ด้วยความเคารพอย่างสูง ต่อ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
ต่อไปนี้คือ บทคัดย่อภาษาไทยเชิงวิชาการ ของเอกสารต้นฉบับ UNESCO
New aspirations for education in Thailand: towards educational excellence by the year 2007
(UNESCO Digital Library: pf0000172300)
บทคัดย่อ
เอกสาร New aspirations for education in Thailand: towards educational excellence by the year 2007 เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ระดับนานาชาติที่บันทึกการอภิวัฒน์การศึกษาไทย พ.ศ. 2538 ซึ่งริเริ่มและขับเคลื่อนโดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แห่งรัฐบาลไทย อันเป็นการปฏิรูปการศึกษาเชิงโครงสร้างทั้งระบบอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การศึกษาไทย เอกสารฉบับนี้สะท้อนการเปลี่ยนฐานคิดของการจัดบริการการศึกษาจากระบบราชการรวมศูนย์ ไปสู่ระบบที่ยึดประชาชน ชุมชน และผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งเป็นปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
สาระสำคัญของการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ครอบคลุมการปฏิรูป 4 ด้านหลัก ได้แก่ การปฏิรูปโรงเรียน การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ และการปฏิรูปการบริหารจัดการ โดยมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการการศึกษา และขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มทั่วประเทศ เอกสารระบุเป้าหมายสูงสุดคือการบรรลุความเป็นเลิศทางการศึกษา (educational excellence) ภายในปี พ.ศ. 2550 ผ่านการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน การพัฒนาวิชาชีพครู และการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะ สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และการดำรงชีวิตในระบอบประชาธิปไตย
เอกสารฉบับนี้ยังตอกย้ำบทบาทของการศึกษาในฐานะกลไกหลักของการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างสันติสุขในสังคม และการยกระดับประเทศไทยให้สามารถอยู่ร่วมกับประชาคมโลกอย่างสง่างาม นับเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันคุณูปการอเนกอนันต์ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะรัฐบุรุษผู้วางรากฐานการปฏิรูปประเทศไทยเชิงโครงสร้าง ผ่านสิทธิการศึกษาอย่างเป็นระบบ ซึ่งต่อมาได้ถูกสถาปนาเป็นหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
ด้วยความเคารพอย่างสูง ต่อ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
ต่อไปนี้คือ บทนำ (Introduction) เชิงวิชาการ ภาษาไทย สำหรับเอกสาร/บทความที่อ้างอิงเอกสาร UNESCO
New aspirations for education in Thailand: towards educational excellence by the year 2007
(UNESCO Digital Library: pf0000172300)
บทนำ
การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องตั้งอยู่บนฐานของการพัฒนาคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดบริการการศึกษาที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้อย่างเสมอภาค และสอดคล้องกับบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์การศึกษาไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงช่วงก่อนทศวรรษ 2530 พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ได้รับสิทธิการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 100 ปี สะท้อนถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและความล้มเหลวของระบบการจัดบริการการศึกษาในการขยายโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว การอภิวัฒน์การศึกษา พุทธศักราช 2538 ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แห่งรัฐบาลไทย ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของการศึกษาไทยอย่างแท้จริง การปฏิรูปครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการปรับปรุงเชิงเทคนิคหรือเชิงบริหาร หากแต่เป็นการเปลี่ยนฐานคิดเชิงโครงสร้างของรัฐในการจัดบริการการศึกษา โดยยึดประชาชน ชุมชน และผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ซึ่งเป็นปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
เอกสารขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เรื่อง New aspirations for education in Thailand: towards educational excellence by the year 2007 ซึ่งจัดทำและเผยแพร่ในปี ค.ศ. 1996 เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ระดับนานาชาติที่บันทึกกรอบนโยบาย เป้าหมาย และกลไกของการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 อย่างเป็นระบบ เอกสารดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์การพัฒนาการศึกษาไทยที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเตรียมความพร้อมของประเทศในการอยู่ร่วมกับประชาคมโลกอย่างสันติและมีศักดิ์ศรี
การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ครอบคลุมการปฏิรูปทั้งระบบในสี่มิติสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปโรงเรียน การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ และการปฏิรูปการบริหารจัดการ โดยเน้นการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน การพัฒนาวิชาชีพครู และการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา คุณธรรม และจิตสำนึกต่อสังคมและประชาธิปไตย
