การเรียนรู้สัญญาณก่อนวันสิ้นโลก
เป็นสัญญาณเตือนให้เราฉุกคิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺ
พระเจ้าแห่งสากลโลกและจักรวาล ก่อนที่จะสายไป
สายไปในที่นี้คือ ก่อนสิ้นลมหายใจ ก่อนที่วิญญาณจะขึ้นถึงลูกกระเดือก
ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก
เพราะ 2 สิ่งนี้ หมายถึง กลับตัวไม่ทันแล้ว
อิสลามจึงสอนให้เราเตรียมเสบียงสู่อาคิเราะฮฺโลกหน้า
หลังจากเสียชีวิต เรายังต้องอยู่ในโลกแห่งความตาย รอวันสิ้นโลก
และจะมีวันฟื้นคืนชีพอีกครั้งเพื่อรับการสอบสวนและตอบแทน
ความดีที่ควรรีบทำคือ การทำหน้าที่ในฐานะมุสลิมคนหนึ่ง
มีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำ ควรรีบทำได้แล้ว
เพราะอีกไม่นานก็จะมีความวุ่นวายทะยอยเกิดขึ้น
เวลานั้นเราอาจไม่สามารถอ่านอัลกุรอานและหะดีษได้สะดวกเหมือนดังเช่นตอนนี้แล้ว
แม้ว่าใครจะคิดว่า ยังอีกนาน อยู่ไกลจากเรา เราก็อาจจะได้รับสัญญาณเตือนจากพระเจ้า
เช่น ข่าวคราวคนรู้จักเสียชีวิตโดยเฉพาะคนที่อายุน้อยกว่าเรา
ดังนั้น เจตนาที่นำแผนภาพนี้มาเผยแพร่
ก็เพียงเตือนใจเราและผู้อ่านได้รำลึกถึงความตายให้มากๆ และรีบกลับเนื้อกลับตัว
อย่าปล่อยให้อยู่กับสิ่งไร้สาระนานเกินไป เพราะเมื่อเราอยู่กับสิ่งนั้นนาน
ใจเราจะห่างออกจากศาสนา ยอมรับในหลักการยากขึ้น วัลอิยาซุบิลลาฮฺ
คนชราหลายท่านที่ชอบอ่านอัลกุรอาน มักจะมีสายตาดี ความจำดี ความประพฤติดี
นั้นก็เนื่องมาจากเขาอัลลอฮฺให้มีสายตาดี ความจำดี ชีวิตดีเพราะเขาเรียนรู้และทำตาม
เมื่อใดที่สายตาเราเริ่มมัวเพราะความผิดที่ใช้สายตาในทางที่ผิด หรือไปทานอาหารเค็มบ่อยจนตามัว
ก็เป็นสัญญาณเตือนหนึ่งว่า เราควรกลับเนื้อกลับตัวและกลับมาอ่านอัลกุรอานได้แล้ว
เพราะพระองค์จะทรงให้บารอกะฮฺ ความจำเริญในชีวิต สุขภาพที่ดีแก่คนที่อ่านอัลกุรอาน อินชาอัลลอฮฺ
– “ผู้ใดอ่านกุรอานจนลืมขอต่อข้า(อัลลอฮฺ) แน่นอนข้าจะให้เขา ผลตอบแทนของบรรดาผู้รู้คุณทั้งปวง” (หะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 113/221 รายงานโดย อิบนุหุซัยฟะฮ์)
รีบศึกษาอัลกุรอานกันนะ ในนั้นเป็นสาเหตุที่เราตาสว่าง ใจสว่าง เพราะเป็นทางนำจากพระองค์ อินชาอัลลอฮฺ
รีบทำความดีก่อนหกสิ่งเกิดขึ้น
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “จงรีบเร่งทำความดีก่อน 6 สิ่งจะปรากฏขึ้น นั่นคือ ดัจญาล ควัน สัตว์ร้ายชนิดหนึ่ง ดวงอาทิตย์ขึ้นจากทางตะวันตก ความชั่วโดยทั่วไป และความโลภของตัวท่านเอง” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2947)
สัญญาณก่อนยามอวสาน (เตือนก่อนเกิดในอนาคต)
