ในยุคที่ทั่วโลกกำลังปรับตัวเพื่อรับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อรักษาบรรยกาศการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม รวมทั้งสภาพสังคมท้องถิ่นไม่ให้ได้รับผลกระทบมากเกินไปจนส่งผลต่อวิถีชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจจะต้องแลกกับการลดจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวลง การเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าเมืองเพื่อคัดกรองนักเดินทางที่อาจจะมีเจตนาแฝงด้านอื่นๆ ในการเดินทางเข้าเมือง
.
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายประเทศยังผูกติดกับการอวดจำนวนนักท่องเที่ยวเยอะๆ เพื่อเคลมว่าประเทศของตนเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม แม้ว่าจะต้องรับนักท่องเที่ยวเกรดต่ำที่เข้ามาก่อปัญหาก้ตาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในกลุ่มที่เพิ่งจะผลักดันการท่องเที่ยวให้กลายเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอีกตัว
.
และท่ามกลางกระแสนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างลดลงเนื่องจากสภาพวะทางเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวทำให้การจับจ่ายใช้สอยของคนจีนตึงมือ ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียกลับพุ่งทะยานสวนทางสู่มูลค่า 93,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการขยายตัวของชนชั้นกลางอินเดียที่มีกำลังซื้อและความฝันอยากสัมผัสโลกภายนอกมากขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงการท่องเที่ยวของอินเดียรายงานว่ามีชาวอินเดียกว่า 27 ล้านคนเดินทางออกต่างประเทศในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากก่อนการระบาดของโควิดถึงร้อยละ 30
.
แต่ท่ามกลางตัวเลขที่น่าตื่นเต้น ก็มีเสียงบ่นที่ดังขึ้นทุกขณะจากโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว และชาวบ้านทั่วโลก ว่าด้วยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนระดับสากล
.
🔵นักท่องเที่ยวอินเดียทำอะไรที่ทำให้โลกปวดหัว
.
🔹การต่อรองราคาในบริบทที่ไม่ควรต่อรอง : แนวคิด "ไปสา วาซูล" (Paisa Vasool) หรือการคุ้มค่าเงินสูงสุด มักแปรสภาพเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองราคาในสถานที่ที่กำหนดราคาตายตัว หรือการบริโภคบุฟเฟ่ต์อย่างเอาเป็นเอาตาย พฤติกรรมนี้ขัดกับขนบสังคมของหลายประเทศที่ถือว่าการเคารพราคาที่กำหนดไว้คือรูปแบบหนึ่งของความสุภาพ แต่ด้วยการที่คนอินเดียส่วนใหญ่เติบโตมาจากพื้นฐานสังคมที่ยากจน และการต่อรองราคาแทบจะเป็นเรื่องปกติในสังคมนี้ หรือถ้าต่อราคาไม่ได้ก็จะใช้สินค้าหรือบริการระดับที่เรียกว่าเกินกว่าความคุ้มค่าของราคาที่จ่าย จนบางทีก็มากเกินไปจนข้าวของเสียหาย ซึ่งนี่คือนิสัยที่ติดตัวมาจากสังคมบ้านเกิดที่แก้ไขได้ยาก
.
🔹การทำกิจกรรมกีดขวางพื้นที่สาธารณะ
.
นักท่องเที่ยวอินเดียมักเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ทั้งครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวขยาย หรือกลุ่มสังคม ซึ่งนำไปสู่การครอบงำพื้นที่สาธารณะอย่าง ล็อบบี้โรงแรม หรือห้องโดยสารเครื่องบิน ด้วยการสนทนาเสียงดังและการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นระเบียบ และมักทำอย่างไม่รู้ตัว หรือแม้แต่รู้ตัวก็มักไม่สนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศรุ้สึกเอือมระอาต่อนิสัยดังกล่าว
.
🔹ไม่เคารพวัฒนธรรมและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
.
