ต้มเลือดหมู ร้านลับที่ไม่ลับ


แม่เปปจะมาแบ่งปันร้านต้มเลือดอร่อยของพี่สาวพี่เขย ใครอยากลิ้มลองก็ดูภาพ จดจำที่ตั้ง แล้วมีโอกาสผ่านไปก็ลองตามไปชิมได้ค่ะ

สำหรับแม่เปปแล้ว เป็นการเล่าสู่กันฟัง ไม่คิดจะรีวิวใดๆ เพราะแม่เปปไม่มีความเชี่ยวชาญเลยค่ะ กินอะไรก็เอารสปากตัวเองเป็นหลักซะมากกว่า อร่อยแม่เปป อาจไม่อร่อยคนอื่น ในทำนองเดียวกัน อร่อยคนอื่น แม่เปปไปชิมแล้วอาจไม่ชอบ สรุปเป็นคนรีวิวไม่ได้แน่ 55

ตั้งหลักง่ายๆ บีไฮฟ์ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ ​ Bee Hive Lifestyle Mall ในเมืองทองธานี หรือตรงข้าม ม.สุโขทัย เมืองทองธานี  ตึกทรงกลมๆในภาพนั่นละ หาที่จอดรถเลยค่ะ มีที่จอดรถเยอะนะ แต่ต้องจอดในช่องที่เขากำหนดนะคะ อย่าไปจอดเปะปะ ห้ามจอดเส้นแดงขาว หรือ มีกรวยจราจรวางไว้ เมืองทองธานีเขาเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล(เชิงพาณิชยกรรม) เขาเริ่มเคร่งครัดเรื่องการจอดรถแล้วนะ ตามหน้าร้านขายของกิน ของใช้อะไรๆ เขาก็จัดให้จอดอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าไปจอดซ้อนคัน หรือ จอดนอกเส้น จอดที่ห้ามจอด โดนล็อคล้อ จ่ายสตางค์ค่าปรับกันนะคะ ระยะนี้เขาเอาจริงนะ พื้นที่เขากฎระเบียบของเขา ว่าเขาไม่ได้นะ

หรือจะเข้าไปจอดในวัดผาสุกมณีจักร ก็ได้นะคะ แม่เปปไปแถวนั้นหาที่จอดไม่ได้ ก็เข้าไปจอดในวัด จอดแล้วก็เดินข้ามถนนจากฝั่งวัดมาค่ะ แล้วก็เดินตรงเข้ามาถนนซอยในภาพละค่ะ เดินมาไม่ถึง 100 เมตรก็ถึงทางแยกก็เลี้ยวซ้ายค่ะ (ถ้ามาจาก บีไฮฟ์ ก็จะมาเจอแยกนี้ ก็เดินตรงไปเลย)

แม่เปปยืนอยู่หน้าร้าน มองไปก็เห็นรถสีแดงๆ ที่จอดแถว บีไฮฟ์ (ของใครไม่รู้นะคะ) บริเวณนี้คือหมู่บ้านค่ะ (ในเมืองทองมีหลายแห่งมากๆ)

ภาพนี้ถ่ายจากร้านไปสุดทางข้างในให้ดูค่ะ สองฝั่งคือบ้านพักอาศัย จอดรถชิดทาง 2 ฝั่งได้ อย่าไปจอดขวางปิดหน้าบ้านใครละกัน แต่จอดที่บีไฮฟ์ หรือในวัดผาสุก ดีที่สุดค่ะ เดินมาหน่อยเดียว กินเสร็จเดินกลับได้บริหารขาแถมย่อยกระเพาะไปด้วย ได้ประโยชน์หลายทางเลย 55

เดินเข้ามาในร้านเลยค่ะ เจ๊เขาขายในบ้านเขาละ ไม่ต้องเสียค่าเช่าร้าน มีโต๊ะประมาณ 4 โต๊ะ ไม่อึดอัด ร้านสะอาด โปร่ง โล่ง ไม่มีเครื่องปรับอากาศแต่ไม่ร้อน ลมพัดถ่ายเทสะดวกค่ะ เคยไปกินช่วง มีค เมย ก็ไม่ร้อน แถมเจ๊เปิดพัดลมให้อีก

