เล่นมือถือจนปวดคอเรื้อรัง เสี่ยง..กระดูกคอเสื่อม ก่อนวัย



🚫 เคยนับกันไหม… ในหนึ่งวัน คุณก้มหน้าเล่นมือถือไปแล้วกี่ชั่วโมง??

การก้มหน้ามองจอทุกวัน นิสัยเล็กๆ ที่กำลังทำลายกระดูกคอของคุณอย่างเงียบ ๆ ในยุคที่สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป และหน้าจอดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หรือแทบจะ 24 ชั่วโมง พฤติกรรมง่าย ๆ อย่างการก้มคอลงดูโซเชียล ซีรีส์ หรือนั่งจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน กำลังสร้างแรงกดต่อกระดูกสันหลังส่วนคอโดยไม่รู้ตัว และสัมพันธ์กับการเกิด "ภาวะกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย"

จากประสบการณ์ของ นพ. เอกพล ลาภอำนวยผล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เข้ารับการประเมินอาการปวดคอเรื้อรังมีประวัติการใช้สมาร์ตโฟนหรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในแต่ละวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน
🔸ภาวะกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างต่าง ๆ อาทิ หมอนรองกระดูกสันหลัง, ข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอและเอ็นและเนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปภาวะนี้มักพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น

⚠️ แต่ในปัจจุบันพบมากขึ้นในกลุ่มคนอายุน้อย กลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งเรียกว่า กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย (Early-onset Cervical Spondylosis) โดยเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น
• การก้มคอเป็นเวลานาน
• การใช้สมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
• ท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม
• การใช้กล้ามเนื้อคอและบ่าซ้ำ ๆ โดยไม่ได้พัก

เมื่อหมอนรองกระดูกหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม อาจทำให้เกิดอาการปวดคอ การเคลื่อนไหวลดลง และในบางกรณีอาจมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ

⁉️ ทำไม “ก้มเล่นมือถือ” ถึงทำร้ายกระดูกคอ?
ขณะก้มศีรษะลงเพื่อมองมือถือ น้ำหนักศีรษะที่ปกติประมาณ 4 - 5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงกดบนกระดูกคอเป็น 20 - 27 กิโลกรัม เมื่อก้มคอลงมากยิ่งก้มค้างไว้นานเท่าไร
• หมอนรองกระดูกถูกกดทับมากขึ้น
• กล้ามเนื้อคอและบ่าทำงานหนักผิดปกติ
• แนวกระดูกคอเสียสมดุล

พฤติกรรมนี้ถูกเรียกว่า Text Neck Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย ในคนอายุน้อย

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
😱รู้ยัง!! เล่นมือถือผิดท่า เสี่ยงคอเสื่อม

นอกจากการใช้มือถือแล้ว การดูซีรีส์หรือทำงานหน้าจอเป็นเวลานานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มภาระต่อกระดูกสันหลังส่วนคอได้ เช่น
• นั่งเอนหลังโดยคอพับ
• นั่งก้มคอบนโซฟาเป็นเวลานาน
• ดูจอที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา
• นั่งทำงานหน้าจอหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ

เมื่อกล้ามเนื้อคอทำงานต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก อาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ ความตึงของข้อต่อ และเพิ่มภาระต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง

อาการกระดูกคอเสื่อม อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยขึ้นอยู่กับระดับของการเสื่อมและโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบ
• ปวดคอ บ่า หรือไหล่
• คอแข็งหรือเคลื่อนไหวได้จำกัด
• ปวดร้าวจากคอลงไปที่สะบักหรือแขน
• ชาหรืออ่อนแรงที่แขน มือ หรือปลายนิ้ว
• ปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดคอ

✅ การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของ กระดูกคอเสื่อม ได้ เช่น
• ยกมือถือให้อยู่ระดับสายตา ไม่ก้มคอ
• พักสายตาและเปลี่ยนท่าทุก 20–30 นาที
• จัดจอให้อยู่ในระดับพอดีขณะดูซีรีส์หรือทำงาน
• บริหารกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ
• หลีกเลี่ยงการนั่งหรือก้มคอนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

ในบางกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง อาจทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง ชา หรือการทรงตัวผิดปกติ ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล พร้อมดูแลด้วย ทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) ประกอบด้วยศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัด เพื่อร่วมกันประเมินอาการและวางแผนการดูแลรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่