ในปี 2568 วิดีโอจากบาหลีกลายเป็นไวรัล เมื่อนักท่องเที่ยวชาวอินเดียปีนรูปปั้นบริเวณวัดที่ห้ามเข้า เพื่อถ่ายรูปลง Instagram ผลที่ตามมาคือเจ้าหน้าที่บาหลีระงับการรับนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์จากบางเอเจนซีชาวอินเดียเป็นการชั่วคราว ซึ่งโดยทั่วไปทางทัวร์จะแนะนำข้อปฏิบัติตัวเมื่อท่องเที่ยวแล้ว แต่ด้วยความไม่ใส่ใจของคนอินเดียนี่แหละที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการฝ่าฝืนกฎระเบียบต่างๆ เพราะการอยู่ในประเทศที่ไม่เคารพกฎระเบียบจนเคยชิน ทำให้ติดนิสัยมาทำในต่างประเทศ
.
🔹จอมสร้างปัญหาบนเครื่องบิน
.
ในปี 2569 เกิดเหตุการณ์ไวรัลบนเที่ยวบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เมื่อนักท่องเที่ยวชาวอินเดียทะเลาะกันเรื่องช่องเก็บกระเป๋าจนเกือบทำให้เที่ยวบินล่าช้า คลิปดังกล่าวถูกชมหลายล้านครั้ง ไม่เพียงเท่านั้นบูกเรือผู้หญิงหลายคนมักโดนคุกคามทางเพศจากผู้โดยสารชายชาวอินเดียบ่อยครั้งทั้งการพูกจาแทะโลม การสัมผัสแตะเนื้อต้องตัว และทุกครั้งที่จับได้มักไม่ยอมรับในการกระทำ เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำได้ และมักลงเอยด้วยการถูกเจ้าหน้าที่ฟ้องร้องดำเนินคดีในที่สุด
.
🔹จ่ายหลักร้อยแต่เรียกร้องเอาหลักล้าน
.
ในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีธุรกิจหลายแห่งที่แอบๆ วางข้อจำกัดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ก่อปัญหา ในปี 2567 สปาหรูหราในฮานอยหยุดรับการจองกลุ่มจากผู้ชายอินเดีย ขณะที่บอร์ดล็อบบี้ของโรงแรมบางแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ขอให้ "แขกชาวอินเดียลดเสียงในพื้นที่สาธารณะ"
.
Patricia Müller ผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า "นี่ไม่ใช่การเหยียดเชื้อชาติ แต่คือความเหนื่อยล้า เราเคยต้อนรับแขกชาวอินเดียที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีบางคนที่ตะโกนใส่พนักงาน กินอาหารด้วยมือในล็อบบี้ หรือคุยเสียงดังตอนดึก"
.
🔵สร้างปัญหาจนแต่ละประเทศต้องออกมาตรการรับมือพิเศษ
.
🇮🇩อินโดนีเซีย (บาหลี)
.
จากมกราคมถึง 21 กรกฎาคม 2568 ตำรวจบาหลีบันทึกเหตุรบกวนความสงบและความปลอดภัยสาธารณะรวม 3,538 ครั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่เกิดจากนักท่องเที่ยวอินเดีย
.
ผู้ว่าการบาหลี Wayan Koster ออกหนังสือเวียนฉบับที่ 7 ปี 2568 กำหนดแนวปฏิบัติใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ครอบคลุมการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การแต่งกายที่เหมาะสม และการปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น
.
ก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวที่อยู่เกินวีซ่าในอินโดนีเซียเคยมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี แต่หลังการแก้ไขกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในเดือนตุลาคม 2567 โทษจำคุกเพิ่มขึ้นเป็น 10 ปี บวกเพิ่มอีก 10 ปี รวมสูงสุดถึง 20 ปีหรือจำคุกตลอดชีวิต
.
🇲🇻มัลดีฟส์
.
