RSV อาจเริ่มจากอาการคล้ายไข้หวัด แต่อาจรุนแรงกว่าที่คิด




✴️ RSV (Respiratory Syncytial Virus) การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ ทั้งทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงมีโอกาสติดเชื้อและเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่าวัยอื่น

โรคนี้มักระบาดในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว หรือช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง รวมถึงช่วงเปิดเทอมที่เด็กมีโอกาสใกล้ชิดกันในโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กมากขึ้น อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่ในบางรายอาจลุกลามจนเกิดหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หรือภาวะหายใจลำบาก

⚠️อาการระยะแรกของ การติดเชื้อ RSV มักคล้ายไข้หวัดทั่วไป ทำให้สังเกตได้ยาก ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าการติดเชื้อลุกลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น หลอดลมอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ หรือปอดอักเสบ ที่ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ ได้แก่
• หายใจเร็ว หรือหายใจแรงกว่าปกติ
• หอบเหนื่อย หรือหายใจลำบาก
• หายใจมีเสียงหวีด
• หน้าอกหรือชายโครงบุ๋มขณะหายใจ
• ปากซีด เขียว หรือดูผิดปกติ
• ซึมลง ไม่ค่อยตอบสนอง
• ดื่มนมหรือรับประทานอาหารได้น้อยลง
• ไอมาก เสมหะมาก หรืออาการแย่ลงต่อเนื่อง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

สัญญาณการติดเชื้อ RSV ที่ไม่ควรมองข้าม

⁉️ทำไมเด็กเล็กจึงควรเฝ้าระวัง RSV
เพราะในเด็กเล็กยังไม่สามารถสั่งน้ำมูกหรือขับเสมหะออกเองได้ อาจทำให้เสมหะสะสม หายใจไม่สะดวก และมีอาการรุนแรงขึ้นได้

🔸เชื้อ RSV ติดต่อได้อย่างไร
ติดเชื้อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ ผ่านการไอ จาม และการสัมผัสโดยตรง เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านตา จมูก หรือปากได้ โดยเฉพาะเมื่อเด็กสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วนำมือเข้าปาก จับจมูก หรือขยี้ตา

สิ่งของที่เด็กใช้ร่วมกัน เช่น ของเล่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดตัว หรือพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย อาจเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อได้ เนื่องจากเชื้อ RSV สามารถอยู่บนพื้นผิวภายนอกร่างกายได้นานหลายชั่วโมง และอยู่ที่มือได้ระยะหนึ่ง จึงทำให้เด็กเล็กที่เล่นหรือใช้ของร่วมกันมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

ผู้ติดเชื้อไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายเชื้อได้นาน 3 - 8 วัน เด็กทั่วไปสามารถรับเชื้อได้จากนอกบ้าน เช่น โรงเรียน ศูนย์เลี้ยงเด็ก หรือ พี่ที่ไปโรงเรียนนำมาติดน้องเล็กในบ้านที่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน

🚨เด็กติดเชื้อ RSV ซ้ำได้หรือไม่
เด็กที่เคยติดเชื้อ RSV แล้ว ยังมีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้อีก นอกจากนี้ หลังจากอาการติดเชื้อหายแล้ว เด็กบางรายอาจมีภาวะหลอดลมไว ทำให้หายใจเหนื่อยง่าย หรือมีความเสี่ยงต่ออาการทางเดินหายใจตามมาได้ ควรมาติดตามอาการกับแพทย์จนกว่าจะหายดี ไม่มีอาการของระบบทางเดินหายใจ

การป้องกันการติดเชื้อ RSV ควรเริ่มจากสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน
▫️ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
▫️ทำความสะอาดของเล่นและของใช้ที่เด็กสัมผัสเป็นประจำ
▫️หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัด
▫️ฝึกให้เด็กหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสตา จมูก หรือปาก
▫️แยกของใช้ส่วนตัวเมื่อมีคนในบ้านป่วย
▫️หลีกเลี่ยงการให้เด็กเล็กใกล้ชิดผู้ที่มีอาการหวัด
▫️หากเด็กป่วย ควรให้หยุดเรียนหรือหยุดไปสถานรับเลี้ยงเด็กจนกว่าอาการจะดีขึ้น

✅ สำหรับเด็กบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณา ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหรือโมโนโคลนอลแอนติบอดี เพื่อช่วยลดโอกาสการติดเชื้อหรือลดความรุนแรงของ RSV ตามความเหมาะสมของช่วงอายุ ภาวะสุขภาพ และดุลยพินิจของแพทย์

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่