สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวออฟฟิศทุกท่าน...
วันนี้ขอมาในโหมดจริงจังนิดนึงนะคะ มีใครเป็นไหมคะที่อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่างานที่เคยสนุกมันกลายเป็นภาระที่หนักอึ้ง จอคอมพิวเตอร์กลายเป็นศัตรู และเสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราใจสั่น
ภาวะ "หมดไฟ" ของผู้หญิงเรา บางทีมันไม่ได้มาจากแค่เรื่องงานเยอะนะคะ แต่มันมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น
1. ภาวะ "เก่งไปหมดทุกเรื่อง"
สังคมคาดหวังให้เราเป็นผู้หญิงที่เก่ง ทำงานคล่องแคล่ว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นลูกที่ดี เป็นแฟนที่น่ารัก หรือเป็นแม่ที่ดูแลบ้านได้ไม่ขาดตกบกพร่อง พอเราพยายามจะรักษามาตรฐาน "ความสมบูรณ์แบบ" ไว้ทุกด้าน สุดท้ายร่างก็แหลก ไฟก็หมดค่ะ
2. ความรู้สึกว่า "ทำไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน"
บางทีเราทุ่มเทแทบตาย เสนอไอเดียไปเท่าไหร่ก็ถูกปัดตก หรือเห็นคนอื่นที่ทำงานน้อยกว่าแต่ก้าวหน้าไปไกลกว่า ความอยุติธรรมเล็กๆ ในออฟฟิศนี่แหละค่ะคือตัวมอดที่กัดกินไฟในใจเราได้ดีที่สุด
3. สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ที่เกินจะรับมือ
ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างที่จิกงานไม่เลือกเวลา หรือเพื่อนร่วมงานที่คอยแซะคอยขัดขา การต้องปั้นหน้ายิ้มเข้าสังคมทั้งที่ในใจอยากจะกรีดร้อง มันใช้พลังงานสูงมากนะคะ
วิธี "เติมน้ำมัน" ให้ไฟในใจ (ฉบับผู้หญิงสู้ชีวิต)
ถ้าตอนนี้ยังลาออกไม่ได้ หรือยังอยากสู้ต่อ ลองทำแบบนี้ดูไหมคะ?
ตั้งกฎ "ขอบเขต" ให้ชัดเจน : หลัง 2 ทุ่มคือเวลาของฉัน ไม่มีการตอบไลน์หรืออีเมลใดๆ ทั้งสิ้น การขีดเส้นใต้คำว่า "พื้นที่ส่วนตัว" จะช่วยให้สมองเราได้พักจริงๆ ค่ะ
หาความสำเร็จเล็กๆในแต่ละวัน : วันนี้ไม่ต้องทำโปรเจกต์ใหญ่ให้เสร็จก็ได้ แค่เคลียร์อีเมลค้างปีได้ 10 ฉบับ หรือได้กินกาแฟร้านที่ชอบ ก็ถือว่าชนะแล้วค่ะ
ใจดีกับตัวเองบ้าง : ถ้าวันนี้มันเหนื่อยจนทำอะไรไม่ไหว ก็แค่ยอมรับว่า "วันนี้เราไม่โอเค" การนอนโง่ๆ ดูซีรีส์ หรือแช่น้ำอุ่น ไม่ใช่เรื่องผิดค่ะ
หา "เซฟโซน" ไว้ระบาย : ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท หรือการมาเขียนกระทู้ระบายในพันทิป การได้เอาความอัดอั้นออกจากอก จะช่วยให้ใจเบาลงเยอะเลยค่ะ
บทสรุปส่งท้าย
การหมดไฟไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งนะคะ แต่มันแปลว่าเรา "ใช้พลังงานมานานเกินไป" โดยไม่ได้ชาร์จแบตต่างหากค่ะ เครื่องจักรยังต้องพัก แล้วคนสวยๆ อย่างเราจะทำงานหนักตลอดเวลาได้ยังไงกัน?
มีเพื่อนๆ คนไหนกำลังอยู่ในภาวะ "ถ่านอ่อน" แบบนี้บ้างไหมคะ? มาแชร์กันได้นะว่าช่วงนี้จัดการความรู้สึกตัวเองยังไง หรือใครมีที่พักผ่อนเงียบๆ แนะนำ บอกกันได้เลยนะคะ!
