อาณาจักร 10 ล้านล้าน ที่สร้างจาก “ความกังวล” เมื่อลูกค้า 1 คน = การันตีรายได้ไปอีก 20 ปี

สมมติว่าคุณทำธุรกิจหนึ่ง...
ที่ลูกค้าไม่ได้เดินมาซื้อของแล้วจากไป
แต่พวกเขายินดี "ผูกปิ่นโต" จ่ายเงินให้คุณทุกปี
ปีละเป็นหมื่น... ต่อเนื่องไปยาวๆ จนแก่เฒ่า

แถมสัญญาที่เซ็นกันทีนึง ไม่ใช่แค่ปีสองปี
แต่เป็นสัญญาระยะยาว 20 ปี หรือบางทีก็ตลอดชีพ
ลองจินตนาการดูนะ...
ถ้าเราหาลูกค้าใหม่ได้วันนี้ 1 คน
แปลว่าเราการันตีรายได้ที่จะไหลเข้ากระเป๋าเราไปอีก 20 ปี

คงจะเดากัออกแล้วหละ นี่คือโมเดลบริษัท "AIA" (1299.HK)
ยักษ์ใหญ่ประกันชีวิตแห่งเอเชีย
ที่เปลี่ยนความไม่แน่นอนของชีวิตคน
ให้กลายเป็นกระแสเงินสดที่มั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

วันนี้เราขอชวนไปดูเบื้องหลัง ตัวเลขต่างๆของบริษัทนี้
ว่ามันสร้างเงินให้กับเจ้าของธุรกิจยังไงบ้าง

.
.
① - จุดเริ่มต้น -
AIA ไม่ใช่แค่บริษัทประกันธรรมดา
แต่เค้าคือ กลุ่มบริษัทประกันชีวิตอิสระที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เดิมที AIA ก่อตั้งที่เซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ปี 1919 (เกิน 100 ปีแล้วนะ) เคยเป็นลูกรักของ AIG ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ แต่พอเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 บริษัทแม่ล้มละลายจนเกือบจะต้องขาย AIA ทอดตลาด

แต่ตอนนั้นผู้บริหารและทีมงาน สู้ยิบตาเพื่อขอแยกตัวออกมา (Spin-off) จนสามารถนำเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงได้ในปี 2010
กลายเป็นการระดมทุน IPO ระดับโลก
และประกาศอิสรภาพอย่างสมบูรณ์จากบริษัทแม่

ปัจจุบัน AIA มีสินทรัพย์รวมกว่า 3.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (10 ล้านล้านบาท) ครอบคลุม 18 ตลาดทั่วเอเชียแปซิฟิก

เรียกว่าจากลูกที่เกือบถูกขายกินใช้หนี้
กลายร่างเป็น "บริษัทระดับท้อป" ที่บินสูงกว่าบริษัทแม่เดิมไปไกลแล้ว

แถมตอนนี้เค้าเป็นหนึ่งในบริษัทต่างชาติไม่กี่ราย
ที่ได้ใบอนุญาตถือหุ้น 100% (Wholly Owned) ในจีนแผ่นดินใหญ่ซะด้วย

.
.
② - ตัวเลขที่ควรรู้ไว้
ถ้าจะอ่านเกมธุรกิจ AIA ต้องเข้าใจ 2 คำนี้ก่อน
เพราะมันคือหัวใจของ "Subscription Model" แบบประกันชีวิต

1. VONB (Value of New Business)
ลองแปลให้พอเข้าใจได้ว่า "กำไรในอนาคตที่จองไว้แล้ว"

ลองนึกภาพว่าคุณเป็นเจ้าของหอพัก
วันนี้มีคนมาเซ็นสัญญาเช่าห้องใหม่ สัญญา 20 ปี
ทันทีที่เซ็นแก๊ก... คุณรู้ทันทีเลยว่า "ฉันรวยขึ้นแล้ว"
เพราะจะมีค่าเช่าไหลมาแน่ๆ อีก 20 ปี
มูลค่ารวมของค่าเช่าตลอด 20 ปีนั้นแหละ คือสิ่งที่เรียกว่า VONB
ตัวเลขนี้คือตัวบอกว่า "อนาคตบริษัทจะโตมั้ย?"

2. OPAT (Operating Profit After Tax)
คำๆนี้ แปลได้ว่า "เงินสดที่เก็บเข้ากระเป๋าได้จริงวันนี้"

คำๆนี้ สื่อถึงภาพปัจจุบัน
เปรียบเหมือนสิ้นเดือนแล้ว
คุณเดินไปเคาะประตูห้องพัก 1,000 ห้อง (ทั้งลูกค้าเก่าและใหม่)
เพื่อเก็บเงินค่าเช่าจริงๆ เอาเงินสดเข้าแบงก์มาเป็นรายได้
ตัวเลขนี้บอกว่า "บริษัทมีรายได้ปันผลมาจ่ายเรามั้ย?"