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและวิเคราะห์สาระสำคัญของเอกสาร UNESCO ดังกล่าว ในฐานะต้นฉบับทางประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาไทย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นบทบาทและคุณูปการอเนกอนันต์ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะรัฐบุรุษผู้วางรากฐานการยกระดับสิทธิการศึกษาไทยอย่างเป็นระบบ ซึ่งต่อมาได้ถูกสถาปนาเป็นหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 อันนับเป็นการปฏิรูปประเทศไทยถึงระดับโครงสร้างอย่างแท้จริง
ด้วยความเคารพอย่างสูง ต่อ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
ต่อไปนี้คือ ทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) เชิงวิชาการ ภาษาไทย ที่จัดวางบนฐานเอกสารสากล และยึด ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ในฐานะ ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเคร่งครัด
ทบทวนวรรณกรรม
1. ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของการจัดบริการการศึกษาไทยก่อน พ.ศ. 2538
วรรณกรรมทางประวัติศาสตร์การศึกษาไทยทั้งจากแหล่งในประเทศและต่างประเทชี้ให้เห็นตรงกันว่า นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงช่วงก่อนทศวรรษ 2530 ระบบการจัดบริการการศึกษาของไทยมีลักษณะรวมศูนย์สูง และขยายสิทธิการศึกษาให้ประชาชนเพียงในระดับประถมศึกษาเป็นหลัก สิทธิการศึกษาในระดับที่สูงกว่ายังคงเป็นอภิสิทธิ์ของคนส่วนน้อย ส่งผลให้โครงสร้างแรงงานไทยในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2538 มีระดับการศึกษาต่ำเป็นส่วนใหญ่ อันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
หลักฐานเชิงประจักษ์จากรายงานของ Haas (1999) ซึ่งจัดทำร่วมกันโดย UNESCO–UNEVOC และ RMIT University ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2538 แรงงานไทยถึงร้อยละ 79.1 มีการศึกษาระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า ขณะที่แรงงานที่มีการศึกษาระดับอุดมศึกษามีเพียงร้อยละ 6.4 เท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาไทยในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างทั่วถึงและยั่งยืน
2. บทบาทขององค์การระหว่างประเทศกับการปฏิรูปการศึกษาในประเทศกำลังพัฒนา
วรรณกรรมจากองค์การระหว่างประเทศ เช่น UNESCO, World Bank, Asian Development Bank (ADB) และ UNICEF ได้เน้นย้ำอย่างต่อเนื่องว่า การปฏิรูปการศึกษาในประเทศกำลังพัฒนาจำเป็นต้องดำเนินการในลักษณะ “ทั้งระบบ” (whole-system reform) ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร การพัฒนาครู หลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ไปจนถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคประชาชน เอกสารของ UNESCO ในช่วงทศวรรษ 1990 ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการยกระดับสิทธิการศึกษาในฐานะสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมจำนวนมากชี้ว่า การปฏิรูปที่ขับเคลื่อนจากส่วนกลางโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน มักไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และไม่สามารถแก้ไขความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง
3. การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ในเอกสาร UNESCO
เอกสาร New aspirations for education in Thailand: towards educational excellence by the year 2007 ซึ่งเผยแพร่โดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996 เป็นวรรณกรรมหลักที่สะท้อนการปฏิรูปการศึกษาไทยภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แห่งรัฐบาลไทย อย่างเป็นระบบ เอกสารฉบับนี้นำเสนอกรอบการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ที่แตกต่างจากการปฏิรูปก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นการเปลี่ยนฐานคิดเชิงโครงสร้างของรัฐ จากผู้จัดบริการเพียงฝ่ายเดียว ไปสู่การเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ชุมชน และครอบครัวมีส่วนร่วมโดยตรง
วรรณกรรมของ UNESCO ฉบับนี้ระบุชัดเจนถึงการปฏิรูป 4 ด้านหลัก ได้แก่ การปฏิรูปโรงเรียน การปฏิรูปครู การปฏิรูปหลักสูตร และการปฏิรูปการบริหารจัดการ ซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ พร้อมเป้าหมายการบรรลุความเป็นเลิศทางการศึกษา (educational excellence) ภายในปี พ.ศ. 2550
UNESCO Digital Library: pf0000172300
ต่อไปนี้คือ บทคัดย่อภาษาไทยเชิงวิชาการ ของเอกสารต้นฉบับ UNESCO
New aspirations for education in Thailand: towards educational excellence by the year 2007
(UNESCO Digital Library: pf0000172300)
ต่อไปนี้คือ บทนำ (Introduction) เชิงวิชาการ ภาษาไทย สำหรับเอกสาร/บทความที่อ้างอิงเอกสาร UNESCO
New aspirations for education in Thailand: towards educational excellence by the year 2007
(UNESCO Digital Library: pf0000172300)
ต่อไปนี้คือ ทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) เชิงวิชาการ ภาษาไทย ที่จัดวางบนฐานเอกสารสากล และยึด ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ในฐานะ ปรัชญาสร้างคน สร้างชาติ ด้วยการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเคร่งครัด