KEY POINTS
รัฐบาลสานต่อมาตรการทางการเงินผ่านธนาคารรัฐไปจนถึงปี 2569 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ทั้งด้านการเสริมสภาพคล่อง การลดต้นทุน และการยกระดับธุรกิจสู่ดิจิทัลและพลังงานสะอาด
กลไกหลักในการช่วยเหลือคือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากธนาคารออมสิน และโครงการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. ที่ช่วยให้ SME ที่ขาดหลักทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นพร้อมฟรีค่าธรรมเนียม
ธนาคารรัฐแต่ละแห่งมีมาตรการเจาะจงตามกลุ่มธุรกิจ เช่น ธ.ก.ส. ดูแล SME ภาคเกษตร, EXIM BANK สนับสนุนผู้ส่งออก และ SME D Bank เน้นสินเชื่อสำหรับธุรกิจดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม
เมื่อมองภาพรวมนโยบายเศรษฐกิจภาครัฐในช่วงปี 2568-2569 จะเห็นการเดินหน้ามาตรการทางการเงินเพื่อ SMEs อย่างต่อเนื่อง ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและหน่วยงานภายใต้กำกับ ที่ทยอยออกเครื่องมือช่วยเหลือทั้งการเพิ่มสภาพคล่อง ลดต้นทุน และขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน
แกนหลักยังอยู่ที่สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) การค้ำประกันสินเชื่อ และสินเชื่อเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2568 และยังเปิดให้เข้าถึงต่อเนื่องในปี 2569
โดยภาพรวมมาตรการไม่ได้มีแค่การ “พยุงธุรกิจ” แต่ขยับไปสู่การ “ยกระดับศักยภาพ” ของ SMEs ไทยในระยะยาว ขณะที่หลายโครงการยังเปิดให้ยื่นขอได้ในปี 2569 และบางส่วนต่อเนื่องถึงปี 2570 ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะสำคัญของผู้ประกอบการในการเลือกใช้สิทธิให้เหมาะกับธุรกิจของตน
เริ่มต้นด้วย ธนาคารออมสิน เดินหน้าซอฟต์โลน “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท ผ่านสถาบันการเงินและ Non-Bank รวม 16 แห่ง กำหนดดอกเบี้ย 2 ปีแรกไม่เกิน 3.5% ต่อปี เพื่อเสริมสภาพคล่องและฟื้นธุรกิจ SME โดยได้หยิบมาตรการที่น่าสนใจบางส่วนดังนี้
สินเชื่อหลักแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. SMEs Recharge เน้นเสริมสภาพคล่องและรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% ต่อปีใน 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ยื่นขอได้ถึง 30 ก.ย. 2569
2. สินเชื่อชุด “เติมเต็ม” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% ต่อปีใน 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท ยื่นขอได้ถึง 31 มี.ค. 2570 ครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ อุตสาหกรรมอนาคต (New Growth Engine) ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงโรงแรม-ร้านอาหาร และธุรกิจสีเขียว (Green Economy)
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการที่น่าสนใจด้านการลงทุนพลังงานสะอาด เช่น Solar Rooftop และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงมาตรการช่วยลูกหนี้ ทั้งการลดดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี และการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการยืดระยะเวลาชำระ เพื่อลดภาระค่างวดและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ
บสย.หนุน SME ค้ำฟรี กู้ง่ายขึ้น
อีกกลไกสำคัญคือ “บสย.” หรือบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่ช่วยค้ำประกันให้ SME ซึ่งขาดหลักทรัพย์หรือเครดิตไม่แข็งแรง สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
มีจุดเน้นสำคัญที่การช่วยให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นผ่านการ "ค้ำประกัน" โดยมีไฮไลต์ เช่น
1.มาตรการพิเศษ "บสย. Quick Big Win" (วงเงิน 50,000 ล้านบาท)
