่มธุรกิจที่เปราะบางอยู่แล้ว


5 บจ. ผิดนัดชำระหนี้แบงก์-หุ้นกู้ 

ในเดือนพ.ค. 2569 “ตลาดทุนไทย” มีประเด็นที่กลับมาสร้าง “ความวิตกกังวน” ให้กับ “นักลงทุน” อีกครั้ง จากกรณี “บริษัทจดทะเบียนไทย” (บจ.) 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS, บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO, บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF, บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF และบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ที่แจ้งรายการผิดนัดชำระหนี้รวมมูลค่าประมาณ 546 ล้านบาท ทั้งในส่วนของสถาบันการเงินและหุ้นกู้ ท่ามกลางแรงกดดันด้าน “สภาพคล่อง” และ “ภาวะเศรษฐกิจ” ที่ยังชะลอตัว 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย CB “หุ้น RS” เนื่องจากผิดนัดชำระหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดย RS ชี้แจงว่า ไม่สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้ เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้กระแสเงินสดหมุนเวียนในกิจการของทั้งกลุ่มบริษัทขาดสภาพคล่องชั่วคราว จึงเป็นเหตุให้เกิดการผิดนัดชำระตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนรวม 317.37 ล้านบาท ซึ่งรายการดังกล่าวได้บันทึกเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและดอกเบี้ยค้างจ่ายไว้ในงบฐานะการเงินรวมและเฉพาะบริษัทแล้ว
ขณะที่ MONO แจงการผิดชำระหนี้กับสถาบันการเงิน โดยระบุนับตั้งแต่ปัญหาโควิด-19 ปี 2563 อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้แผนการดำเนินธุรกิจและการบริหารคอนเทนต์ของบริษัทย่อยได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเหตุให้มีการผิดนัดชำระหนี้จากสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการค้าประกันจำนวนรวม 284 ล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุผิดนัดในมูลหนี้อื่น และได้ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร
อย่างไรก็ตามได้ชำระคืนหนี้ดังกล่าวบางส่วนในระหว่างงวด ทำให้ ณ 31 มี.ค.69 มีภาระหนี้คงเหลือ 203 ล้านบาท (คิดเป็น 8% ของสินทรัพย์รวม) 

เช่นเดียวกับ ECF ผิดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ซึ่งมีกำหนด 18 พ.ค.69 จำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วย ECF255B จำนวน 6,657,328.78 บาท, ECF262A จำนวน 1,062,082.16 บาท และ ECF28NA จำนวน 1,963,726.06 บาท รวม 9,683,137 บาท ซึ่งหุ้นกู้ทั้ง 3 รุ่น มีผู้ถือหุ้นกู้รวม 128 ราย ซึ่ง ECF ให้เหตุผลบริษัทประสบปัญหาขาดสภาพคล่องในทางการเงิน 

ขณะที่ PF รายงานการผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ 5 รุ่น ซึ่งครบกำหนดชำระ 7-11 พ.ค. ที่ผ่านมา ประกอบด้วย PF264A จำนวน 760,035.57 บาท, PF265B จำนวน 3,700692.85 บาท, PF268A จำนวน 4,389,040.75 บาท, PF25NA จำนวน 4,331983.19 บาท และ PF258B จำนวน 330,641.05 บาท รวม 10,182,757.41 บาท โดยให้เหตุผลว่า ขาดแคลนสภาพคล่อง หลังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซบเซา รวมถึงแผนขายทรัพย์สินและการจัดหาวงเงินสินเชื่อเพื่อชำระหนี้มีความล่าช้ากว่ากำหนด ส่งผลให้มีกระแสเงินสดไม่เพียงพอ

และ GRAND รายงานการผิดนัดชำระเงินต้นงวดที่ 1 จำนวน 4,295,000 บาท (คิดเป็น 5% ของมูลค่าที่ตราไว้ต่อหน่วย) และดอกเบี้ย จำนวน 1,105,403.66 บาท ของหุ้นกู้รุ่น GRAND259B ซึ่งครบกำหนด 12 พ.ค.2569 โดยแจงว่า ขาดแคลนสภาพคล่อง หลังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซบเซา รวมถึงแผนขายทรัพย์สินและการจัดหาวงเงินสินเชื่อเพื่อชำระหนี้มีความล่าช้ากว่ากำหนด ส่งผลให้มีกระแสเงินสดไม่เพียงพอ   

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่