'ก้มหน้าเล่นมือถือ' 60 องศา เท่ากับแบกข้าวสาร 27 กก. เสี่ยง 'ภาวะกระดูกคอเสื่อม' ก่อนวัย

กระทู้สนทนา
น้อยคนนักที่จะไม่มีโทรศัพท์มือถือ และน้อยคนอีกเช่นกันที่จะไม่ #ก้มหน้าเล่นมือถือ พฤติกรรมนี้กำลังเพิ่มความเสี่ยงและอันตรายต่อ #กระดูกคอ อย่างที่อาจไม่เคยรู้ เพราะข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าหากก้มหน้า 60 องศา เทียบเท่ากับการแบกข้าวสาร 27 กิโลกรัม


ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง แต่ภายใต้ความสะดวกสบายนั้นกลับแฝงไปด้วยภัยคุกคามทางสุขภาพที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มอาการ "Text Neck Syndrome" ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าประชากรกว่า 75 % ของโลกกำลังเผชิญกับภาวะนี้ เนื่องจากการก้มศีรษะลงเพื่อใช้งานโทรศัพท์มือถือในแต่ละวัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลา ซึ่งมีค่าเฉลี่ยการใช้งานอยู่ที่ 3 ชั่วโมงต่อวัน และในกลุ่มที่ใช้งานหนักอาจสูงถึง 10 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว

ก้มมากแรงกดยิ่งมาก

ความน่ากังวลของสถานการณ์นี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่กลุ่มวัยทำงานเท่านั้น แต่ยังขยายตัวลงไปถึงกลุ่มเด็กและวัยรุ่นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้เวลาเฉลี่ย 5 ถึง 7 ชั่วโมงต่อวันในการอ่านและส่งข้อความผ่านอุปกรณ์เหล่านี้

ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมต่อบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอสูงถึง 1,825 ถึง 2,555 ชั่วโมงต่อปี พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อสรีรวิทยาของร่างกาย เนื่องจากน้ำหนักของกะโหลกศีรษะที่จะกระทำต่อแนวกระดูกสันหลังส่วนคอจะเพิ่มขึ้นตามองศาการก้มที่มากขึ้น

- ปกติเมื่อศีรษะอยู่ในแนวตรง (0 องศา) จะมีน้ำหนักกะโหลกศีรษะประมาณ 5 กิโลกรัมกระทำอยู่กับแนวกระดูกสันหลังส่วนคอและกล้ามเนื้อโดยรอบ
- ก้มศีรษะมากขึ้นที่ 15 องศา แรงเครียดที่คอเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าคือประมาณ 12 กิโลกรัม
- ก้มที่ 30 องศาน้ำหนักกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้นเป็น 18.14 กิโลกรัม
- เมื่อก้ม 45 องศา เพิ่มขึ้นเป็น 22.23 กิโลกรัมตามลำดับ
- และก้มคอที่มุม 60 องศาน้ำหนักที่เกิดขั้นมากถึง 27.22 กิโลกรัม

ไม่เพียงแต่ระดับองศาของการก้มคอเท่านั้นที่ส่งผลต่อความเครียดโครงสร้างต่าง ๆ รอบคอ แต่ความถี่ของการที่ศีรษะอยู่ในแนวนี้ส่งผลระทบเพิ่มเติมต่อสรีรวิทยาของคอด้วยแรงกดทับที่มหาศาลและต่อเนื่องนี้เองที่เป็นต้นเหตุสำคัญของ “โรคกระดูกคอเสื่อม” ซึ่งในอดีตมักจะพบในผู้ที่มีอายุ 40-45 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันพบว่าอายุของผู้ป่วยเริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากพฤติกรรมการก้มศีรษะเป็นเวลานานจนกลายเป็นความเคยชิน

ลักษณะทางคลินิกที่น่ากลัว คือ การที่กระดูกสันหลังส่วนคอสูญเสียความโค้งตามธรรมชาติในลักษณะตัว "C"  นอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังส่งผลให้เส้นใยกล้ามเนื้อรอบข้อต่อคอสั้นลง เกิดความเครียดภายในหมอนรองกระดูก และนำไปสู่อาการปวดคอเรื้อรัง ปวดร้าวลงไปถึงแขน มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่มือ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าเส้นประสาทอาจถูกกดทับแล้ว

กระทบระบบอื่นๆของร่างกาย
.
นอกเหนือจากปัญหาด้านกระดูกและกล้ามเนื้อแล้ว ภาวะ Text Neck Syndrome ยังส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังระบบอื่น ๆ ของร่างกายอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการมองเห็นที่ล้าจากการจ้องหน้าจอนานเกินไป อาการปวดศีรษะไมเกรน นอนไม่หลับ ไปจนถึงความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบย่อยอาหาร

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมการใช้งานร่างกายเพียงข้างเดียว เช่น การใช้นิ้วปัดหน้าจอหรือการถืออุปกรณ์หนักด้วยมือเดียวต่อเนื่อง ยังอาจส่งผลให้เกิด “ภาวะไหล่ไม่เท่ากัน” หรือ “กระดูกสันหลังคด”ตามมา ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้หากเกิดขึ้นในวัยเด็กจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว


อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1219058
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่