เป็นมาตรการเร่งด่วนตามมติ ครม. วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เพื่อแก้ปัญหาสินเชื่อหดตัว จุดเด่น ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก และจ่ายค่าประกันชดเชยให้ธนาคารในอัตราสูง (Max Claim) เพื่อลดความเสี่ยงและจูงใจให้ธนาคารปล่อยกู้
โครงการย่อย
แพ็กเกจน่าสนใจ
SMEs Go Big: สำหรับ SME ทั่วไปที่กู้เกิน 1 ล้านบาท
SMEs Smart Win: สำหรับรายย่อยและอาชีพอิสระที่กู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท
SMEs Quick LG: สำหรับหนังสือค้ำประกัน เช่น งานรับเหมาก่อสร้างหรืองานรัฐ
2. โครงการ PGS 11 "บสย. SMEs ยั่งยืน" (วงเงิน 50,000 ล้านบาท)
มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และธุรกิจสีเขียว
จุดเด่น: รัฐบาลช่วยจ่ายค่าธรรมเนียมให้ฟรี 2 - 4 ปีแรก
แพ็กเกจน่าสนใจ
Smart Gen: ธุรกิจใหม่ (อายุไม่เกิน 3 ปี) ฟรีค่าธรรมเนียม 2 ปีแรก
Small Biz: รายย่อย/ฐานราก ฟรีค่าธรรมเนียม 2 ปีแรก
Smart Green: ธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (BCG/ESG) ค้ำสูงสุด 40 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม 4 ปีแรก
Ignite One & Ignite Biz: สนับสนุน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก
3. มาตรการเฉพาะกลุ่มและนวัตกรรมการเงิน
มาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และธุรกิจขนส่ง ที่ต้องใช้รถกระบะทำมาหากิน แต่เข้าถึงไฟแนนซ์ยากในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
รายละเอียดสำคัญ ได้แก่
• ค้ำประกันเช่าซื้อรถกระบะใหม่สูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย
• ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก
• ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี
• ขยายเวลารับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569
ธ.ก.ส. ขยายบทบาทดูแล SME ชุมชน-เกษตรแปรรูป
ด้าน “ธ.ก.ส.” เริ่มขยายบทบาทจากภาคเกษตรดั้งเดิม มาสู่การสนับสนุน SME ชุมชน ธุรกิจแปรรูป และผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น ผ่านโครงการ “ไทยยั่งยืน” และ “SME ไทยไชโย” วงเงินรวมกว่า 80,000 ล้านบาท โดยเน้นช่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เกษตรมูลค่าสูง Bio Economy รวมถึง Local Supply Chain ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจฐานราก
จุดเด่นของมาตรการคือ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ที่ภาครัฐเข้ามาช่วยรับภาระดอกเบี้ยบางส่วนในช่วงแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบ ปุ๋ย อาหารสัตว์ พลังงาน และค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในช่วงฟื้นตัวเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ หลายโครงการของ ธ.ก.ส. ยังผ่อนเกณฑ์การเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น เปิดทางให้ใช้ “บุคคลค้ำประกันร่วม” หรือใช้ “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” และสัญญารับซื้อผลผลิต มาใช้ประกอบการขอสินเชื่อแทนหลักทรัพย์บางส่วนได้ ช่วยให้ SME ชุมชน วิสาหกิจแปรรูป และธุรกิจท้องถิ่นที่มีข้อจำกัดด้านหลักประกัน สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นในช่วงปี 2569 ต่อเนื่องถึงบางโครงการในปี 2570
SME D Bank ดันสินเชื่อดิจิทัล-กรีน
“ SME D Bank" ยังคงเป็นแบงก์หลักที่ออกแบบสินเชื่อเฉพาะสำหรับ SME โดยตรง
ผ่านโครงการ “ปลุกพลัง SME” และ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท
จุดเด่นคือรองรับตั้งแต่รายเล็กที่ต้องการเงินทุนหลักแสน ไปจนถึงธุรกิจที่ต้องการวงเงินหลายสิบล้านบาท โดยเน้นกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ท่องเที่ยว อาหาร การแพทย์ โลจิสติกส์ และแฟรนไชส์
อีกมาตรการที่ได้รับความสนใจคือ “SME Green Productivity” สำหรับธุรกิจที่ลงทุนด้านพลังงานสะอาดหรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น