ในปี 2567 รีสอร์ตหลายแห่งในมัลดีฟส์หยุดรับแพ็กเกจทัวร์กลุ่มจากอินเดียหลังเกิดเหตุการณ์ประพฤติตัวไม่เหมาะสมหลายครั้ง แม้ว่าในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมัลดีฟส์กลับตั้งเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 300,000 คนในปี 2568 หลังจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียดิ่งจากอันดับ 1 ในปี 2566 มาอยู่ที่อันดับ 6 ในปี 2567 เนื่องจากความตึงเครียดทางการทูตระหว่างมาเล่และนิวเดลี
.
🇯🇵🇪🇺ญี่ปุ่นและยุโรป
.
ญี่ปุ่นออกกฎเข้มงวดเกี่ยวกับการถ่ายรูปในวัดและย่านเกียวโต รวมถึงการห้ามเข้าบางพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวโดยรวม ขณะที่ ยุโรปในปี 2568 ผู้ประท้วงต่อต้านการท่องเที่ยวมวลชนออกมาเดินขบวนในสเปนและอิตาลี โดยในบาร์เซโลนามีการใช้ปืนฉีดน้ำเป็น "อาวุธ" ต่อต้านนักท่องเที่ยว
.
และล่าสุดโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเมืองกสตาด ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้จัดทำ “ป้ายกฎสำหรับแขกชาวอินเดีย” ติดประกาศไว้ภายในโรงแรม เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวชาติดังกล่าวไม่ให้กระทำพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ เช่น ห้ามนำอาหารจากบุฟเฟต์อาหารเช้ากลับออกไป ขอความร่วมมือใช้ช้อนและอุปกรณ์ตักอาหารที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้เพื่อรักษาความสะอาด รวมทั้งขอให้รักษาความสงบภายในอาคาร ไม่ส่งเสียงดัง ซึ่งสะท้อนได้ชัดเจนว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอินเดียนั้นสร้างปัญหาขนาดที่ต้องออกระเบียบเตือนแขกผู้เข้าพักสัญชาตินี้โดยเฉพาะ
.
แม้จะเป็นนักท่องที่สร้างปัญหาหนัก แต่ในมุมความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวอินเดียก็ถือว่ามีกำลังซื้อเติบโตขึ้นต่อเนื่องอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้
.
(อ่านต่อ ใน คห.1)
CR Reporter Journey
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/reporterjourney/photos/editorial-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2/1558022822347194/?set=a.226668178816005&http_ref=eyJ0cyI6MTc4MDY2ODMyNjAwMCwiciI6IiJ9
จากทัวร์จีนป่วนโลก ส่งไม้ต่อให้ทัวร์อินเดีย ยิ่งป่วนหนักกว่า 😮💨
.
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายประเทศยังผูกติดกับการอวดจำนวนนักท่องเที่ยวเยอะๆ เพื่อเคลมว่าประเทศของตนเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม แม้ว่าจะต้องรับนักท่องเที่ยวเกรดต่ำที่เข้ามาก่อปัญหาก้ตาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในกลุ่มที่เพิ่งจะผลักดันการท่องเที่ยวให้กลายเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอีกตัว
.
และท่ามกลางกระแสนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างลดลงเนื่องจากสภาพวะทางเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวทำให้การจับจ่ายใช้สอยของคนจีนตึงมือ ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียกลับพุ่งทะยานสวนทางสู่มูลค่า 93,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการขยายตัวของชนชั้นกลางอินเดียที่มีกำลังซื้อและความฝันอยากสัมผัสโลกภายนอกมากขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงการท่องเที่ยวของอินเดียรายงานว่ามีชาวอินเดียกว่า 27 ล้านคนเดินทางออกต่างประเทศในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากก่อนการระบาดของโควิดถึงร้อยละ 30
.
แต่ท่ามกลางตัวเลขที่น่าตื่นเต้น ก็มีเสียงบ่นที่ดังขึ้นทุกขณะจากโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว และชาวบ้านทั่วโลก ว่าด้วยพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนระดับสากล
.
🔵นักท่องเที่ยวอินเดียทำอะไรที่ทำให้โลกปวดหัว
.
