วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus Infection): โรคอุบัติใหม่ที่ต้องเฝ้าระวัง 
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus Infection)
เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ (Emerging Infectious Disease) ที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic disease)
เชื้อไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541 และจัดเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง
แหล่งรังโรคหลักคือ ค้างคาวผลไม้ (Fruit bat)
เชื้อสามารถถ่ายทอดจากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
แหล่งรังโรคสำคัญ
ค้างคาวผลไม้ (โดยเฉพาะค้างคาวแม่ไก่)
สัตว์ที่อาจติดเชื้อ เช่น สุกร สุนัข แมว ม้า และแพะ
วิธีการติดต่อ
สัมผัสสารคัดหลั่งจากค้างคาว เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรือมูล
รับประทานผลไม้หรืออาหารที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากค้างคาว
สัมผัสโดยตรงกับสัตว์ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์
สัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยติดเชื้อ เช่น น้ำลาย เสมหะ เลือด
อาการของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์อาการของโรคมีตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท
ระยะเริ่มต้น
ไข้
ปวดศีรษะ
ปวดเมื่อยตามร่างกาย
อ่อนเพลีย
เจ็บคอ ไอ
ระยะรุนแรง
ปอดอักเสบ
หายใจลำบาก
สมองอักเสบ (Encephalitis)
ซึม ชัก หมดสติ
ผู้ป่วยบางรายอาจเสียชีวิตจากภาวะสมองอักเสบหรือระบบหายใจล้มเหลว
ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สงสัยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (PUI)ผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือระบบประสาท
ร่วมกับ ประวัติเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้ ถือเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI)
สัมผัสสารคัดหลั่งจากค้างคาวกินผลไม้
รับประทานผลไม้หรืออาหารที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากค้างคาว
สัมผัสโดยตรงกับสัตว์ป่วยสงสัยติดเชื้อ เช่น สุกร สุนัข แมว ม้า หรือแพะ
สัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์
มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการรายงานผู้ป่วย เช่น อินเดีย บังกลาเทศ มาเลเซีย
การวินิจฉัยประเมินอาการและประวัติเสี่ยง
ตรวจทางห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง (RT-PCR)
ตรวจภาพถ่ายรังสีปอด หรือสมอง ในรายที่มีอาการรุนแรง
การรักษาปัจจุบัน ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์
การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ (Supportive care) เช่น
การดูแลระบบทางเดินหายใจ
การควบคุมอาการชัก
การดูแลภาวะแทรกซ้อน
การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์การป้องกันในระดับบุคคล
หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวหรือสัตว์ป่วย
หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีร่องรอยถูกกัดแทะ
ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน
หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวานจากผลไม้ดิบ
การป้องกันในสถานพยาบาล
ใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด
สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)
แยกผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อทันที
สถานการณ์ในประเทศไทย
ปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์
แต่เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงและสามารถแพร่ข้ามประเทศได้
จึงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง
*** โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีความรุนแรงสูงการรู้เท่าทันแหล่งรังโรค วิธีการติดต่อ และอาการ
จะช่วยให้สามารถป้องกัน คัดกรอง และรักษาได้อย่างทันท่วงที
หากมีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางระบบประสาทหรือทางเดินหายใจและมีประวัติเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที***
ผู้เขียน
นพ.มนตรี กอบกิจเจริญ
แพทย์ผู้ชำนาญการทางด้านโรคติดเชื้อ
วันที่ 26.01.2026
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โรคอุบัติใหม่ที่ต้องเฝ้าระวัง
เชื้อไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541 และจัดเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง
เชื้อสามารถถ่ายทอดจากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
ร่วมกับ ประวัติเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้ ถือเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI)
การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ (Supportive care) เช่น
แต่เนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงและสามารถแพร่ข้ามประเทศได้
จึงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง