สวัสดีครับผมอายุ 37 ปี สูง 179 เซนติเมตร น้ำหนัก 150 กิโลกรัม วันนี้ผมไม่ได้มาปรึกษาเรื่องความรัก แต่ผมโทรมาเพราะผมกำลังสู้กับ “ตัวเอง” และผมเริ่มเหนื่อยกับความคิดของตัวเองครับ
กว่าผมจะมาถึงน้ำหนักกิดขึ้นวันเดียวมันสะสมจากความเครียด ความกดดัน และการหนีปัญหาด้วยการกิน
เวลาผมเครียดเรื่องงาน ผมกิน
เวลาผมเสียใจเรื่องความรัก ผมกิน
เวลาผมรู้สึกไม่มีคุณค่า ผมก็กิน
อาหารกลายเป็นที่ปลอบใจเดียวที่ผมมี
แต่ผมไม่เคยออกกำลังกายเลย
จนวันนี้ร่างกายผมเริ่มส่งสัญญาณเตือน
ผมเป็นเบาหวาน มีแผลที่หายช้ามาก มีปัญหาผิวหนัง
บางคืนผมนอนมองแผลตัวเองแล้วรู้สึกกลัว
กลัวว่าวันหนึ่งมันจะหนักกว่านี้
ผมไม่กล้าใส่กางเกงขาสั้น
ไม่กล้าใส่เสื้อที่มันเผยรูปร่าง
ไม่กล้าแม้แต่จะยืนในที่ที่มีคนเยอะ ๆ
ผมรู้สึกอายร่างกายตัวเอง
ทั้งที่มันคือร่างกายที่อยู่กับผมมาตลอด
เวลาผมจะไปออกกำลังกาย
ผมไม่ได้กลัวเหนื่อย
ผมกลัวสายตาคน
กลัวคนมองแล้วคิดในใจ
กลัวคนรู้จักทัก
กลัวคำพูดเล่น ๆ ที่อาจจะทำให้ผมคิดทั้งคืน
ทุกวันหลังเลิกงาน ผมต้องขับรถผ่านสนามกีฬา
รองเท้าอยู่ในรถ
กางเกงออกกำลังกายอยู่ในรถ
ทุกอย่างพร้อมหมด
เหลือแค่ผม “เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป”
แต่ผมไม่เคยทำ
ผมขับผ่านมันทุกวัน
แล้วกลับบ้านไปโทษตัวเองทุกคืน
นอกจากเรื่องสุขภาพ ผมยังแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง
เป็นรุ่นน้องที่ทำงาน รู้จักกันมา 9 ปี
ผมแอบมองเขามาตลอด แต่ไม่เคยกล้าพอ
จนวันที่เขาย้ายไป ผมถึงกล้าบอกความรู้สึก
เขารับฟัง ไม่ได้ปฏิเสธ
เวลาอยากซื้อของให้ เขาก็รับด้วยรอยยิ้ม
แต่มันก็แค่นั้น
ผมไม่กล้าชวนเขาไปกินข้าว
ไม่กล้าจีบจริงจัง
เพราะผมไม่มั่นใจในตัวเองเลย
ผมรู้สึกว่าผมยังดูแลตัวเองไม่ได้
แล้วผมจะกล้าไปดูแลใคร
ผมพยายามควบคุมอาหาร
แต่พอเครียด น้ำตาลตก อารมณ์แย่
ผมก็หลุดอีก
มันเหมือนผมติดอยู่ในวงจรเดิม
กิน → รู้สึกผิด → โทษตัวเอง → เครียด → กินอีก
ตอนนี้ผมตัดสินใจย้ายงานไปอีกสาขา
เพราะผมหวังว่าถ้าได้เปลี่ยนสังคม
ผมอาจจะได้เริ่มต้นใหม่
ถ้าผมพยายามเต็มที่แล้วยังไม่ไหว
ผมก็คิดถึงการผ่าตัดกระเพาะไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย
แต่ลึก ๆ ผมอยากชนะด้วยตัวเองก่อน
ผมเหมือนจะรู้คำตอบนะครับ
ผมรู้ว่าผมต้องเริ่ม
ผมรู้ว่าผมต้องก้าวลงจากรถ
ผมรู้ว่าผมต้องเลิกกลัวสายตาคน
แต่ผมยังทำไม่ได้
ผมไม่ได้ต้องการคำตอบใหม่
ผมแค่อยากได้ใครสักคน
ที่ช่วยย้ำให้ผมเชื่อว่า
ผมยังมีโอกาสเปลี่ยนตัวเองได้
ก่อนที่สุขภาพ
