สัญญาณเตือน! ระเบิดเวลาคอนโด 1.5 แสนล้าน นับถอยหลังวิกฤติสภาพคล่อง

สัญญาณเตือน! ระเบิดเวลาคอนโด 1.5 แสนล้านทยอยสร้างเสร็จจังหวะเดียวกับหุ้นกู้ก้อนใหญ่ครบกำหนดหากยอดโอนไม่ถึงเป้ากดดันสภาพคล่องกลายเป็นโดมิโนอสังหาฯ เศรษฐกิจ
.
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “แรงดึงดูดเงินต่างชาติ” กับ “แรงกดดันสภาพคล่อง” ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ เมื่อคอนโดมิเนียมมูลค่าเกือบ 1.5 แสนล้านบาท ทยอยสร้างเสร็จในปีเดียวกับที่หุ้นกู้จำนวนมหาศาลครบกำหนดไถ่ถอน! หากการโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย วิกฤติที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งอาจลุกลามเป็นโดมิโนกระทบทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจ
.
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ท่ามกลางแรงเสียดทานเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังคงเปราะบาง ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยอยู่ในภาวะประคองตัวไม่ให้ “ติดลบต่อเนื่อง” ตั้งแต่ปี 2560 โดยมีกำลังซื้อต่างชาติเป็นแรงหนุนสำคัญ ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมสะท้อนชัดว่า ต่างชาติยังคงมีบทบาทสูง โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของยอดโอนทั้งประเทศ และประมาณ 20% ในกรุงเทพฯ
.
ปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมี “แรงดึงดูด” ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ไม่ได้มีเพียงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แข่งขันได้ แต่รวมถึงระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ความเสี่ยงภัยพิบัติและสงครามที่ต่ำ ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยกลายเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของชาวต่างชาติ และเม็ดเงินดังกล่าวกำลังทำหน้าที่เป็นออกซิเจนหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมในช่วงที่ตลาดภายในประเทศชะลอตัว
.
📍เปิดมาตรวัด “ระเบิดเวลา” คอนโด 1.47 แสนล้าน
.
ภายใต้ภาพการทรงตัวของตลาด กำลังมีความเสี่ยงขนาดใหญ่ โดย “คอนโดมิเนียม” ที่จะก่อสร้างเสร็จและรอการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2569 นี้ มีมูลค่ารวมประมาณ 1.47 แสนล้านบาท หรือเกือบ 1.5 แสนล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนมูลค่าทรัพย์สิน แต่ยังผูกพันโดยตรงกับกระแสเงินสดของผู้ประกอบการ หากการโอนไม่เป็นไปตามเป้า เงินสดที่ควรไหลกลับเข้าสู่ระบบจะหายไปทันที ส่งผลต่อความสามารถในการชำระ Project Loan รวมถึง “หุ้นกู้” ที่กำลังทยอยครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้กว่า 1.8 แสนล้านบาท
.
ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่โครงสร้างเครดิตของผู้ประกอบการ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดมีอันดับเครดิตอยู่ในระดับ BBB หรือระดับล่างสุดของ Investment Grade หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนถูกปรับลดอันดับเครดิต การออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อ Rollover หนี้เดิมอาจทำได้ยากขึ้น และนั่นอาจกลายเป็นชนวนให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
สัญญาณเตือน! ระเบิดเวลาคอนโด 1.5 แสนล้าน นับถอยหลังวิกฤติสภาพคล่อง
สัญญาณเตือน! ระเบิดเวลาคอนโด 1.5 แสนล้านทยอยสร้างเสร็จจังหวะเดียวกับหุ้นกู้ก้อนใหญ่ครบกำหนดหากยอดโอนไม่ถึงเป้ากดดันสภาพคล่องกลายเป็นโดมิโนอสังหาฯ เศรษฐกิจ
.
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “แรงดึงดูดเงินต่างชาติ” กับ “แรงกดดันสภาพคล่อง” ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ เมื่อคอนโดมิเนียมมูลค่าเกือบ 1.5 แสนล้านบาท ทยอยสร้างเสร็จในปีเดียวกับที่หุ้นกู้จำนวนมหาศาลครบกำหนดไถ่ถอน! หากการโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย วิกฤติที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งอาจลุกลามเป็นโดมิโนกระทบทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจ
.
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ท่ามกลางแรงเสียดทานเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังคงเปราะบาง ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยอยู่ในภาวะประคองตัวไม่ให้ “ติดลบต่อเนื่อง” ตั้งแต่ปี 2560 โดยมีกำลังซื้อต่างชาติเป็นแรงหนุนสำคัญ ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมสะท้อนชัดว่า ต่างชาติยังคงมีบทบาทสูง โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของยอดโอนทั้งประเทศ และประมาณ 20% ในกรุงเทพฯ
.
ปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมี “แรงดึงดูด” ในสายตานักลงทุนต่างชาติ ไม่ได้มีเพียงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แข่งขันได้ แต่รวมถึงระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ความเสี่ยงภัยพิบัติและสงครามที่ต่ำ ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยกลายเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของชาวต่างชาติ และเม็ดเงินดังกล่าวกำลังทำหน้าที่เป็นออกซิเจนหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมในช่วงที่ตลาดภายในประเทศชะลอตัว
.
📍เปิดมาตรวัด “ระเบิดเวลา” คอนโด 1.47 แสนล้าน
.
ภายใต้ภาพการทรงตัวของตลาด กำลังมีความเสี่ยงขนาดใหญ่ โดย “คอนโดมิเนียม” ที่จะก่อสร้างเสร็จและรอการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2569 นี้ มีมูลค่ารวมประมาณ 1.47 แสนล้านบาท หรือเกือบ 1.5 แสนล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนมูลค่าทรัพย์สิน แต่ยังผูกพันโดยตรงกับกระแสเงินสดของผู้ประกอบการ หากการโอนไม่เป็นไปตามเป้า เงินสดที่ควรไหลกลับเข้าสู่ระบบจะหายไปทันที ส่งผลต่อความสามารถในการชำระ Project Loan รวมถึง “หุ้นกู้” ที่กำลังทยอยครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้กว่า 1.8 แสนล้านบาท
.
ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่โครงสร้างเครดิตของผู้ประกอบการ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดมีอันดับเครดิตอยู่ในระดับ BBB หรือระดับล่างสุดของ Investment Grade หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนถูกปรับลดอันดับเครดิต การออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อ Rollover หนี้เดิมอาจทำได้ยากขึ้น และนั่นอาจกลายเป็นชนวนให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