🔹การต่อรองราคาในบริบทที่ไม่ควรต่อรอง : แนวคิด "ไปสา วาซูล" (Paisa Vasool) หรือการคุ้มค่าเงินสูงสุด มักแปรสภาพเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองราคาในสถานที่ที่กำหนดราคาตายตัว หรือการบริโภคบุฟเฟ่ต์อย่างเอาเป็นเอาตาย พฤติกรรมนี้ขัดกับขนบสังคมของหลายประเทศที่ถือว่าการเคารพราคาที่กำหนดไว้คือรูปแบบหนึ่งของความสุภาพ แต่ด้วยการที่คนอินเดียส่วนใหญ่เติบโตมาจากพื้นฐานสังคมที่ยากจน และการต่อรองราคาแทบจะเป็นเรื่องปกติในสังคมนี้ หรือถ้าต่อราคาไม่ได้ก็จะใช้สินค้าหรือบริการระดับที่เรียกว่าเกินกว่าความคุ้มค่าของราคาที่จ่าย จนบางทีก็มากเกินไปจนข้าวของเสียหาย ซึ่งนี่คือนิสัยที่ติดตัวมาจากสังคมบ้านเกิดที่แก้ไขได้ยาก
.
🔹การทำกิจกรรมกีดขวางพื้นที่สาธารณะ
.
นักท่องเที่ยวอินเดียมักเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ทั้งครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวขยาย หรือกลุ่มสังคม ซึ่งนำไปสู่การครอบงำพื้นที่สาธารณะอย่าง ล็อบบี้โรงแรม หรือห้องโดยสารเครื่องบิน ด้วยการสนทนาเสียงดังและการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นระเบียบ และมักทำอย่างไม่รู้ตัว หรือแม้แต่รู้ตัวก็มักไม่สนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศรุ้สึกเอือมระอาต่อนิสัยดังกล่าว
.
🔹ไม่เคารพวัฒนธรรมและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
.
ในปี 2568 วิดีโอจากบาหลีกลายเป็นไวรัล เมื่อนักท่องเที่ยวชาวอินเดียปีนรูปปั้นบริเวณวัดที่ห้ามเข้า เพื่อถ่ายรูปลง Instagram ผลที่ตามมาคือเจ้าหน้าที่บาหลีระงับการรับนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์จากบางเอเจนซีชาวอินเดียเป็นการชั่วคราว ซึ่งโดยทั่วไปทางทัวร์จะแนะนำข้อปฏิบัติตัวเมื่อท่องเที่ยวแล้ว แต่ด้วยความไม่ใส่ใจของคนอินเดียนี่แหละที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการฝ่าฝืนกฎระเบียบต่างๆ เพราะการอยู่ในประเทศที่ไม่เคารพกฎระเบียบจนเคยชิน ทำให้ติดนิสัยมาทำในต่างประเทศ
.
🔹จอมสร้างปัญหาบนเครื่องบิน
.
ในปี 2569 เกิดเหตุการณ์ไวรัลบนเที่ยวบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เมื่อนักท่องเที่ยวชาวอินเดียทะเลาะกันเรื่องช่องเก็บกระเป๋าจนเกือบทำให้เที่ยวบินล่าช้า คลิปดังกล่าวถูกชมหลายล้านครั้ง ไม่เพียงเท่านั้นบูกเรือผู้หญิงหลายคนมักโดนคุกคามทางเพศจากผู้โดยสารชายชาวอินเดียบ่อยครั้งทั้งการพูกจาแทะโลม การสัมผัสแตะเนื้อต้องตัว และทุกครั้งที่จับได้มักไม่ยอมรับในการกระทำ เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำได้ และมักลงเอยด้วยการถูกเจ้าหน้าที่ฟ้องร้องดำเนินคดีในที่สุด
.
🔹จ่ายหลักร้อยแต่เรียกร้องเอาหลักล้าน
.
ในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีธุรกิจหลายแห่งที่แอบๆ วางข้อจำกัดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ก่อปัญหา ในปี 2567 สปาหรูหราในฮานอยหยุดรับการจองกลุ่มจากผู้ชายอินเดีย ขณะที่บอร์ดล็อบบี้ของโรงแรมบางแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ขอให้ "แขกชาวอินเดียลดเสียงในพื้นที่สาธารณะ"
.
