Defensive vs Offensive กลยุทธ์ตั้งรับสินค้าทะลัก และการรุกตลาดด้วยจุดแข็งของไทย

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
"ถกวิสัยทัศน์: เลือกของถูกจากจีนในวันนี้ หรือ เลือกให้คนไทยมีงานทำในอนาคต?"
---
หากเปรียบเศรษฐกิจไทยตอนนี้เป็นเหมือน "บ้านที่กำลังถูกน้ำป่าหลากเข้าใส่" การดีเบตครั้งนี้คือการถกเถียงกันว่า เราควรจะเปิดประตูรับน้ำ (เพื่อเอาทรัพยากรราคาถูก) หรือควรจะสร้างเขื่อนกั้น (เพื่อปกป้องคนในบ้าน)

วิกฤต "ของถูก" ที่มาพร้อมราคาที่ต้องจ่าย สินค้าจีนที่ราคาถูกมาก ๆ กำลังไหลเข้าไทยผ่านแอปพลิเคชันและช่องทางออนไลน์ จนโรงงานไทยแข่งขันไม่ได้ ผลที่ตามมาคือ SME ไทยเริ่มปิดตัวลง และคนไทยกำลังเสี่ยงจะตกงาน รัฐบาลจึงต้องเลือกว่าจะ "ช่วยผู้บริโภคให้ได้ของถูก" หรือ "ช่วยผู้ผลิตให้มีงานทำ"

"เราไม่จำเป็นต้องเลือกสุดทาง" คุณศิริกัญญา (ประชาชน) และคุณศุภจี (ภูมิใจไทย) เปิดประเด็นด้วยความเห็นที่คล้ายกันว่า เราต้องหา "จุดสมดุล" โดยใช้กลยุทธ์

สร้างสนามแข่งที่เท่าเทียม (Level Playing Field) ปัญหาไม่ใช่แค่ของจีนราคาถูก แต่คือของจีน "ไม่เสียภาษี" และ "ไม่มีมาตรฐาน" ขณะที่คนไทยต้องจ่ายภาษีและขอ อย./มอก.

มาตรการหมัดเด็ด * เก็บภาษี VAT ตั้งแต่บาทแรก เลิกยกเว้นสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท (ซึ่งปัจจุบันรัฐเริ่มทำแล้ว)

หากสินค้าบนแพลตฟอร์มไม่มีมาตรฐาน ต้องสั่ง Take Down หรือแบนออกจากระบบทันที การใช้กำแพงภาษีชั่วคราวเพื่อเป็น "เกราะป้องกัน" ให้ SME ไทยมีเวลาหายใจและปรับตัว

คุณเกรียงไกร จากสภาอุตสาหกรรมฯ เข้ามาขยายภาพความเสียหายว่า ตอนนี้อุตสาหกรรมไทยโดนถล่มไปแล้วถึง 24 กลุ่ม จาก 46 กลุ่ม เขาชี้ให้เห็นช่องโหว่ที่เรียกว่า "คลังสินค้าทัณฑ์บน" (Bonded Warehouse) ที่จีนเอาของมาพักไว้มหาศาลโดยไม่เสียภาษี พอคนสั่งปุ๊บก็ส่งปั๊บเหมือนส่งจากในไทย

เขาสนับสนุนนโยบาย "Made in Thailand" โดยเสนอให้รัฐบาลเป็นผู้นำในการซื้อของไทยก่อน เพื่อช่วยประคองอุตสาหกรรมในช่วงที่ต้องทำ Soft Landing (ค่อย ๆ ปรับตัวก่อนจะเจ๊ง)

ในขณะที่ทุกคนคุยเรื่องการป้องกัน คุณ CK (นักธุรกิจ) ชวนมองอีกมุมว่า "การป้องกันอย่างเดียวสู้เขาไม่ได้หรอก" เพราะเศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่าไทยมหาศาล (Economy of Scale) ไทยมีอาหารที่อร่อยที่สุด (ก๋วยเตี๋ยวเรือ) เราต้องส่งแบรนด์ไทยไปบุกโลกบ้าง ไม่ใช่รอให้เขาส่งรถไฟฟ้ามาขายเราฝ่ายเดียว

ต้องดึงทุนจีนที่ "ขาว" (ถูกกฎหมาย) และ "เขียว" (เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) ให้เข้ามาตั้งโรงงานในไทย แต่ต้องมีเงื่อนไขว่า "ต้องใช้ชิ้นส่วนในไทย" (Local Content) และจ้างคนไทย ไม่ใช่ขนคนงานจีนและวัตถุดิบจีนเข้ามาทั้งหมด

การดีเบตสรุปได้ว่าทางรอดของไทยไม่ใช่การปิดประเทศ แต่คือการ "เลือกรับ" (Selective)
ทุนที่ฟอกเงิน หรือทุนที่มาตั้งโรงงานแล้วปล่อยมลพิษ (ทุนสกปรก) ต้องถูกกำจัด
SME ไทยต้องเลิกทำของถูกแข่งกับจีน แต่ต้องทำของที่มีมูลค่าสูง (High Value) เช่น สินค้าเกษตร GI หรือสินค้าที่มีนวัตกรรม
รัฐต้องไม่เป็นอุปสรรค และต้องช่วยอุดหนุนสินค้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม

"วันนี้เราอาจจะยังอยากได้ของถูก แต่ถ้าเราไม่ปกป้องคนทำงานในวันนี้ ในอนาคตเราอาจจะมีของถูกให้ซื้อ แต่ไม่มีเงินในกระเป๋าเหลือไปซื้อเพราะตกงาน"
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่