JJNY : “หมอมานพ” ปลุก Gen X กาเปลี่ยนประเทศ!│มูลนิธิกระจกเงาแถลงถึงกกต.│ปราศรัยใหญ่ขอนแก่นส่งท้าย│ทั่วปท.อุณหภูมิสูงขึ้น

“หมอมานพ” ปลุก Gen X กาเปลี่ยนประเทศ! ชี้หมดยุคยึดอำนาจ-ส่งต่ออนาคตลูกหลาน
https://www.dailynews.co.th/news/5572012/
.
.
อาจารย์หมอศิริราชโพสต์ X สะท้อนคนรุ่นใหญ่กล้าแสดงตัวทางการเมืองชัดเจนขึ้น ชี้ประเทศไทยเสียเวลามานานกับวงจรยึดอำนาจ-ตรวจสอบไม่ได้ ปลุกพลังออกไปใช้สิทธิเพื่อประชาธิปไตยที่ถูกต้อง 8 กุมภาพันธ์นี้
.
วันที่ 5 ก.พ. 69 ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร อาจารย์ประจำสาขาวิชาเวชพันธุศาสตร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล โพสต์ X
.
การเลือกตั้งหนนี้ ผมเห็นปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าสนใจคือ เพื่อนพี่น้อง ผู้ร่วมงาน และคนรุ่นราวคราวเดียวกันกับผมมีการแสดงออกว่าตนเองเลือกพรรคไหนอย่างชัดเจน ต่างจากอดีตที่เรื่องการเมืองเป็นประเด็นสุ่มเสี่ยงต่อการขัดแย้งจากความเชื่อที่ต่างกัน ซึ่งอาจลามไปถึงปัญหาการทำงาน และชีวิตส่วนตัวด้วย ซึ่งเรื่องทำนองนี้ก็เคยเกิดกับตัวเองมาก่อน ตั้งแต่การโดนครหาว่าเป็นพวกฝั่งใดฝั่งหนึ่งด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือไม่ยอมไปร่วมชุมนุมหรือเป่านกหวีด การโดนโจมตีเพราะออกมาแสดงความเห็นเรื่องวิชาการที่ต่างออกไปจากแนวทางของรัฐในช่วงนั้น ๆ
.
เวลาที่ประเทศไทยเสียไปกับวังวนของการเมืองแบบเดิม ๆ มันนานเกินไปแล้ว การยึดอำนาจที่แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ซ้ำยังก่อปัญหาระยะยาวในด้านการตรวจสอบ ปล่อยให้สีเทาระบาดไปทั่ว ขาดวิสัยทัศน์ขาดการวางแผนและวางรากฐานที่ทำให้ประเทศพัฒนาทัดเทียมโลก จนถึงจุดที่คิดว่าประเทศไทยจะไปต่อได้ เราต้องเปลี่ยนแปลง และกระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงมันพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ
.
ส่วนตัวการเลือกตั้งรอบนี้ตัดสินใจง่ายสุด ๆ ครับ เลือกเพื่ออนาคตลูกหลาน ส่งต่อหลักการประชาธิปไตยและการปกครองบ้านเมืองที่ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คน Gen X แบบผมจะทำได้
.
8 กุมภา ออกไปใช้สิทธิกันให้ถล่มทลาย และอย่าลืมกาเห็นชอบด้วยครับ
.
อยู่เพื่อความรักหรืออยู่เพื่อความฝัน
.
อยู่เพื่อศรัทธาหรืออยู่เพื่อความหวัง
.
อยู่เพื่อชีวิตตัวเองหรืออยู่ไปเพื่อใครกัน
.
ให้ตัวฉันตายแต่ชื่อยังต้องอยู่เพื่อใคร
.
ปรารถนาสิ่งใดกัน”
.
https://x.com/manopsi/status/2019298416514551978
.

.
มูลนิธิกระจกเงา แถลงการณ์ถึง กกต. เรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในการเข้าถึงการเลือกตั้งของคนพิการ https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5582885
.