ย้อนไปเมื่อ ประมาณ 4 ปีก่อน เจ๊เขาเช่าร้าน(เฉพาะชั้นล่างที่ขายของ)ติดถนนฝั่งตรงข้ามวัดผาสุกขายมาก่อนแล้ว เขาขายดีมาก ลูกค้าก็เยอะค่ะ แล้วด้วยหมดสัญญาเช่า หรือเหตุอะไรไม่แน่ใจ ค่าเช่าก็ปรับขึ้นราคา เจ๊ก็มาคิดดูแล้วว่า ขายได้เท่าไหร่ หักทุน หักค่าเช่า แทบไม่เหลืออะไรเลยไม่เช่าต่อ ก็หยุดการขาย แล้วก็มาลงทุนทำร้านในบ้านซึ่งก็อยู่ด้านหลังไม่ไกลจากเดิมเลย แล้วก็มีลูกค้าเก่าๆที่ติดใจฝีมือ ตามมากินกันค่ะ แรกๆก็จะรู้กันน้อยมาก ส่วนใหญ่คิดว่าเจ๊เขาเลิกขาย เพราะร้านเดิมก็เป็นคนขายใหม่ เปิดขายอาหารอื่นไป

แล้วแม่เปปก็ไปเจอโพสต์ในกลุ่มเมืองทอง ว่าเจ๊เขาเปิดขายที่บ้าน ชวนพี่สาวตามมากินต่อ พอชะล่าใจไม่ได้มากินเป็นเดือน มาอีกทีเจ๊ก็ปิดบ้านปิดร้าน หยุดไปอีกประมาณ เกือบ 2 ปีได้ค่ะ เพิ่งทราบข่าวจากในกลุ่มเมืองทองเช่นเดิมอีกละ ว่าเจ๊เปิดขาย 31 มค. 69 วันแรก แล้วแม่เปปก็บอกพี่สาวพี่เขย เลยชวนกันมาหาเจ๊วันที่ 2 ช่วงสายๆนี่ละ

เปิดตัว เจ๊เจ็ง มาไวกับสายลมหายไปกับความร้อน 55  ถามไถ่ได้ความว่า เจ๊เขาหกล้ม ต้องรักษาตัวเกือบ 2 ปี น้ำหนักลดหายไป เกือบ 10 โลได้ เจ๊เขาผอมลงจริงค่ะ เขาเป็นโสด ตัวคนเดียว มีน้องหมาไทยพันทาง 4 ขา 1 ตัวอยู่ด้วยกัน ซึ่งแม่เปปเคยเห็นน้องหมาก่อนที่เจ๊จะหยุดไปคือ ตัวเดิมค่ะ

มาครั้งนี้ เจ๊มีผู้ช่วย 1 อัตรา คือน้องเสื้อสีเทาที่หันหลัง เมื่อก่อนเจ๊จะทำเอง เสริฟเอง เก็บล้างเอง จบครบใน 1 เดียว

เรื่องฝีมือเจ๊เจ็ง จะสะอาดมาก เจ๊เคยเล่าว่า กว่าจะล้างกระเพาะหมู เซ่งจี๊ และทำอะไรๆเสร็จ ใช้เวลานานมาก คือตื่นตี 4-5 ไปเลือกของสด แล้วกลับมาทำความสะอาด ต้องสะอาดและพิถีพิถันมาก วัตถุดิบของเจ๊จะสด เด้ง ไม่มีกลิ่นคาว เจ๊จะขายจบ วันต่อวัน ไม่เก็บค้างค่ะ คือทำในปริมาณที่ขายหมด จะไม่มีทำเผื่อ ฉะนั้นลูกค้าจะรู้ว่า ถ้ามาสายมาก ของอาจเหลือไม่ครบ หรือถ้าเกินเที่ยงไปแล้ว อาจเจอเจ๊กำลังเก็บโต๊ะ ทำความสะอาดร้านอยู่