ฮุซัยฟะฮฺ บินอะซีด อัลมิฟารีย์ เล่า ว่า : ครั้งหนึ่งท่านนบีเห็นเราในขณะที่เรากำลังคุยกันและท่านถามว่า “คุยอะไรกันอยู่?” เราตอบว่า “คุยกันเรื่องยามอวสานครับ” ท่านนบีกล่าวว่า “มันจะไม่เกิดขึ้นก่อน 10 สัญญาณปรากฏ” ท่านนบีกล่าวว่า “ควัน, ดัจญาล, สัตว์เดรัจฉานอย่างหนึ่งบนแผ่นดิน, ดวงอาทิต์ขึ้นทางตะวันตก, การลงมาของนบีอีซา, ยะอฺญูจญ์และมะอฺญูจญ์, แผ่นดินไหวรุนแรงสามครั้ง ครั้งหนึ่งในตะวันออก ครั้งหนึ่งในตะวันตก และครั้งที่สามในอาหรับ, สุดท้ายจะเป็นไฟที่จะมาจากเยเมนเพื่อขับไล่ผู้คนไปยังแผ่นดินที่ชุมนุมกันของพวกเขา”
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2901)
- - -
ซุลก็อรนัยน์ ก่อกำแพงปิดกั้นยะอ์ญูจ มะอ์ญูจ และจะออกมาก่อนวันกิยามะฮฺ (เหตุการณ์ประวัติศาสตร์)
"และพวกเขาถามเจ้าเกี่ยวกับซุลก็อรนัยน์ จงกล่าวเถิด “ฉันจะเล่าเรื่องของเขาแก่พวกท่าน” แท้จริงเราได้ให้อำนาจแก่เขาในแผ่นดิน และเราให้เขาทุกสิ่งที่เขาต้องการ แล้วเขาได้มุ่งไปอีกทางหนึ่ง(ไปทางเหนือ) จนกระทั่งเมื่อเขาไปถึงบริเวณหว่างภูผาทั้งสอง เขาได้พบชนกลุ่มหนึ่งที่เชิงภูผาทั้งสองนั้นซึ่งพวกเขาเกือบจะไม่เข้าใจคำพูดกันเลย พวกเขากล่าวว่า “โอ้ซุลก็อรนัยน์ แท้จริงยะอ์ญูจและมะอ์ญูจนั้นเป็นผู้บ่อนทำลายในแผ่นดินนี้ ดังนั้น เราขอมอบบรรณาการแก่ท่าน เพื่อท่านจะได้สร้างกำแพงกั้นระหว่างพวกเรากับพวกเขา” เขากล่าวว่า “สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าของฉันได้ให้อำนาจแก่ฉันดียิ่งกว่า ดังนั้นพวกท่านจงช่วยฉันด้วยกำลัง ฉันจะสร้างกำแพงแน่นหนากั้นระหว่างพวกท่านกับพวกเขา”
“พวกท่านจงเอาเหล็กท่อนโตๆ มาให้ฉัน” จนกระทั่งเมื่อเขาทำให้บริเวณภูผาทั้งสองราบเรียบเขาก็กล่าวว่า “จงเป่ามันด้วยเครื่องเป่าลม” จนกระทั่งเมื่อเขาทำให้มันร้อนเป็นไฟ เขากล่าวว่า “ปล่อยให้ฉันเททองแดงหลอมลงไปบนมัน” (ตัฟซีร: เขาใช้ให้ชาวบ้านนำเหล็กท่อนโตๆ มาวางเรียงเป็นกองพะเนินสูง แล้วจุดไฟเผาเหล็กจนร้อนแดง หลังจากนั้นให้เอาทองแดงหลอมเทราดลงบนเหล็ก แล้วมันจะแข็งกล้า ในสมัยปัจจุบันก็ได้ค้นพบว่า การผสมทองแดงส่วนหนึ่งเข้ากับธาตุเหล็ก จะทำให้เหล็กมีความแข็งกล้าและทนทาน”
"ดังนั้น พวกเขา (ยะอ์ญูจและมะอ์ญูจ)ไม่สามารถจะข้ามมันได้ และไม่สามารถจะขุดโพรงผ่านมาได้ (ตัฟซีร: ด้วยการทำประตูเหล็กดังกล่าว พวกบ่อนทำลายคือ ยะอฺญูจและมะอฺญูจจึงไม่สามารถจะปีนป่ายข้ามไปได้เพราะความสูงและความลื่นเป็นมันของเหล็ก ในเวลาเดียวกันก็ไม่สามารถจะขุดเจาะประตูเหล็กได้ เพราะความแข็งกล้าของเหล็กนั่นเอง) เขากล่าวว่า “นี่คือความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้าของฉัน ดังนั้น เมื่อสัญญาของพระผู้เป็นเจ้าของฉันมาถึง (ตัฟซีร: คือเมื่อยะอฺญูจและมะอฺญูจออกมา นั่นคือสัญญาณแห่งวันใกล้กิยามะฮฺจะเกิดขึ้น และประตูเหล็กที่ซุลก็อรนัยน์ได้ทำไว้นั้นก็จะพังราบเรียบ) พระองค์จะทรงทำให้มันพังทลาย และสัญญาของพระผู้เป็นเจ้าของฉันนั้นเป็นจริงเสมอ”
(อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ 83-84, 92-98 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
- - -
ดัจญาลหลอกลวงมนุษย์เป็นเวลา 40 วัน (ยาวนานแค่ไหน?) นบีอีซาลงมาจากฟากฟ้า ยะอฺญูจญ์-มะอฺญูจญ์
อันเนาวาส บินซัมอาน เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺได้พูดถึงดัจญาลในเช้าวันหนึ่ง ท่านพูดเสียงดังและลดเสียงของท่านลงจนกระทั่งเรา คิดว่าดัจญาลอยู่ในพื้นที่ของต้นอินทผลัม ท่านนบีรู้ว่าเราคิดถึงอะไรอยู่ ท่านจึงกล่าวว่า “พวกท่านเป็นอย่างไร?” เรากล่าวว่า “โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ท่านพูดถึงดัจญาลและลดเสียงลงจนเราคิดว่ามันอยู่ในต้นอินทผลัม” ท่านได้กล่าวว่า “ไม่ใช่ดัจญาล ที่ฉันกลัวแทนพวกท่าน เพราะถ้าหากมันปรากฏตัวในขณะที่ฉันอยู่ท่ามกลางพวกท่าน ฉันจะปกป้องท่าน แต่ถ้ามันปรากฏตัวหลังจากฉัน ทุกคนจะป้องกันตัวเองและอัลลอฮฺคือผู้ทรงสืบทอดของฉันสำหรับมุสลิมทุกคน”
“มัน (ดัจญาล) เป็นคนหนุ่มรูปร่างไม่สูง ตาถลนออกมานอกเบ้า และเขาเหมือนกับอับดุล อุซซา บินเกาะฏ็อน ใครก็ตามที่พบมันต้องอ่านอายะฮฺตอนต้นของซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟี่ (ซูเราะฮฺที่ 18) ใส่มัน มันจะปรากฏตัวขึ้นมาระหว่างอิรักและซีเรีย และจะแพร่ความเสียหายทั้งทางซ้ายและขวา โอ้บ่าวของอัลลอฮฺ จงยึดความศรัทธาของพวกท่านไว้ให้มั่น”
เรากล่าวว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺ มันจะอยู่บนหน้าแผ่นดินนานเท่าใด?” ท่านตอบว่า “40 วัน แต่วันหนึ่งจะยาวนานหนึ่งปี และวันหนึ่งจะยาวนานเหมือนหนึ่งเดือน และอีกวันหนึ่งจะยาวนานเหมือนหนึ่งสัปดาห์ และวันที่เหลือจากนั้นจะเป็นเหมือนกับวันทั้งหลายของพวกท่าน” เราถามว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺ ถ้าวันหนึ่งเหมือนหนึ่งปี นมาซประจำวันของพวกเราจะพอหรือ?” ท่านกล่าวว่า “ไม่พอ แต่ท่านต้องคำนวณเวลานมาซ”
เราถามว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺ มันจะเดินบนหน้าแผ่นดินเร็วเพียงใด?” ท่านตอบว่า “มันจะเหมือนกับฝนที่มีลมตามมา มันจะมาเชิญชวนผู้คนและผู้คนจะหลงเชื่อปฏิบัติตามมัน มันจะสั่งท้องฟ้าให้มีฝนตกลงมาและฝนจะตก มันจะสั่งผืนดินและต้นไม้ก็จะงอกเงยขึ้นมาอย่างอุดมสมบูรณ์ สัตว์จะได้รับอาหารและให้น้ำนมจํานวนมาก หลังจากนั้น มันจะหาคนอื่นๆ เพื่อชักชวนคนเหล่านั้น แต่เมื่อผู้คนเหล่านั้นต่อต้านมัน พวกเขาเหล่านั้นจะไม่มีทรัพย์สินหรือได้รับน้ำฝน
มันจะผ่านไปยังดินแดนที่แห้งแล้งและพูดกับแผ่นดินเพื่อดึงเอาขุมทรัพย์ออกมาและขุมทรัพย์จะตามมันเหมือนกับฝูงผึ้ง มันจะเรียกชายหนุ่มคนหนึ่งออกมาและฟันเขาด้วยดาบจนขาดเป็นสองเสี่ยง หลังจากนั้น มันจะเรียกเขา และชายหนุ่มที่ถูกฆ่าจะกลับมามีชีวิตอีกพร้อมกับหัวเราะด้วยใบหน้าที่เบิกบาน”