มูลนิธิกระจกเงา แถลงการณ์ถึง กกต. เรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในการเข้าถึงการเลือกตั้งของคนพิการ
.
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิกระจกเงา เผยแพร่ แถลงการณ์จากโครงการกาลพลิก มูลนิธิกระจกเงา เรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในการเข้าถึงการเลือกตั้งของคนพิการ
.
เรียน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
.
การเลือกตั้งคือสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองทุกคน รวมถึงคนพิการ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ตรงของคนพิการในงานเสวนา เลือกตั้ง “พิการ69” พบว่า คนพิการยังไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างเสมอภาค เนื่องจาก
.
1. สภาพแวดล้อมภายในหน่วยเลือกตั้งไม่เอื้อต่อคนพิการ
หลายหน่วยเลือกตั้งมีพื้นที่คับแคบ แสงสว่างไม่เพียงพอ ต้องขึ้นบันได ไร้ทางลาด ส่งผลให้คนพิการทางการเคลื่อนไหว ผู้ใช้รถเข็น ผู้สูงอายุ และผู้มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถเข้าถึงคูหาได้อย่างปลอดภัย
.
2. คูหาเลือกตั้งและโต๊ะลงคะแนนไม่เหมาะสม
ระดับความสูงของโต๊ะ ความกว้างของคูหา ไม่รองรับคนใช้รถเข็น ทำให้ไม่สามารถลงคะแนนได้ด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระ
.
3. ขาดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการลงคะแนน
ภายในคูหามักขาดอุปกรณ์จำเป็น เช่น บัตรทาบอักษรเบรลล์ที่สมบูรณ์สำหรับคนพิการทางการมองเห็น โคมไฟหรือแสงสว่างเพิ่มเติมสำหรับผู้มีสายตาเลือนลาง แว่นขยาย ปากกาด้ามจับใหญ่สำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือมือสั่น
.
4. การสื่อสารภายในหน่วยเลือกตั้งไม่ครอบคลุม
เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารกับคนพิการทางการได้ยิน เนื่องจากไม่มีล่ามภาษามือ หรือความรู้พื้นฐานในการอธิบายขั้นตอนการเลือกตั้ง ส่งผลให้คนพิการทางการได้ยินเกิดความสับสนและไม่มั่นใจในการลงคะแนน
.
5. เจ้าหน้าที่ขาดความเข้าใจต่อคนพิการบางกลุ่ม
คนพิการด้านสติปัญญา ออทิสติก ดาวน์ซินโดรม หรือผู้ป่วยจิตเวช ที่ไม่รุนแรง มักเผชิญกับทัศนคติที่มองว่า “เลือกตั้งไม่ได้”
.
6. การอำนวยความสะดวกขึ้นกับดุลพินิจของแต่ละหน่วย
ปัจจุบันยังไม่มีระเบียบหรือมาตรฐานที่ชัดเจน บังคับให้ทุกหน่วยเลือกตั้งต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ส่งผลให้การปฏิบัติแตกต่างกัน บางหน่วยมีความพร้อม ขณะที่ส่วนใหญ่ยังไม่มี
.
และเนื่องจากไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลคนพิการที่มาใช้สิทธิ์อย่างเป็นระบบ ดังนั้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเท่าเทียมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนพิการ เราขอเรียกร้องกับ กกต. ดังนี้
.
1. กำหนดมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกภายในหน่วยเลือกตั้งและคูหาให้ใช้เหมือนกันทุกหน่วยทั่วประเทศ
2. จัดให้อุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการมีครบถ้วนในทุกหน่วยเลือกตั้ง
3. พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการสื่อสารกับคนพิการ
4. จัดให้มีล่ามภาษามือ สื่อ หรือระบบช่วยสื่อสารสำหรับคนพิการในหน่วยเลือกตั้ง
5. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ควรมีการจัดทำข้อมูลคนพิการที่จะมาใช้สิทธิ์ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง เพื่อเตรียมพร้อมรองรับคนพิการที่มีความหลากหลาย
 .
