รู้จักอาการ Hypnagogic (ฮิปนาโกจิก) กันมั้ยครับ คือสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น

สมาชิกพันทิปมีใครเป็นหรือมักจะมีอาการแบบนี้กันมั้ยครับ

Hypnagogic (ฮิปนาโกจิก) คือสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นในช่วงที่กำลังจะ "เริ่มเข้าสู่นิทรา" หรือประมาณว่ากำลังจะหลับลึก เป็นช่วงรอยต่อระหว่างการตื่นและการหลับที่สมองบางส่วนเริ่มเข้าสู่โหมดพักผ่อน แต่บางส่วนยังทำงานอยู่ ทำให้เกิดปรากฏการณ์แปลกๆ ขึ้นกับร่างกายและจิตใจได้

อาการที่พบบ่อยในช่วงที่เกิดสภาวะเช่นนี้  (Hypnagogic Hallucinations)
หลายคนอาจเจอประสบการณ์ที่เรียกว่า "ภาพหลอนขณะใกล้หลับ" ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติของกลไกสมอง
เพราะขณะที่เรากำลังจะหลับลึก จากการหลับตื้น สมองส่วนหนึ่งก็ยังทำงานอยู่

เห็นภาพ: เห็นแสงวูบวาบ รูปทรงเรขาคณิต หรือเห็นเป็นภาพเหตุการณ์สั้นๆ เหมือนฝันทั้งที่ยังไม่หลับสนิท

ได้ยินเสียง: ได้ยินคนเรียกชื่อ เสียงกระซิบ เสียงกริ่ง หรือเสียงดนตรี

ความรู้สึกทางกาย: รู้สึกเหมือนตัวลอย ตกจากที่สูง หรือรู้สึกว่ามีคนมาแตะตัว

Hypnic Jerk: อาการสะดุ้งตื่นเหมือนตกเหว ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฮิปนาโกจิกนี้เองครับ

****อาการนี้ผมเป็นบ่อยครับ  นอนๆอยู่ รู้สึกตัวลอยอยู่กลางอากาศแล้วกำลังร่วงลงโดยที่ไม่มีอะไรรองรับ  พอสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาก็จะเป็นจังหวะที่รู้ตัวว่าแผ่นหลังแตะพื้น(ที่นอน)พอดี


ทำไมถึงเกิดอาการแบบนี้

มันคือช่วงที่สมองกำลังเปลี่ยนผ่านจากคลื่น Alpha (ตื่นแบบผ่อนคลาย) ไปสู่คลื่น Theta (หลับตื้น) ในขณะที่สติของคุณยังหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ทำให้ภาพในหัวที่ควรจะเป็น "ฝัน" ดันมาปรากฏร่วมกับความรับรู้ในโลกจริง
เหมือนคล้ายๆกับว่ากำลังฝัน แต่สามารถควบคุมการฝันนั้นได้อยู่ เพราะยังมีสติส่วนหนึ่งอยู่

แต่จริงๆแล้วเราไม่สามารถกำหนดอะไรได้เลย เพราะร่างกายนั้นหลับแล้วเหลือแต่สติอยู่ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน

ใครบ้างที่มักจะเป็น?

ปกติแล้วใครๆ ก็เกิดอาการนี้ขึ้นได้ แต่จะพบได้บ่อยมากขึ้นถ้าคนๆนั้น

พักผ่อนไม่เพียงพอ (อดนอนสะสม)

มีความเครียดหรือวิตกกังวลสูง

ใช้ยาบางชนิด หรือดื่มแอลกอฮอล์

ในบางรายอาจเกี่ยวข้องกับโรคกลุ่มอาการง่วงนอนผิดปกติ (Narcolepsy) หากมีอาการรุนแรงร่วมกับการหลับไม่เลือกที่ระหว่างวัน


อาการ Hypnagogic มีอันตรายหรือไม่

ส่วนใหญ่แล้วไม่มีอันตราย  เพราะมันเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของระบบประสาทที่กำลังเปลี่ยนโหมดการทำงานเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณของอาการทางจิต หรือโรคสมองเสื่อมอย่างที่หลายคนกังวล  เรื่องนี้ ใครเป็นก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก

ทำไมถึงไม่มีอันตราย

เป็นกลไกธรรมชาติ:-   สมองของคนเราไม่ได้ปิดสวิตช์พรึบเดียวเหมือนหลอดไฟ แต่มันค่อยๆ หรี่ไฟลง บางส่วนหลับก่อน บางส่วนหลับทีหลัง จึงเกิดความสับสนชั่วคราว
ไม่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว:-   การเห็นภาพหรือได้ยินเสียงในช่วงนี้ไม่ได้ทำลายเซลล์สมอง และไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังจะเสียสติ บางคนบอกเป็นโรคประสาท

ถามว่าแล้วมีโอกาสที่จะเป็นปัญหาอะไรหรือไม่

ตัวอาการเองไม่อันตราย แต่ "บริบท" รอบข้างอาจส่งผลกระทบได้ เช่น
อาจจะรบกวนการนอน ของตัวคุณเองหรือคนข้างๆ ถ้ามีอาการบ่อยๆ อาจจะทำให้เกิดอาการ  การอดนอน
แบบนี้นานๆเข้าก็จะส่งผลเสียกับร่างกาย

หากอาการนี้เกิดขึ้นตอนกลางวัน  ...เห็นแสงวูบวาบ ,ได้ยินเสียงแปลกๆ, หรือเหมือนอาการตกจากที่สูง
ก็อาจจะมีอันตรายเกิดอุบัติเหตุ ในการทำงานหรือขณะขับรถได้

อาจจะมีโรคอื่นแอบแฝง หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
ง่วงนอนรุนแรงผิดปกติในตอนกลางวัน (หลับกลางอากาศ)
ขยับตัวไม่ได้เลยหลังจากตื่น (Sleep Paralysis) บ่อยเกินไป
กล้ามเนื้ออ่อนแรงกะทันหันเวลาหัวเราะหรือตกใจ (Cataplexy)

หากมีอาการพวกนี้ร่วมด้วย อาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์


แล้วจะรับมือกับอาการนี้อย่างไร

จัดตารางนอนให้ตรงเวลา   การนอนน้อยเป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้ช่วง Hypnagogic ยาวนานและชัดเจนขึ้น

ลดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์    สารเหล่านี้กวนวงจรการหลับ (Sleep Cycle) โดยตรง

ผ่อนคลายก่อนนอน   ลดการเล่นมือถือหรือดูเรื่องที่ตื่นเต้นก่อนนอน เพื่อให้สมองเปลี่ยนผ่านโหมดได้ราบรื่นขึ้น


สรุป   ถ้าคุณแค่เห็นภาพแปลกๆ หรือได้ยินเสียงแว่วบ้างตอนกำลังจะหลับ แต่ตื่นมาแล้วสดชื่นดี ทำงานได้ปกติ นั่นคือเรื่องปกติ อาจจะไม่ต้องกังวลไป





อาการไม่ใช่อาการผีอำนะครับ  มีอาการคล้ายกัน  อาการผีอำคือเราได้สติ แต่สมองส่วนหนึ่งตัดการทำงาน ส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อออกไป
แต่อาการ ฮิปนาโกจิก คือสติเรากำลังเคลิ้มๆแต่สมองส่วนหนึ่งทำงานอยู่ ยังไม่ได้ตัดการทำงานออกไป

อาการทั้งสอง มีการหลอนเหมือนกัน  ต่างกันที่ ฮิปนาโกจิก ร่างกายจะขยับตัว (เคลิ้มหลับอยู่) (สมองสั่ง)
ผีอำร่างกายไม่ขยับ(มีสติตื่น)  (สมองตัดการทำงาน)

ฮิปนาโกจิก จะเกิดขึ้นในช่วงที่ การหลับตื้น(กำลังจะหลับ) ไปสู่การหลับลึก  แต่อาการผีอำ จะเกิดขึ้นในช่วงที่หลับลึกแล้ว กำลังจะตื่นหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก

อมยิ้ม01อมยิ้ม01อมยิ้ม01
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่