“ในขณะที่มันกำลังทำเช่นนั้น อัลลอฮฺจะทรงส่งนบีอีซา บุตรของมัรยัมมา นบีอีซาจะลงมาที่หอคอยสีขาวในทางตะวันออกของดามัสกัส โดยมีปีกของมลาอิก๊ะฮฺสององค์จะจับมือของท่านลงมา เมื่อนบีอีซาก้มหัวลงต่ำจะมีน้ำหยดออกมาและเมื่อท่านเงยหัวขึ้นลูกปัดคล้ายไข่มุกจะร่วงลงมา บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทุกคนที่ได้กลิ่นลมหายใจของนบีอีซาจะเสียชีวิต และลมหายใจของท่านจะกระจายไปไกลจนสุดสายตา นบีอีซาจะมองหาดัจญาลและท่านจะพบมันที่สุด และสังหารมัน”
หลังจากนั้น นบีอีซาจะมายังคนกลุ่มหนึ่ง ที่อัลลอฮฺทรงคุ้มครองพวกเขาจากดัจญาล ท่านจะลูบหน้าพวกเขาและบอกพวกเขาเกี่ยวกับระดับชั้นของพวกเขาในสวรรค์ ขณะเดียวกัน อัลลอฮฺจะประทานวะฮีย์แก่นบีอีซาว่า “ฉันได้ส่งบ่าวของฉันบางคนที่ไม่มีใครสามารถต่อสู้ ดังนั้น จงซ่อนบ่าวของฉันไว้ในภูเขาฏูรฺ หลังจากนั้น อัลลอฮฺจะทรงส่งพวกยะอฺญจญ์และมะอฺญจญ์ “และพวกเขาจะหลั่งไหลกันลงมาจากทุกทิศทาง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัมบิยาอฺ 96) พวกหนึ่งจะผ่านทะเลสาบไทบีเรียและกินน้ำในนั้นหมด กลุ่มสุดท้ายจะไปถึงทะเลสาบและกล่าวว่า “ครั้งหนึ่งที่นี่เคยมีน้ำ”
นบีของอัลลอฮฺ นบีอีซา บุตรของนางมัรยัม และสาวกของท่านจะถูกพวกยะอฺญูจญ์และมะอฺญูจญ์ล้อมไว้จนกระทั่งพวกเขาเห็นว่าวัวตัวหนึ่งดีกว่า หนึ่งร้อยดีนาร์สำหรับพวกท่านในตอนนี้ แต่นบีอีซาและสาวกของท่านจะวิงวอนต่ออัลลอฮฺ และพระองค์จะทรงส่งหนอนลงมาในคอของพวกยะอฺญจญ์และมะอฺญจญ์ และคนพวกนี้จะตายเหมือนกับคนคนหนึ่ง
นบีของอัลลอฮฺ นบีอีซา และสาวกของท่านจะไม่พบสถานที่แห่งใดบนแผ่นดินนอกจากทุกแห่งจะถูกปกคลุมไปด้วยร่างที่เน่าเปื่อยของพวกยะอฺญจญ์และมะอญจญ์ นบีอีซาและสาวกของท่านจะวิงวอนต่ออัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะทรงส่งฝูงนกที่ดูเหมือนคอของอูฐบุคติ มันจะเอาซากศพของ พวกยะอฺญูจญ์และมะอฺญูจญ์ไปโยนตรงที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ หลังจากนั้น อัลลอฮฺจะทรงส่งน้ำฝนลงมายังทุกบ้านและมันจะชะล้างแผ่นดินจนกระทั่งมันเงาเหมือนกับกระจก
หลังจากนั้น อัลลอฮฺจะทรงสั่งแผ่นดินให้พืชผลออกมา เป็นการสะท้อนถึงความจำเริญ ทับทิมจะออกผลโตจนผลหนึ่ง สามารถกินได้โดยคนหลายคนและสามารถใช้เปลือกของมันบังแดดได้ หลังจากนั้น อัลลอฮฺจะทรงให้ความจำเริญแก่ปศุสัตว์ อูฐ และแกะ จนกระทั่งอูฐหนึ่งตัวสามารถตอบสนองความต้องการของคนได้เป็นจำนวนมากมาย วัวตัวหนึ่งจะเพียงพอสำหรับคนเผ่าหนึ่ง และแกะตัวหนึ่งจะเพียงพอสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง ในขณะเดียวกัน อัลลอฮฺจะทรงส่งลมโชยอ่อนๆ มาซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นสบาย แม้แต่ใต้รักแร้ และมุสลิมกับผู้ศรัทธาทุกคนจะ ตายเพราะลมนั้น หลังจากนั้น จะมีแต่คนชั่วที่สุดเหลืออยู่ และคนเหล่านี้จะผิดประเวณีเหมือนกับลา จนกระทั่งวันอวสานมาถึง”
