เมื่อก่อน...
ผมวัดชีวิตจากตำแหน่ง
จากเงินเดือน
จากชื่อบริษัท
เช้าเข้าออฟฟิศ
เย็นกลับบ้าน
วนอยู่ในวงจรเดิม
พร้อมคำปลอบใจว่า
“กำลังสร้างอนาคต”
วันหนึ่งเริ่มสังเกตว่า
เงินเพิ่มขึ้น
แต่ความอยากก็เพิ่มขึ้นพร้อมกัน
ตำแหน่งสูงขึ้น
แต่เวลาส่วนตัวลดลง
ของในบ้านมากขึ้น
แต่พื้นที่หายใจน้อยลง
ทุนนิยมเก่งมากเรื่องหนึ่ง......
คือทำให้เรารู้สึกว่า
ยัง “ไม่พอ” อยู่เสมอ
ไม่พอเก่ง
ไม่พอรวย
ไม่พอสำเร็จ
ทั้งที่บางที ชีวิตเราก็โอเคอยู่แล้ว
จนมาถึงช่วงหนึ่งของชีวิต
ผมเริ่มเปลี่ยนวิธีวัด
ไม่ถามว่า ได้เงินเท่าไหร่
แต่ถามว่า หลับสนิทไหม
ไม่ถามว่า ใครยอมรับเราแค่ไหน
แต่ถามว่า เรายอมรับตัวเองหรือยัง
ไม่ถามว่า ปีนี้ได้เลื่อนตำแหน่งหรือเปล่า
แต่ถามว่า วันนี้ใจสงบกว่าวันวานไหม
สำหรับผม
ความสำเร็จเวอร์ชันใหม่ คือ
ตื่นเช้าแล้วไม่อยากหนีชีวิต
นั่งทำงานโดยไม่เกลียดงาน
กลับบ้านแล้วอยากกลับจริง ๆ
ถ้าอายุยังน้อย
อาจต้องวิ่งก่อน
แต่ถ้าเข้า 50+ แล้ว
ผมว่าเราควรเริ่ม “ผ่อนคันเร่ง”
ไม่ใช่เพราะแพ้
แต่เพราะรู้แล้วว่า
เส้นชัยของชีวิต
ไม่ใช่เสียงปรบมือ
มันคือ
วันที่เรานั่งเงียบ ๆ ได้
โดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใครอีก
สุดท้ายแล้ว
ชีวิตที่วัดจากความสงบ
อาจไม่ได้ดูหรู
แต่มัน “เบา”
และเบาแบบนี้
อยู่ได้นานกว่า
แล้วคุณล่ะครับ…
ทุกวันนี้คุณกำลังวัดชีวิตจากอะไรอยู่
เงินในบัญชี
ตำแหน่งงาน
สายตาคนอื่น
หรือความสงบในใจ
ถ้าเลือกได้
อยากให้ชีวิตช่วงต่อไป
เบากว่าวันนี้ไหม
มาเล่ากันครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
ถึงเวลาที่เรา (จะ) วัดชีวิตจากความสงบหรือยัง ?
ผมวัดชีวิตจากตำแหน่ง
จากเงินเดือน
จากชื่อบริษัท
เช้าเข้าออฟฟิศ
เย็นกลับบ้าน
วนอยู่ในวงจรเดิม
พร้อมคำปลอบใจว่า
“กำลังสร้างอนาคต”
วันหนึ่งเริ่มสังเกตว่า
เงินเพิ่มขึ้น
แต่ความอยากก็เพิ่มขึ้นพร้อมกัน
ตำแหน่งสูงขึ้น
แต่เวลาส่วนตัวลดลง
ของในบ้านมากขึ้น
แต่พื้นที่หายใจน้อยลง
ทุนนิยมเก่งมากเรื่องหนึ่ง......
คือทำให้เรารู้สึกว่า
ยัง “ไม่พอ” อยู่เสมอ
ไม่พอเก่ง
ไม่พอรวย
ไม่พอสำเร็จ
ทั้งที่บางที ชีวิตเราก็โอเคอยู่แล้ว
จนมาถึงช่วงหนึ่งของชีวิต
ผมเริ่มเปลี่ยนวิธีวัด
ไม่ถามว่า ได้เงินเท่าไหร่
แต่ถามว่า หลับสนิทไหม
ไม่ถามว่า ใครยอมรับเราแค่ไหน
แต่ถามว่า เรายอมรับตัวเองหรือยัง
ไม่ถามว่า ปีนี้ได้เลื่อนตำแหน่งหรือเปล่า
แต่ถามว่า วันนี้ใจสงบกว่าวันวานไหม
สำหรับผม
ความสำเร็จเวอร์ชันใหม่ คือ
ตื่นเช้าแล้วไม่อยากหนีชีวิต
นั่งทำงานโดยไม่เกลียดงาน
กลับบ้านแล้วอยากกลับจริง ๆ
ถ้าอายุยังน้อย
อาจต้องวิ่งก่อน
แต่ถ้าเข้า 50+ แล้ว
ผมว่าเราควรเริ่ม “ผ่อนคันเร่ง”
ไม่ใช่เพราะแพ้
แต่เพราะรู้แล้วว่า
เส้นชัยของชีวิต
ไม่ใช่เสียงปรบมือ
มันคือ
วันที่เรานั่งเงียบ ๆ ได้
โดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใครอีก
สุดท้ายแล้ว
ชีวิตที่วัดจากความสงบ
อาจไม่ได้ดูหรู
แต่มัน “เบา”
และเบาแบบนี้
อยู่ได้นานกว่า
แล้วคุณล่ะครับ…
ทุกวันนี้คุณกำลังวัดชีวิตจากอะไรอยู่
เงินในบัญชี
ตำแหน่งงาน
สายตาคนอื่น
หรือความสงบในใจ
ถ้าเลือกได้
อยากให้ชีวิตช่วงต่อไป
เบากว่าวันนี้ไหม
มาเล่ากันครับ ขอบคุณมากๆ ครับ