ราคาอาหาร ติดไว้มองเห็นชัดค่ะ ระหว่างนั่งในร้านที่เจ๊เพิ่งเปิดได้ 2-3 วัน มีแต่ลูกค้าเก่าๆ เข้ามาในร้าน เพราะได้ยินเจ๊ทัก แล้วลูกค้าก็ทักเจ๊ว่าหายไปไหน เจ๊เจ็ง เองก็หน้าตาดีใจมากๆ ที่ลูกค้าเก่าๆ ยังไม่ลืม แถมยังมีไรเดอร์ส่งอาหาร มารับอาหารตามออเดอร์หลายคันเลย

ขนาดแม่เปปไม่ใช่สายต้มเลือดหมูเลิฟเวอร์ ยังยอมรับว่าของเขาอร่อย น้ำใส กลิ่นไม่มีคาว สด เด้ง และที่สำคัญ เจ๊เจ็ง จะหั่นชิ้นใหญ่มากๆ คุ้มราคาค่ะ

เจ๊ไม่มีหวงของจริงๆค่ะ ใส่เต็มชาม เจ๊เคยเล่าว่า ได้ความรู้มากจากแม่ทั้งเรื่องเลือกของสด ทำความสะอาด การปรุงน้ำซุปแบบใช้กระดูกหมู ต้องไม่ใส่เครื่องปรุงแต่งรสแบบปัจจุบัน ช่วยแม่ทำแต่ยังสาวๆ ต้องทำอย่างพิถีพิถัน ต้องสะอาด และไม่หวงของ แม่สอนไว้

สั่งกันรัวๆค่ะ แบบพิเศษ ธรรมดา ข้าวเปล่า ยกมาๆ


เซ่งจี๊ชิ้นหนาๆ ใหญ่มากๆ นุ่ม ไม่คาว

พี่เขยบอกว่า ร้านต้มเลือดหมูที่เห็นๆในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ มีตับชิ้นน้อยๆ เช่งจี๊ชิ้นบางๆ เลือดก้อนเล็กๆ หมูสับก้อนๆ หมูสดอีกหน่อย แล้วหายากมากๆ ที่จะมีกระเพาะหมูใส่มาด้วย  ชิ้นก็ใหญ่ กินแล้วคุ้มมากๆ

กินเสร็จ มีหิ้วกลับไปฝากหลานชายด้วยค่ะ แล้วแม่เปปก็เดินตัวปลิว ปล่อยหน้าที่จ่ายสตางค์ให้ 2 สามีภรรยาเขา 55

มาถึง บีไฮฟ์ ก็เดินเข้า Tops ในบีไฮฟ์ซื้อของข้างในกันต่อค่ะ ไหนๆจอดรถเขาแล้ว ต้องช่วยอุดหนุนหน่อย พี่สาวพี่เขย เดินดูของใช้ที่ต้องการ ส่วนแม่เปปก็แวะไปแผนกเบเกอรี่ คว้าของชอบมาค่ะ ขนมปังแครนเบอรี่ ครีมชีส พี่สาวเคยบอกว่า แม่เปปเป็นโรคประหลาด ชิมสาขาอื่นๆ ก็บอกว่าไม่อร่อย ต้องที่ Tops สาขา บีไฮฟ์เมืองทอง และ เซ็นแจ้งเท่านั้น ประหลาดนะเธอเนี่ย

อ้อ แม่เปปเคยหัดทำแล้ว แต่อร่อยสู้เขาไม่ได้ (ภาพข้างล่างนี่เลยค่ะ) เลยต้องอุดหนุนเขาต่อไป 55

โชว์ภาพ ปังแครนเบอรี่ครีมชีสที่แม่เปปทำหน่อย ข้างในแครนเบอรี่และครีมชีสอย่างแน่นเลยค่ะ แต่หน้าตาขี้เหร่มากๆ 55

หมายเหตุ : แม่เปป ว่าจะแท็กเรื่องเล่า... แต่เขามีต่อท้ายว่า...จากผู้สูงอายุ ..แม่เปปเลยชะงัก  ยังทำใจเลือกไม่ไหวจริงๆค่ะ
เพี้ยนขำหนักมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่