Patricia Müller ผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า "นี่ไม่ใช่การเหยียดเชื้อชาติ แต่คือความเหนื่อยล้า เราเคยต้อนรับแขกชาวอินเดียที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีบางคนที่ตะโกนใส่พนักงาน กินอาหารด้วยมือในล็อบบี้ หรือคุยเสียงดังตอนดึก"
.
🔵สร้างปัญหาจนแต่ละประเทศต้องออกมาตรการรับมือพิเศษ
.
🇮🇩อินโดนีเซีย (บาหลี)
.
จากมกราคมถึง 21 กรกฎาคม 2568 ตำรวจบาหลีบันทึกเหตุรบกวนความสงบและความปลอดภัยสาธารณะรวม 3,538 ครั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่เกิดจากนักท่องเที่ยวอินเดีย
.
ผู้ว่าการบาหลี Wayan Koster ออกหนังสือเวียนฉบับที่ 7 ปี 2568 กำหนดแนวปฏิบัติใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ครอบคลุมการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การแต่งกายที่เหมาะสม และการปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น
.
ก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวที่อยู่เกินวีซ่าในอินโดนีเซียเคยมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี แต่หลังการแก้ไขกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในเดือนตุลาคม 2567 โทษจำคุกเพิ่มขึ้นเป็น 10 ปี บวกเพิ่มอีก 10 ปี รวมสูงสุดถึง 20 ปีหรือจำคุกตลอดชีวิต
.
🇲🇻มัลดีฟส์
.
ในปี 2567 รีสอร์ตหลายแห่งในมัลดีฟส์หยุดรับแพ็กเกจทัวร์กลุ่มจากอินเดียหลังเกิดเหตุการณ์ประพฤติตัวไม่เหมาะสมหลายครั้ง แม้ว่าในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมัลดีฟส์กลับตั้งเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 300,000 คนในปี 2568 หลังจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียดิ่งจากอันดับ 1 ในปี 2566 มาอยู่ที่อันดับ 6 ในปี 2567 เนื่องจากความตึงเครียดทางการทูตระหว่างมาเล่และนิวเดลี
.
🇯🇵🇪🇺ญี่ปุ่นและยุโรป
.
ญี่ปุ่นออกกฎเข้มงวดเกี่ยวกับการถ่ายรูปในวัดและย่านเกียวโต รวมถึงการห้ามเข้าบางพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวโดยรวม ขณะที่ ยุโรปในปี 2568 ผู้ประท้วงต่อต้านการท่องเที่ยวมวลชนออกมาเดินขบวนในสเปนและอิตาลี โดยในบาร์เซโลนามีการใช้ปืนฉีดน้ำเป็น "อาวุธ" ต่อต้านนักท่องเที่ยว
.
และล่าสุดโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเมืองกสตาด ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้จัดทำ “ป้ายกฎสำหรับแขกชาวอินเดีย” ติดประกาศไว้ภายในโรงแรม เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวชาติดังกล่าวไม่ให้กระทำพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับ เช่น ห้ามนำอาหารจากบุฟเฟต์อาหารเช้ากลับออกไป ขอความร่วมมือใช้ช้อนและอุปกรณ์ตักอาหารที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้เพื่อรักษาความสะอาด รวมทั้งขอให้รักษาความสงบภายในอาคาร ไม่ส่งเสียงดัง ซึ่งสะท้อนได้ชัดเจนว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอินเดียนั้นสร้างปัญหาขนาดที่ต้องออกระเบียบเตือนแขกผู้เข้าพักสัญชาตินี้โดยเฉพาะ
.
แม้จะเป็นนักท่องที่สร้างปัญหาหนัก แต่ในมุมความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวอินเดียก็ถือว่ามีกำลังซื้อเติบโตขึ้นต่อเนื่องอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้
.
(อ่านต่อ ใน คห.1)
CR Reporter Journey
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้