ก่อนที่ความมั่นใจ
และก่อนที่ความรัก
มันจะหายไปจากชีวิตผมจริง ๆ
การเริ่มต้นออกกำลังกายมันยากสำหรับผม ทำไงดีครับ
กว่าผมจะมาถึงน้ำหนักกิดขึ้นวันเดียวมันสะสมจากความเครียด ความกดดัน และการหนีปัญหาด้วยการกิน
เวลาผมเครียดเรื่องงาน ผมกิน
เวลาผมเสียใจเรื่องความรัก ผมกิน
เวลาผมรู้สึกไม่มีคุณค่า ผมก็กิน
อาหารกลายเป็นที่ปลอบใจเดียวที่ผมมี
แต่ผมไม่เคยออกกำลังกายเลย
จนวันนี้ร่างกายผมเริ่มส่งสัญญาณเตือน
ผมเป็นเบาหวาน มีแผลที่หายช้ามาก มีปัญหาผิวหนัง
บางคืนผมนอนมองแผลตัวเองแล้วรู้สึกกลัว
กลัวว่าวันหนึ่งมันจะหนักกว่านี้
ผมไม่กล้าใส่กางเกงขาสั้น
ไม่กล้าใส่เสื้อที่มันเผยรูปร่าง
ไม่กล้าแม้แต่จะยืนในที่ที่มีคนเยอะ ๆ
ผมรู้สึกอายร่างกายตัวเอง
ทั้งที่มันคือร่างกายที่อยู่กับผมมาตลอด
เวลาผมจะไปออกกำลังกาย
ผมไม่ได้กลัวเหนื่อย
ผมกลัวสายตาคน
กลัวคนมองแล้วคิดในใจ
กลัวคนรู้จักทัก
กลัวคำพูดเล่น ๆ ที่อาจจะทำให้ผมคิดทั้งคืน
ทุกวันหลังเลิกงาน ผมต้องขับรถผ่านสนามกีฬา
รองเท้าอยู่ในรถ
กางเกงออกกำลังกายอยู่ในรถ
ทุกอย่างพร้อมหมด
เหลือแค่ผม “เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป”
แต่ผมไม่เคยทำ
ผมขับผ่านมันทุกวัน
แล้วกลับบ้านไปโทษตัวเองทุกคืน
นอกจากเรื่องสุขภาพ ผมยังแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง
เป็นรุ่นน้องที่ทำงาน รู้จักกันมา 9 ปี
ผมแอบมองเขามาตลอด แต่ไม่เคยกล้าพอ
จนวันที่เขาย้ายไป ผมถึงกล้าบอกความรู้สึก
เขารับฟัง ไม่ได้ปฏิเสธ
เวลาอยากซื้อของให้ เขาก็รับด้วยรอยยิ้ม
แต่มันก็แค่นั้น
ผมไม่กล้าชวนเขาไปกินข้าว
ไม่กล้าจีบจริงจัง
เพราะผมไม่มั่นใจในตัวเองเลย
ผมรู้สึกว่าผมยังดูแลตัวเองไม่ได้
แล้วผมจะกล้าไปดูแลใคร
ผมพยายามควบคุมอาหาร
แต่พอเครียด น้ำตาลตก อารมณ์แย่
ผมก็หลุดอีก
มันเหมือนผมติดอยู่ในวงจรเดิม
กิน → รู้สึกผิด → โทษตัวเอง → เครียด → กินอีก
ตอนนี้ผมตัดสินใจย้ายงานไปอีกสาขา
เพราะผมหวังว่าถ้าได้เปลี่ยนสังคม
ผมอาจจะได้เริ่มต้นใหม่
ถ้าผมพยายามเต็มที่แล้วยังไม่ไหว
ผมก็คิดถึงการผ่าตัดกระเพาะไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย
แต่ลึก ๆ ผมอยากชนะด้วยตัวเองก่อน
ผมเหมือนจะรู้คำตอบนะครับ
ผมรู้ว่าผมต้องเริ่ม
ผมรู้ว่าผมต้องก้าวลงจากรถ
ผมรู้ว่าผมต้องเลิกกลัวสายตาคน
แต่ผมยังทำไม่ได้
ผมไม่ได้ต้องการคำตอบใหม่
ผมแค่อยากได้ใครสักคน
ที่ช่วยย้ำให้ผมเชื่อว่า
ผมยังมีโอกาสเปลี่ยนตัวเองได้
ก่อนที่สุขภาพ
ก่อนที่ความมั่นใจ
และก่อนที่ความรัก
มันจะหายไปจากชีวิตผมจริง ๆ