การทำให้หน่วยเลือกตั้งและคูหาเลือกตั้งเข้าถึงได้ ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษแก่คนพิการ แต่คือการทำให้ “สิทธิเลือกตั้ง” เป็นสิทธิของทุกคนโดยแท้จริง
.
โครงการกาลพลิก มูลนิธิกระจกเงา
.
3 กุมภาพันธ์ 2569
.
https://www.facebook.com/mirrorf/posts/1290123959828922?ref=embed_post
.

.
‘วิโรจน์-ไหม-ปิยบุตร-พิธา’ แท็กทีมปราศรัยใหญ่ขอนแก่นส่งท้ายคาราวาน
https://www.dailynews.co.th/news/5572680/
.
‘วิโรจน์-ไหม-ปิยบุตร-พิธา’ แท็กทีมปราศรัยใหญ่ขอนแก่นส่งท้ายคาราวาน ขอชาวขอนแก่นช่วยกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ กาส้ม 2 ใบให้ชนะขาด ทะลุ 20 ล้านเสียง ร่วมกันตั้งรัฐบาลประชาชน
.
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ตลาดต้นตาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น พรรคประชาชนจัดปราศรัยใหญ่ นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 พรรคประชาชน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียง โดยมีประชาชนมารับฟังการปราศรัยจำนวนมาก
.
นายวิโรจน์ กล่าวช่วงหนึ่ง ถึงนายสุทิน คลังแสง ที่ปราศรัยโจมตีพรรคประชาชนเกี่ยวกับประโยค “ทหารมีไว้ทำไม” ว่า เวลาบอกว่ารักหรือไม่รักทหาร ต้องไม่ใช่แค่คำพูด ไม่ใช่แค่โหนทหารเพื่อหาประโยชน์ทางการเมือง แต่ต้องดูกันยาวๆ ที่การกระทำ ไม่ว่าพรรคสีแดง สีน้ำเงิน สีฟ้า สีเขียว คุณทำอะไรเวลาทหารชั้นผู้น้อยโดนรังแก มีแต่พรรคสีส้มที่คอยไปยืนด่านหน้าปกป้องพวกเขา เราสนใจความยุติธรรม ดาวบนบ่าต้องมีไว้ให้ทำหน้าที่ ไม่ได้มีไว้รังแกทหารชั้นผู้น้อย และนี่คือจุดยืนของพรรคประชาชน
.
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นทหารที่ทุจริต ทหารที่รังแกประชาชน ทหารชั้นผู้ใหญ่ที่กระทืบทำร้ายทรมานทหารชั้นผู้น้อย การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ไม่โปร่งใส เอาของห่วยมาให้แนวหน้าใช้ ให้เขาไปเสี่ยงตาย แบบนี้วิโรจน์ทนไม่ได้ ปล่อยผ่านไม่ได้ ที่ผ่านมา ต้องขอบคุณนายพลนายพันนายทหารน้ำดีที่มีอยู่เต็มกองทัพ ที่ให้ความไว้วางใจทำงานร่วมกับเราเป็นอย่างดี ดังนั้น ถ้าอยากได้รัฐบาลที่ทำงานอย่างมืออาชีพกับทหาร อยากเห็นทหารชั้นผู้น้อยได้รับการดูแลให้มีศักดิ์ศรี มีรายได้ที่ดี ไม่ถูกรังแก นายทหารชั้นนายพลนายพันที่ตั้งใจทำงานได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ทำกองทัพให้เป็นกองทัพมืออาชีพ เป็นกองทัพที่ปกป้องอธิปไตย เป็นกองทัพของประชาชน 8 กุมภาพันธ์กาได้พรรคเดียว กาพรรคประชาชนสองใบ แล้วตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน
.