• เปลี่ยนเครื่องจักรประหยัดไฟ
• ระบบรีไซเคิลน้ำ
• Smart Factory
• Solar Rooftop
• EV Logistics
โดยให้อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นประมาณ 3% ในช่วง 3 ปีแรก พร้อมที่ปรึกษาช่วยวางแผนลดต้นทุนพลังงานและยกระดับมาตรฐาน ESG
EXIM BANK หนุนผู้ส่งออก-ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
สำหรับธุรกิจส่งออก “EXIM BANK” ยังเป็นกำลังหลักในการเสริมสภาพคล่องและบริหารความเสี่ยงทางการค้า
นอกจากเข้าร่วมโครงการ GSB Soft Loan แล้ว ยังมีแพ็กเกจสินเชื่อเพื่อ
ขยายตลาดต่างประเทศ
• ลงทุนเครื่องจักร
• เติมทุนหมุนเวียน
• ประกันความเสี่ยงผู้ซื้อในต่างประเทศ
รวมถึงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับ SME ที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทผันผวน
กลุ่มที่ได้รับการผลักดันเป็นพิเศษในปี 2569 คือ อาหาร ฮาลาล EV Parts ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจที่เชื่อมกับ Supply Chain จีน-อาเซียน
iBank หนุนฮาลาล-เศรษฐกิจชายแดนใต้
“ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ” เข้าร่วมโครงการซอฟต์โลนของออมสินเช่นกัน โดยเน้นผู้ประกอบการฮาลาล ธุรกิจชุมชน และ Supply Chain ในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนใต้
จุดเด่นคือใช้หลักการการเงินอิสลาม (Shariah Compliant) ไม่มีดอกเบี้ยแบบทั่วไป แต่ใช้รูปแบบผลตอบแทนตามหลักศาสนา พร้อมต้นทุนทางการเงินเริ่มต้นเฉลี่ยราว 3.5% ต่อปี
หลายโครงการยังช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ฟื้นตัวหลังเศรษฐกิจชะลอ
ธอส. เริ่มรุกสินเชื่ออสังหาฯ สีเขียว
แม้ “ธอส.” จะเน้นสินเชื่อบ้านเป็นหลัก แต่ช่วงหลังเริ่มมีบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กในต่างจังหวัดมากขึ้น
ผ่านสินเชื่อด้านพลังงาน เช่น
• Solar Roof
• อาคารประหยัดพลังงาน
• บ้านประหยัดไฟ
• ระบบ EV Charger
เพื่อรองรับแนวโน้ม Green Building และลดต้นทุนพลังงานระยะยาวของโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก
มาตรการพักหนี้-ช่วยภัยพิบัติ ยังเดินหน้าปี 69
อีกมาตรการสำคัญคือ แพ็กเกจช่วยเหลือลูกหนี้ในพื้นที่ภัยพิบัติร้ายแรงระดับ 4 ที่ออกต่อเนื่องในปี 2569
สาระสำคัญ ได้แก่
• พักชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน
• บางกรณียกเว้นดอกเบี้ยชั่วคราว
• ปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว
• ขยายเวลาชำระค่างวด
ครอบคลุมลูกหนี้กว่า 2.1 ล้านบัญชี โดยรัฐบาลลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุน FIDF เหลือ 0.32% เพื่อให้ธนาคารนำสภาพคล่องส่วนนี้มาช่วยลดภาระลูกหนี้
SAM-BAM ช่วยฟื้นธุรกิจที่เป็นหนี้เสีย
ส่วนธุรกิจที่กลายเป็น NPL หรือหนี้เสียไปแล้ว หน่วยงานอย่าง SAM และ BAM เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยปรับโครงสร้างหนี้
ทั้งการ
• ยืดระยะเวลาชำระ
• ลดค่างวด
• เจรจาปรับดอกเบี้ย
• บริหารทรัพย์สินรอการขาย
• เปิดทางซื้อคืนทรัพย์
เพื่อให้ธุรกิจที่ยังมีศักยภาพสามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง แทนที่จะถูกบังคับขายทรัพย์สินทันที
เมื่อรวมมาตรการทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าแนวทางของรัฐบาลในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีแค่การ “เติมเงินเข้าระบบ” แต่พยายามสร้างกลไก “Credit Boost” ให้ SME ไทย ผ่านทั้งซอฟต์โลน ดอกเบี้ยต่ำ และการค้ำประกันความเสี่ยง เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้ง่ายขึ้นในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
โดยเฉพาะธุรกิจที่ลงทุนด้านดิจิทัล พลังงานสะอาด ระบบอัตโนมัติ และการเพิ่ม Productivity ซึ่งไม่เพียงช่วยลดต้นทุนระยะยาว แต่ยังเชื่อมโยงกับมาตรการลดหย่อนภาษีและสิทธิส่งเสริมการลงทุนที่ภาครัฐทยอยออกมาควบคู่กัน
ในช่วงที่หลายโครงการยังเปิดรับต่อเนื่องถึงปลายปี 2569 และบางมาตรการขยายถึงปี 2570 สิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ อาจไม่ใช่การรอเศรษฐกิจฟื้นเต็มที่ แต่คือการรีบสำรวจว่า “สิทธิที่มีอยู่” สามารถนำมาใช้เพิ่มสภาพคล่อง ลดต้นทุน และต่อยอดธุรกิจได้มากแค่ไหน ก่อนโอกาสหลายส่วนจะทยอยปิดลง
รวมลิสต์มาตรการอุ้ม SME จากแบงก์รัฐ ที่ยังใช้ได้ในปี 69
1. SMEs Recharge เน้นเสริมสภาพคล่องและรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% ต่อปีใน 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ยื่นขอได้ถึง 30 ก.ย. 2569
เป็นมาตรการเร่งด่วนตามมติ ครม. วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เพื่อแก้ปัญหาสินเชื่อหดตัว จุดเด่น ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก และจ่ายค่าประกันชดเชยให้ธนาคารในอัตราสูง (Max Claim) เพื่อลดความเสี่ยงและจูงใจให้ธนาคารปล่อยกู้
โครงการย่อย
SMEs Go Big: สำหรับ SME ทั่วไปที่กู้เกิน 1 ล้านบาท
SMEs Smart Win: สำหรับรายย่อยและอาชีพอิสระที่กู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท
SMEs Quick LG: สำหรับหนังสือค้ำประกัน เช่น งานรับเหมาก่อสร้างหรืองานรัฐ
2. โครงการ PGS 11 "บสย. SMEs ยั่งยืน" (วงเงิน 50,000 ล้านบาท)
มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และธุรกิจสีเขียว
จุดเด่น: รัฐบาลช่วยจ่ายค่าธรรมเนียมให้ฟรี 2 - 4 ปีแรก
Smart Gen: ธุรกิจใหม่ (อายุไม่เกิน 3 ปี) ฟรีค่าธรรมเนียม 2 ปีแรก
Small Biz: รายย่อย/ฐานราก ฟรีค่าธรรมเนียม 2 ปีแรก
Smart Green: ธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (BCG/ESG) ค้ำสูงสุด 40 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม 4 ปีแรก
Ignite One & Ignite Biz: สนับสนุน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก
3. มาตรการเฉพาะกลุ่มและนวัตกรรมการเงิน
• ค้ำประกันเช่าซื้อรถกระบะใหม่สูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย
• ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก
• ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี
• ขยายเวลารับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569
ด้าน “ธ.ก.ส.” เริ่มขยายบทบาทจากภาคเกษตรดั้งเดิม มาสู่การสนับสนุน SME ชุมชน ธุรกิจแปรรูป และผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น ผ่านโครงการ “ไทยยั่งยืน” และ “SME ไทยไชโย” วงเงินรวมกว่า 80,000 ล้านบาท โดยเน้นช่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เกษตรมูลค่าสูง Bio Economy รวมถึง Local Supply Chain ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจฐานราก
“ SME D Bank" ยังคงเป็นแบงก์หลักที่ออกแบบสินเชื่อเฉพาะสำหรับ SME โดยตรง
• เปลี่ยนเครื่องจักรประหยัดไฟ
• ระบบรีไซเคิลน้ำ
• Smart Factory
• Solar Rooftop
• EV Logistics
ขยายตลาดต่างประเทศ
• ลงทุนเครื่องจักร
• เติมทุนหมุนเวียน
• ประกันความเสี่ยงผู้ซื้อในต่างประเทศ
แม้ “ธอส.” จะเน้นสินเชื่อบ้านเป็นหลัก แต่ช่วงหลังเริ่มมีบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กในต่างจังหวัดมากขึ้น
ผ่านสินเชื่อด้านพลังงาน เช่น
• Solar Roof
• อาคารประหยัดพลังงาน
• บ้านประหยัดไฟ
• ระบบ EV Charger
อีกมาตรการสำคัญคือ แพ็กเกจช่วยเหลือลูกหนี้ในพื้นที่ภัยพิบัติร้ายแรงระดับ 4 ที่ออกต่อเนื่องในปี 2569
สาระสำคัญ ได้แก่
• บางกรณียกเว้นดอกเบี้ยชั่วคราว
• ปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว
• ขยายเวลาชำระค่างวด
ส่วนธุรกิจที่กลายเป็น NPL หรือหนี้เสียไปแล้ว หน่วยงานอย่าง SAM และ BAM เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยปรับโครงสร้างหนี้
• ยืดระยะเวลาชำระ
• ลดค่างวด
• เจรจาปรับดอกเบี้ย
• บริหารทรัพย์สินรอการขาย
• เปิดทางซื้อคืนทรัพย์