อ่านผลเลือดเบาหวานให้เป็น ดูค่าอะไร สำคัญยังไง เช็กตามโพสต์นี้เลย!

เวลาคนไข้ส่ง “ผลเลือด” มาให้หมอดู
หลายคนจะโฟกัสแค่ตัวเลขขึ้น–ลง
แต่จริง ๆ แล้ว แต่ละค่าเล่า “ปัญหาคนละมุม”
และหมอต้องดูเป็น “ภาพรวม” ถึงจะแนะนำได้ตรงจุดครับ

1) FBS (น้ำตาลตอนเช้า)
ค่านี้บอกว่าเมื่อคืนร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีแค่ไหน
ถ้า FBS สูง มักเจอเหตุผลประมาณนี้
• เครียดสะสม
• นอนน้อย / นอนไม่ลึก
• ฮอร์โมนตอนเช้า (cortisol) กระตุ้นน้ำตาล
• มื้อเย็นหนัก / ดึก / แป้งเยอะ
ถ้า FBS “ขึ้น ๆ ลง ๆ” บ่อย ๆ
แปลว่า “ระบบยังไม่นิ่ง”
มักต้องเริ่มปรับ พฤติกรรมก่อนนอน ก่อนครับ

2) HbA1c (น้ำตาลเฉลี่ย 3 เดือน)
อันนี้คือ ภาพรวม 90 วัน
บอกว่าน้ำตาล “แกว่ง” มากแค่ไหน
ตีความง่าย ๆ แบบนี้
• HbA1c สูง แต่ FBS ปกติ → มื้อพุ่งบ่อย (หลังอาหาร)
• FBS สูง แต่ HbA1c ไม่สูงมาก → ปัญหาหลักอยู่ “ช่วงเช้า”
ค่านี้ช่วยบอก “ภาพรวมการคุม” ชัดที่สุดครับ

3) Triglyceride (TG)
อันนี้หมอให้ความสำคัญมากนะ
หลายคนถามนะครับ มันเกี่ยวกับเบาหวานยังไง
เพราะมันสะท้อนเรื่อง ดื้ออินซูลิน ได้ดี
• TG สูงมักพบร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้คุมน้ำตาลยากขึ้น
• ถ้า TG ลดลง มักเป็นสัญญาณว่าระบบเมตาบอลิซึมดีขึ้น (เมื่อดูร่วมกับน้ำตาล/รอบเอว/พฤติกรรม)
มุมที่หลายคนพลาด
คนที่ “ผอมแต่เป็นเบาหวาน” เจอ TG สูงได้
เพราะปัญหาคือ “ดื้ออินซูลิน” ไม่ใช่แค่น้ำหนักครับ

4) HDL / LDL
ไม่ได้ดูไว้ “ออกยาคอเลสเตอรอลอย่างเดียว”
แต่ดูเพื่อประเมิน ความเสี่ยงระยะยาวของคนเบาหวาน
• HDL ต่ำ  →  พบร่วมกับ ภาวะเมตาบอลิซึมไม่ดี/ความเสี่ยงระยะยาวสูงขึ้น
• LDL บางแบบ → เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและความเสี่ยงหลอดเลือด
เพราะงั้นหมอจะดู “รวมกับน้ำตาล”
ไม่ใช่ดูแยกชิ้นครับ

อ่านโพสต์นี้แล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเอาไปสังเกตผลเลือดของตัวเองได้ง่ายขึ้นนะครับ

Cr. FB หมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่