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ช่วงนี้จู่ๆ ก็มีคนทำตัวเป็นหัวคะแนนธรรมชาติให้พรรคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนายแสวง บุญมี เลขาธิกา รกกต. ที่ไม่รู้ให้สัมภาษณ์ออกมาได้อย่างไรว่า “ถ้าไม่เชื่อมั่นในกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง” อีกคนคือ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม  วันก่อนบอกว่าพรรคประชาชนแม้ได้ที่หนึ่งก็ไม่มีวันได้จัดตั้งรัฐบาลถ้าคะแนนไม่ห่างพอ ดังนั้น วันที่ 8 ก.พ.นี้  พวกเราต้องอย่าทำให้เขาสมหวัง ออกไปเลือกตั้งกันให้ถล่มทลาย กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ให้พรรคประชาชนชนะเป็นอันดับหนึ่ง และมากเกินกว่าอันดับสอง 50-60 ที่นั่งไปเลย 
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ขอให้เวลาที่เหลืออยู่ ทุกคนช่วยกันสวมวิญญาณหัวคะแนนธรรมชาติ ช่วยกันบอกต่อคนรอบข้างให้เลือกพรรคประชาชนให้เยอะๆ เพราะรอบนี้เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว ไม่อยากรออีกต่อไป ลองถามพวกเขาว่าที่ผ่านมาพึงพอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ทุกวันนี้แล้วหรือยัง ถ้ายัง รัฐบาลที่ผ่านมาที่วนเวียนกลับมาบริหารประเทศ จะทำให้ดีขึ้นได้หรือไม่ พรรคส้มเป็นพรรคเดียวที่ยังไม่เคยทำงานในฐานะรัฐบาล ให้โอกาสเราได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ดี อีกสี่ปีก็ไม่ต้องเลือกเรา 8 ก.พ. นี้เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่เราจะได้รัฐบาลที่ตรงปก พรรคไหนชนะ พรรคนั้นได้ตั้งรัฐบาล ออกไปเลือกตั้งกันให้ถล่มทลาย กาส้มสองใบและกาเห็นชอบ แล้วตั้งรัฐบาลประชาชนไปพร้อมกัน
.
ด้านนายปิยบุตร กล่าวว่า ภาคอีสานยังมีนักต่อสู้อีกมากมาย มีนักโทษทางการเมืองที่ถูกจำกัดเสรีภาพอยู่ในคุกเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็นอยู่ถึง 59 คน ที่ไม่มีสิทธิออกมาเลือกตั้งและเห็นชอบประชามติ ไม่ว่าจะเป็นครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ทนายอานนท์ นำพา ที่เป็นลูกหลานคนอีสาน แล้วยังมีเยาวชนคนรุ่นใหม่อีกหลายต่อหลายคนที่ถูกจำกัดเสรีภาพ แต่ยังคงติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ตลอดเวลา ขอให้ทุกคนช่วยกันปรบมือให้พวกเขาด้วย สถานการณ์ในวันนี้คือการต่อสู้กันระหว่างการเมืองแห่อดีตกับการเมืองแห่งอนาคต การเมืองแห่งความกลัวกับการเมืองแห่งความหวัง ไม่มีหรอกการเมืองสามก๊กสามสี นี่เป็นการวิเคราะห์ที่หยาบเกินไป ถ้าวิเคราะห์จากความคิด การกระทำ ธาตุแท้ และคุณลักษณะของฝ่ายต่างๆ จะเห็นว่ามีแค่สองขั้ว คือการเมืองแห่งอดีตกับการเมืองอนาคต และการเมืองความกลัวกับการเมืองแห่งความหวัง ถ้าวันที่ 8 ก.พ. ผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลออกมาให้บรรดาพรรคที่เคยเป็นมาหมดแล้วได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก ทุกคนจินตนาการได้เลยว่าใครจะได้เป็นรัฐมนตรีบ้าง ก็คือคนที่เป็นตอนปี 2562 และ 2566 คนเหล่านั้นจะกลับมาเป็นอีก คนเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาประเทศได้อย่างไร ก็ในเมื่อเป็นไปแล้วสองครั้งยังทำอะไรไม่ได้เลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่