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2137)
วัลลอฮุอะอฺลัม อัลลอฮฺเท่านั้นทรงรู้ดีที่สุด
รีบทำความดีก่อนหกสิ่งเกิดขึ้น สัญญาณก่อนวันสิ้นโลก เป็นแผนภาพอ่านง่าย
เป็นสัญญาณเตือนให้เราฉุกคิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺ
พระเจ้าแห่งสากลโลกและจักรวาล ก่อนที่จะสายไป
สายไปในที่นี้คือ ก่อนสิ้นลมหายใจ ก่อนที่วิญญาณจะขึ้นถึงลูกกระเดือก
ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก
เพราะ 2 สิ่งนี้ หมายถึง กลับตัวไม่ทันแล้ว
อิสลามจึงสอนให้เราเตรียมเสบียงสู่อาคิเราะฮฺโลกหน้า
หลังจากเสียชีวิต เรายังต้องอยู่ในโลกแห่งความตาย รอวันสิ้นโลก
และจะมีวันฟื้นคืนชีพอีกครั้งเพื่อรับการสอบสวนและตอบแทน
ความดีที่ควรรีบทำคือ การทำหน้าที่ในฐานะมุสลิมคนหนึ่ง
มีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำ ควรรีบทำได้แล้ว
เพราะอีกไม่นานก็จะมีความวุ่นวายทะยอยเกิดขึ้น
เวลานั้นเราอาจไม่สามารถอ่านอัลกุรอานและหะดีษได้สะดวกเหมือนดังเช่นตอนนี้แล้ว
แม้ว่าใครจะคิดว่า ยังอีกนาน อยู่ไกลจากเรา เราก็อาจจะได้รับสัญญาณเตือนจากพระเจ้า
เช่น ข่าวคราวคนรู้จักเสียชีวิตโดยเฉพาะคนที่อายุน้อยกว่าเรา
ดังนั้น เจตนาที่นำแผนภาพนี้มาเผยแพร่
ก็เพียงเตือนใจเราและผู้อ่านได้รำลึกถึงความตายให้มากๆ และรีบกลับเนื้อกลับตัว
อย่าปล่อยให้อยู่กับสิ่งไร้สาระนานเกินไป เพราะเมื่อเราอยู่กับสิ่งนั้นนาน
ใจเราจะห่างออกจากศาสนา ยอมรับในหลักการยากขึ้น วัลอิยาซุบิลลาฮฺ
คนชราหลายท่านที่ชอบอ่านอัลกุรอาน มักจะมีสายตาดี ความจำดี ความประพฤติดี
นั้นก็เนื่องมาจากเขาอัลลอฮฺให้มีสายตาดี ความจำดี ชีวิตดีเพราะเขาเรียนรู้และทำตาม
เมื่อใดที่สายตาเราเริ่มมัวเพราะความผิดที่ใช้สายตาในทางที่ผิด หรือไปทานอาหารเค็มบ่อยจนตามัว
ก็เป็นสัญญาณเตือนหนึ่งว่า เราควรกลับเนื้อกลับตัวและกลับมาอ่านอัลกุรอานได้แล้ว
เพราะพระองค์จะทรงให้บารอกะฮฺ ความจำเริญในชีวิต สุขภาพที่ดีแก่คนที่อ่านอัลกุรอาน อินชาอัลลอฮฺ
– “ผู้ใดอ่านกุรอานจนลืมขอต่อข้า(อัลลอฮฺ) แน่นอนข้าจะให้เขา ผลตอบแทนของบรรดาผู้รู้คุณทั้งปวง” (หะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 113/221 รายงานโดย อิบนุหุซัยฟะฮ์)
รีบศึกษาอัลกุรอานกันนะ ในนั้นเป็นสาเหตุที่เราตาสว่าง ใจสว่าง เพราะเป็นทางนำจากพระองค์ อินชาอัลลอฮฺ
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2901)