ดูข่าวเมื่อกี้ เจอข่าว อีโบล่า แล้วเค้าสรุป ค้นพบได้ว่า มีค้างคาวเป็นสัตว์พาหะ
จึงเกิดความสงสัย ก็ถาม พี่กลู เอาดื้อๆ ได้บทความนี้มาครับ
ถาม - ทำไมค้างคาวจึงเป็นสัตว์พาหะนำเชื้อโรคระบาด
ตอบ -
ค้างคาวเป็นสัตว์พาหะที่เก็บสะสมและแพร่กระจายเชื้อโรคอุบัติใหม่ได้มากที่สุด เนื่องจากพวกมันมีระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ไวรัสสามารถอาศัยอยู่ได้โดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย ประกอบกับการบินได้ไกลทำให้แพร่เชื้อได้ง่าย โดยสาเหตุหลักมาจากปัจจัยทางชีวภาพดังนี้ครับ:
ภูมิคุ้มกันที่ไม่แสดงอาการ (Tolerance):
ค้างคาวมีโปรตีนพิเศษที่ช่วยควบคุมการอักเสบและยับยั้งไม่ให้ไวรัสแบ่งตัวมากเกินไป ทำให้พวกมันมีชีวิตอยู่ร่วมกับไวรัสร้ายแรง เช่น อีโบลา นิปาห์ หรือไวรัสโคโรนา ได้อย่างเป็นปกติ
อุณหภูมิร่างกายขณะบิน:
การบินทำให้อุณหภูมิร่างกายของค้างคาวสูงขึ้นคล้ายกับคนที่มีไข้สูง ซึ่งกลไกนี้ทำให้ไวรัสบางชนิดพัฒนาตัวเองให้ทนความร้อนได้ดีขึ้น และเมื่อไวรัสนี้หลุดเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ที่มีอุณหภูมิปกติ (ประมาณ \(37^{\circ}C\)) ไวรัสจึงเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
อัตราการเผาผลาญสูง:
ค้างคาวมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูงมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ากระบวนการนี้อาจช่วยซ่อมแซมความเสียหายของดีเอ็นเอและป้องกันไม่ให้ค้างคาวป่วยหรือเป็นมะเร็งได้ง่าย
พฤติกรรมทางสังคมและการกระจายตัว:
ค้างคาวเป็นสัตว์สังคมที่อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่และบินหาอาหารได้ไกล จึงเป็นตัวกลางกระจายเชื้อโรคไปสู่สัตว์อื่นและมนุษย์ได้ง่าย
นอกจากนี้ การรุกรานพื้นที่ป่าและการล่าสัตว์ป่าของมนุษย์ ยังเป็นตัวเร่งให้ค้างคาวเกิดความเครียดและขับเชื้อโรคออกมา หรือทำให้มนุษย์มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคจากค้างคาวได้มากขึ้น
เพราะอะไร? ค้างคาวจึงเป็นสัตว์พาหะนำเชื้อโรคร้ายแรงมาสู่มนุษย์ได้.
จึงเกิดความสงสัย ก็ถาม พี่กลู เอาดื้อๆ ได้บทความนี้มาครับ
ถาม - ทำไมค้างคาวจึงเป็นสัตว์พาหะนำเชื้อโรคระบาด
ตอบ -
ค้างคาวเป็นสัตว์พาหะที่เก็บสะสมและแพร่กระจายเชื้อโรคอุบัติใหม่ได้มากที่สุด เนื่องจากพวกมันมีระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ไวรัสสามารถอาศัยอยู่ได้โดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย ประกอบกับการบินได้ไกลทำให้แพร่เชื้อได้ง่าย โดยสาเหตุหลักมาจากปัจจัยทางชีวภาพดังนี้ครับ:
ภูมิคุ้มกันที่ไม่แสดงอาการ (Tolerance):
ค้างคาวมีโปรตีนพิเศษที่ช่วยควบคุมการอักเสบและยับยั้งไม่ให้ไวรัสแบ่งตัวมากเกินไป ทำให้พวกมันมีชีวิตอยู่ร่วมกับไวรัสร้ายแรง เช่น อีโบลา นิปาห์ หรือไวรัสโคโรนา ได้อย่างเป็นปกติ
อุณหภูมิร่างกายขณะบิน:
การบินทำให้อุณหภูมิร่างกายของค้างคาวสูงขึ้นคล้ายกับคนที่มีไข้สูง ซึ่งกลไกนี้ทำให้ไวรัสบางชนิดพัฒนาตัวเองให้ทนความร้อนได้ดีขึ้น และเมื่อไวรัสนี้หลุดเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ที่มีอุณหภูมิปกติ (ประมาณ \(37^{\circ}C\)) ไวรัสจึงเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
อัตราการเผาผลาญสูง:
ค้างคาวมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูงมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ากระบวนการนี้อาจช่วยซ่อมแซมความเสียหายของดีเอ็นเอและป้องกันไม่ให้ค้างคาวป่วยหรือเป็นมะเร็งได้ง่าย
พฤติกรรมทางสังคมและการกระจายตัว:
ค้างคาวเป็นสัตว์สังคมที่อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่และบินหาอาหารได้ไกล จึงเป็นตัวกลางกระจายเชื้อโรคไปสู่สัตว์อื่นและมนุษย์ได้ง่าย
นอกจากนี้ การรุกรานพื้นที่ป่าและการล่าสัตว์ป่าของมนุษย์ ยังเป็นตัวเร่งให้ค้างคาวเกิดความเครียดและขับเชื้อโรคออกมา หรือทำให้มนุษย์มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคจากค้างคาวได้มากขึ้น