เล่าเรื่องอาหาร ชากับขนม


เมื่อนึกถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับอาหาร ฉันนึกถึงไวน์กับเนื้อสัตว์ซึ่งฉันไม่สันทัด แต่การจับคู่ชากับขนมก็สนุกไม่น้อย…

หลักการของการจับคู่ชา คือ ความพอดี ไม่มีรสไหนเด่นจนกลบกันเอง ชากับขนมต้องจูงมือกันเสริมรสชาติ

-ชาเขียว (Green Tea)  สดชื่น กลิ่นเหมือนยอดหญ้า ฝาดนิดๆ เหมาะกับขนมรสอ่อน หรือของทอดที่ต้องการ ตัดเลี่ยน
-ชาขาว (White Tea) นุ่มนวล หวานปลายลิ้น กลิ่นอ่อน เหมาะกับขนมรสเบาๆ ที่ไม่หวานจัด เพื่อไม่ให้กลบรสชา 
-ชาอู่หลง (Oolong Tea) มีความซับซ้อน (มีกลิ่นดอกไม้,ผลไม้) เข้ากับขนมแทบทุกชนิด 
-ชาดำ (Black Tea) เข้มข้น กลิ่นชัดเจน เหมาะกับขนมหวานจัด หรือเมนูที่มีเนื้อสัมผัสหนักๆ 
-ชาผู่เอ๋อร์ (Pu-erh) รสเข้ม ลุ่มลึก เหมาะกับมื้อหนักๆ ที่มีไขมันสูง ช่วยย่อยได้ดีเยี่ยม 

ขนมมงคล กับ ชาคู่ใจ ของฉัน

 -ขนมเข่ง + ชาเขียว
   ขนมเข่งทั้งเหนียวและหวาน ยิ่งถ้าเอาไปชุบไข่ทอดนี่คือที่สุด! ความฝาดเบาๆ ของชาเขียวจะเข้าไปช่วยล้างปาก ตัดความมันของน้ำมันและแป้ง ทำให้หยิบชิ้นต่อไปได้แบบไม่รู้สึกเลี่ยน

 -ขนมเทียน + ชาผู่เอ๋อร์
   ขนมเทียนมีความหวานของไส้ถั่วและความหอมของพริกไทย พ่วงด้วยแป้งเน้นๆ           ชาผู่เอ๋อร์ที่มีคุณสมบัติช่วยย่อย ช่วยให้ท้องไม่อืด แถมกลิ่นของชายังเข้ากับเครื่องเทศในขนมเทียนได้เป็นอย่างดี

 -บัวลอยงาดำ + ชาอู่หลงหอมหมื่นลี้
   ความหวานเยิ้มของไส้งาดำในน้ำขิง ต้องการชาที่มีกลิ่นดอกไม้และรสสัมผัสที่ละมุน มาเสริมให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายอยู่ในปาก

การชงชาก็เหมือนการปรุงอาหาร อุณหภูมิและเวลาคือหัวใจสำคัญ
 ชาเขียวอย่าใช้น้ำเดือดจัดนะ แช่แค่ 1-2 นาทีพอให้สดชื่น
 ชาอู่หลง/ชาดำใช้น้ำร้อนจัด แช่ประมาณ 2-5 นาที เพื่อดึงความเข้มข้นออกมา
 ชาผู่เอ๋อร์จัดน้ำเดือดไปเลยล้างใบชาสักรอบก่อนชงจริงเพื่อกระตุ้นกลิ่น

     คนอื่น ๆ อาจมีวิธีการชงและการจับคู่ขนมที่แตกต่างกันไป เพราะความอร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน… ขอแค่มีความสุขกับการกินก็พอค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่