ได้ดูคลิปแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ไม่น้อยค่ะ
สำหรับใครที่มีอาการเครียด วิตกกังวล หมองหม่น ท้อแท้ ซึมเศร้า เซ็ง หดหู่ เบื่อหน่าย ฯลฯ
ไม่ว่าจะขั้นเล็กน้อย หรือ อาการที่มากขึ้นจนต้องพบแพทย์
มันจะมีความเข้าใจผิดบางอย่างเกี่ยวกับการใช้การปฏิบัติธรรมทางพุทธ เพื่อรับมือกับอาการซึมเศร้า
และอาการทางจิตต่างๆ เหล่านี้
รวมถึงมีข้อมูลบอกถึงว่า วิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบัน ในการหาความเชื่อมโยง
เกี่ยวกับคนที่ฝึกสติ (สติปัฏฐาน) แล้วมันส่งผลดีต่อสมอง แล้วก็ส่งผลดีอาการซึมเศร้าและอาการทางใจอีกหลายประการ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้หมายเหตุ : มันเกี่ยวกับสุขภาพจิต อาการซึมเศร้า เราก็ tag ไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง เผื่อว่า มันจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์นะคะ
แต่เห็นว่า admin ของ pantip เวลาอะไรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมและสุขภาพจิตหรือโรคซึมเศร้า
ก็มักจะตัด tag ที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตและโรคซึมเศร้าออก ให้เหลือแค่เกี่ยวกับประเด็นศาสนา???
ซึ่งเราก็เข้าใจค่ะว่า admin อาจจะมองว่ามันเป็นเรื่อง sensitive กลัวว่ามันจะเป็นการแนะนำอะไรผิดๆ ให้แก่ผู้เป็นโรคนี้
เราก็เลยเดาว่า เราเข้าใจในสิ่งที่ admin กังวลค่ะ
แต่เอาเป็นว่า หากคุณจะพิจารณาอะไรสักอย่าง คุณก็ลองเสียเวลาดูคลิป แล้วก็ใช้วิจารณญาณดูค่ะ
ว่ามันเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษนะคะ เราเข้าใจหัวอกคนทำงานค่ะ
ก็ได้แต่ก็แนะนำให้พิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินอะไรค่ะ
เพราะในคลิป มันไม่ใช่แค่คำแนะนำในทางพุทธศาสนาเท่านั้น
ยังเป็นวิชาการทางศาสตร์สมัยปัจจุบัน ที่แนะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ค่ะ
ข้อควรรู้ในการปฏิบัติธรรมของผู้มีอาการอ่อนไหวทางจิต (ซึมเศร้าและอื่นๆ)
สำหรับใครที่มีอาการเครียด วิตกกังวล หมองหม่น ท้อแท้ ซึมเศร้า เซ็ง หดหู่ เบื่อหน่าย ฯลฯ
ไม่ว่าจะขั้นเล็กน้อย หรือ อาการที่มากขึ้นจนต้องพบแพทย์
มันจะมีความเข้าใจผิดบางอย่างเกี่ยวกับการใช้การปฏิบัติธรรมทางพุทธ เพื่อรับมือกับอาการซึมเศร้า
และอาการทางจิตต่างๆ เหล่านี้
รวมถึงมีข้อมูลบอกถึงว่า วิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบัน ในการหาความเชื่อมโยง
เกี่ยวกับคนที่ฝึกสติ (สติปัฏฐาน) แล้วมันส่งผลดีต่อสมอง แล้วก็ส่งผลดีอาการซึมเศร้าและอาการทางใจอีกหลายประการ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้