เมื่อผู้หญิงวัยทำงานถึงจุด "เหนื่อยหน่าย" ... ไม่อยากลาออกนะ แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไง
วันนี้ขอมาในโหมดจริงจังนิดนึงนะคะ มีใครเป็นไหมคะที่อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่างานที่เคยสนุกมันกลายเป็นภาระที่หนักอึ้ง จอคอมพิวเตอร์กลายเป็นศัตรู และเสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราใจสั่น
ภาวะ "หมดไฟ" ของผู้หญิงเรา บางทีมันไม่ได้มาจากแค่เรื่องงานเยอะนะคะ แต่มันมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น
1. ภาวะ "เก่งไปหมดทุกเรื่อง"
สังคมคาดหวังให้เราเป็นผู้หญิงที่เก่ง ทำงานคล่องแคล่ว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นลูกที่ดี เป็นแฟนที่น่ารัก หรือเป็นแม่ที่ดูแลบ้านได้ไม่ขาดตกบกพร่อง พอเราพยายามจะรักษามาตรฐาน "ความสมบูรณ์แบบ" ไว้ทุกด้าน สุดท้ายร่างก็แหลก ไฟก็หมดค่ะ
2. ความรู้สึกว่า "ทำไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน"
บางทีเราทุ่มเทแทบตาย เสนอไอเดียไปเท่าไหร่ก็ถูกปัดตก หรือเห็นคนอื่นที่ทำงานน้อยกว่าแต่ก้าวหน้าไปไกลกว่า ความอยุติธรรมเล็กๆ ในออฟฟิศนี่แหละค่ะคือตัวมอดที่กัดกินไฟในใจเราได้ดีที่สุด
3. สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ที่เกินจะรับมือ
ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างที่จิกงานไม่เลือกเวลา หรือเพื่อนร่วมงานที่คอยแซะคอยขัดขา การต้องปั้นหน้ายิ้มเข้าสังคมทั้งที่ในใจอยากจะกรีดร้อง มันใช้พลังงานสูงมากนะคะ
วิธี "เติมน้ำมัน" ให้ไฟในใจ (ฉบับผู้หญิงสู้ชีวิต)
ถ้าตอนนี้ยังลาออกไม่ได้ หรือยังอยากสู้ต่อ ลองทำแบบนี้ดูไหมคะ?
ตั้งกฎ "ขอบเขต" ให้ชัดเจน : หลัง 2 ทุ่มคือเวลาของฉัน ไม่มีการตอบไลน์หรืออีเมลใดๆ ทั้งสิ้น การขีดเส้นใต้คำว่า "พื้นที่ส่วนตัว" จะช่วยให้สมองเราได้พักจริงๆ ค่ะ
หาความสำเร็จเล็กๆในแต่ละวัน : วันนี้ไม่ต้องทำโปรเจกต์ใหญ่ให้เสร็จก็ได้ แค่เคลียร์อีเมลค้างปีได้ 10 ฉบับ หรือได้กินกาแฟร้านที่ชอบ ก็ถือว่าชนะแล้วค่ะ
ใจดีกับตัวเองบ้าง : ถ้าวันนี้มันเหนื่อยจนทำอะไรไม่ไหว ก็แค่ยอมรับว่า "วันนี้เราไม่โอเค" การนอนโง่ๆ ดูซีรีส์ หรือแช่น้ำอุ่น ไม่ใช่เรื่องผิดค่ะ
หา "เซฟโซน" ไว้ระบาย : ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท หรือการมาเขียนกระทู้ระบายในพันทิป การได้เอาความอัดอั้นออกจากอก จะช่วยให้ใจเบาลงเยอะเลยค่ะ
บทสรุปส่งท้าย
การหมดไฟไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งนะคะ แต่มันแปลว่าเรา "ใช้พลังงานมานานเกินไป" โดยไม่ได้ชาร์จแบตต่างหากค่ะ เครื่องจักรยังต้องพัก แล้วคนสวยๆ อย่างเราจะทำงานหนักตลอดเวลาได้ยังไงกัน?
มีเพื่อนๆ คนไหนกำลังอยู่ในภาวะ "ถ่านอ่อน" แบบนี้บ้างไหมคะ? มาแชร์กันได้นะว่าช่วงนี้จัดการความรู้สึกตัวเองยังไง หรือใครมีที่พักผ่อนเงียบๆ แนะนำ บอกกันได้เลยนะคะ!