ความโหดของ AIA ในครึ่งปีแรก 2025 คือ...
ทำ VONB ได้สูงถึง 2,838 ล้านเหรียญ (+14%)
และทำ OPAT ได้ 3,609 ล้านเหรียญ (+12%)

แปลว่าธุรกิจเค้าในปัจจุบันทำงานสมบูรณ์แบบ
ทั้งส่วนของ "หาใหม่" และ "กินของเก่า" เพิ่มขึ้นทั้งคู่

.
.
③ - เค้าขายอะไรบ้าง
AIA ไม่ได้เน้นขาย "ออมทรัพย์ระยะสั้น" ที่กำไรบางเฉียบ (เหมือนที่แบงก์ชอบขาย)

พระเอกตัวจริงคือ ประกันแบบ "Protection"
สินค้ากลุ่มนี้มี Margin สูงปรี๊ดถึง 57.7%!

แปลว่าขายเบี้ยได้ 100 บาท... หักต้นทุนความเสี่ยงแล้ว
บริษัทเหลือกำไรเข้ากระเป๋า ถึงเกือบ 58 บาท

แล้วใครเป็นลูกค้ากระเป๋าหนักที่ซื้อ?
• ฮ่องกง = เบอร์ 1 ตลอดกาล เป็นประตูรับเงินจากเศรษฐีจีน (Mainland Chinese Visitors) ที่ข้ามฝั่งมารูดบัตรซื้อประกัน เพื่อกระจายความเสี่ยงและถือสินทรัพย์ดอลลาร์
• จีนแผ่นดินใหญ่ = ตลาดที่กำลังโตระเบิด AIA เป็นบริษัทต่างชาติรายเดียวที่ได้ใบอนุญาตถือหุ้น 100% และกำลังบุกมณฑลใหม่ๆ อย่างหนัก
• ไทย = พี่ใหญ่ในอาเซียนที่ทำผลงานคงเส้นคงวา เป็นฐานที่มั่นสำคัญที่สร้างกระแสเงินสดได้ต่อเนื่อง

.
.
④ - ธุรกิจนี้น่าสนใจประมาณไหน?
การถือหุ้น AIA เปรียบเสมือนเรากำลังถือ
"หุ้นกู้ความมั่งคั่งของคนเอเชีย"

เพราะตราบใดที่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ยังมาแรง
ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นทุกปี
และคนชั้นกลางในจีน/อาเซียน มีรายได้มากขึ้น
สินค้าที่ชื่อว่า "หลักประกัน" จะยังขายดีต่อไปเรื่อยๆ

แถมด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง (Free Surplus มหาศาล)
ทำให้ AIA เป็นหุ้นที่กองทุนทั่วโลกต้องมีติดพอร์ต
เพื่อความอุ่นใจในระยะยาว

.
.
< เกร็ดความรู้สนุกๆ แถมท้าย >
รู้มั้ยว่า AIA ไม่ได้เป็นแค่บริษัทประกัน
แต่เป็น "Landlord" เจ้าของที่ดิน ตัวยงด้วย!
บริษัทประกันมักจะมีเงินสดเยอะมาก
และต้องหาที่เก็บเงินที่ปลอดภัยและชนะเงินเฟ้อ
หนึ่งในกลยุทธ์ของ AIA คือการ "สร้างตึกเกรด A" ในทำเลทองทั่วเอเชีย เช่น ตึก AIA Central ที่ฮ่องกง หรือ AIA Sathorn Tower ในบ้านเรา

การเป็นเจ้าของตึกพวกนี้ ไม่ใช่แค่เอาไว้เท่ๆ
แต่เป็นการ Hedge (ป้องกันความเสี่ยง) ที่ฉลาดมาก
เพราะค่าเช่าตึกมักจะขึ้นตามเงินเฟ้อ...
ในขณะที่ภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายคืนลูกค้า มักจะถูกล็อคไว้คงที่
เท่ากับว่า ยิ่งเวลาผ่านไป AIA ยิ่งได้เปรียบทั้งขึ้นทั้งล่อง!

.
อ่านจบแล้ว... พอจะเห็นภาพมั้ยว่า
ทำไมมหาเศรษฐีถึงชอบธุรกิจประกัน?
เพราะมันคือธุรกิจที่เปลี่ยน "ความกังวลของมนุษย์"
ให้กลายเป็น "กระแสเงินสด" ที่ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
เหมือนเราเป็นเจ้าของตู้เก็บค่าผ่านทางของชีวิตคนนั่นเอง

Page Liberater
Cr ⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่