โรงงาน 'ปิดมากกว่าเปิด' ครั้งแรกรอบ 10 ไตรมาส สะท้อนว่าธุรกิจ SME กำลังเผชิญวิกฤติ สวนทาง 'ธุรกิจขนาดใหญ่' ยังขยายตัวได้
.
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมไตรมาส 1 ปี 2569 เห็นสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจน่ากังวล เมื่อจำนวนโรงงานที่เลิกกิจการพุ่งสูงขึ้นมากกว่าจำนวนโรงงานเปิดใหม่แรกรอบ 2 ปีครึ่ง (10 ไตรมาส)
.
สะท้อนการฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ยังขยายตัวได้ แต่ SME เข้าภาวะถดถอย โดยปิดกิจการมากขึ้น โดยเฉพาะสาขาที่เปราะบางเมื่อเผชิญปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
.
สศช.ระบุข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบโรงงานเลิกกิจการ 156 แห่ง เพิ่มขึ้น 11.4% ขณะที่การเปิดกิจการใหม่เพียง 139 แห่ง ปรับตัวลดลงรุนแรงถึง 63.9% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกรอบ 10 ไตรมาส หรือนับตั้งแต่ปลายปี 2566 ที่ยอดปิดตัวสูงกว่าการเกิดใหม่ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญถึงความเชื่อมั่นการลงทุนใหม่ที่ลดลงท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน
.
ทั้งนี้มูลค่าการลงทุนถูกพยุงด้วยกลุ่มทุนขนาดกลาง และขนาดใหญ่รายเดิมที่ขยายกิจการ 106 แห่ง เพิ่มขึ้นถึง 82.8% มูลค่าเงินลงทุน 1.525 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.5 พันล้านบาทในปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องจักรกลที่การลงทุนขยายตัว 1,300 เท่า
.
อย่างไรก็ตาม การจ้างงานใหม่ 99.3% กระจุกเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ และขนาดกลาง สะท้อนโอกาสเศรษฐกิจไม่กระจายถึงฐานรากทั่วถึงส่งผลโดยตรงต่อกิจการขนาดเล็กไม่ได้ประโยชน์จากการเปิดกิจการหรือขยายกิจการเพิ่มเหมือนธุรกิจขนาดกลาง และขนาดใหญ่
.
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมพบโรงงานผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหาร การผลิตเครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เปิดกิจการ และขยายโรงงานเพิ่มต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลมีเงินลงทุนขยายกิจการไตรมาสที่ผ่านมาสูงถึง 5.2 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 0.04 พันล้าน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องการจ้างงาน 7,886 คน เพิ่มขึ้นจากในไตรมาสก่อนที่เพิ่มเพียง 50 คน
.
เช่นเดียวกับโรงงานอาหาร ผลิตภัณฑ์พลาสติก และเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ที่จ้างงานเพิ่ม สอดคล้องจำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่สูงขึ้น โดยเฉพาะภาคการผลิต และสอดคล้องการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้กลุ่มที่น่าเป็นห่วงสุดเป็นโรงงานขนาดเล็ก (SME) ที่จ้างงานไม่เกิน 50 คน โดยการลงทุน และจำนวนแรงงานของโรงงานปิดกิจการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวของปีก่อนที่ปิดตัวเพิ่มขึ้น
.
โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ และผลิตภัณฑ์จากพืชที่ปิดตัวเพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักจากขีดความสามารถการแข่งขันลดลง ความต้องการสินค้าลดลง และถูกซ้ำเติมด้วยการทะลักของสินค้านำเข้าราคาถูกมาทุ่มตลาด ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบ และพลังงานสูงต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยแบกรับภาระไม่ไหว
.
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1234984
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
💸 โรงงาน 'ปิดมากกว่าเปิด' ครั้งแรกรอบ 10 ไตรมาส
.
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมไตรมาส 1 ปี 2569 เห็นสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจน่ากังวล เมื่อจำนวนโรงงานที่เลิกกิจการพุ่งสูงขึ้นมากกว่าจำนวนโรงงานเปิดใหม่แรกรอบ 2 ปีครึ่ง (10 ไตรมาส)
.
สะท้อนการฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ยังขยายตัวได้ แต่ SME เข้าภาวะถดถอย โดยปิดกิจการมากขึ้น โดยเฉพาะสาขาที่เปราะบางเมื่อเผชิญปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
.
สศช.ระบุข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบโรงงานเลิกกิจการ 156 แห่ง เพิ่มขึ้น 11.4% ขณะที่การเปิดกิจการใหม่เพียง 139 แห่ง ปรับตัวลดลงรุนแรงถึง 63.9% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกรอบ 10 ไตรมาส หรือนับตั้งแต่ปลายปี 2566 ที่ยอดปิดตัวสูงกว่าการเกิดใหม่ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญถึงความเชื่อมั่นการลงทุนใหม่ที่ลดลงท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน
.
ทั้งนี้มูลค่าการลงทุนถูกพยุงด้วยกลุ่มทุนขนาดกลาง และขนาดใหญ่รายเดิมที่ขยายกิจการ 106 แห่ง เพิ่มขึ้นถึง 82.8% มูลค่าเงินลงทุน 1.525 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.5 พันล้านบาทในปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องจักรกลที่การลงทุนขยายตัว 1,300 เท่า
.
อย่างไรก็ตาม การจ้างงานใหม่ 99.3% กระจุกเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ และขนาดกลาง สะท้อนโอกาสเศรษฐกิจไม่กระจายถึงฐานรากทั่วถึงส่งผลโดยตรงต่อกิจการขนาดเล็กไม่ได้ประโยชน์จากการเปิดกิจการหรือขยายกิจการเพิ่มเหมือนธุรกิจขนาดกลาง และขนาดใหญ่
.
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรมพบโรงงานผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหาร การผลิตเครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เปิดกิจการ และขยายโรงงานเพิ่มต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลมีเงินลงทุนขยายกิจการไตรมาสที่ผ่านมาสูงถึง 5.2 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 0.04 พันล้าน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องการจ้างงาน 7,886 คน เพิ่มขึ้นจากในไตรมาสก่อนที่เพิ่มเพียง 50 คน
.
เช่นเดียวกับโรงงานอาหาร ผลิตภัณฑ์พลาสติก และเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ที่จ้างงานเพิ่ม สอดคล้องจำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่สูงขึ้น โดยเฉพาะภาคการผลิต และสอดคล้องการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้กลุ่มที่น่าเป็นห่วงสุดเป็นโรงงานขนาดเล็ก (SME) ที่จ้างงานไม่เกิน 50 คน โดยการลงทุน และจำนวนแรงงานของโรงงานปิดกิจการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวของปีก่อนที่ปิดตัวเพิ่มขึ้น
.
โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ และผลิตภัณฑ์จากพืชที่ปิดตัวเพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักจากขีดความสามารถการแข่งขันลดลง ความต้องการสินค้าลดลง และถูกซ้ำเติมด้วยการทะลักของสินค้านำเข้าราคาถูกมาทุ่มตลาด ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบ และพลังงานสูงต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยแบกรับภาระไม่ไหว
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/economics/1234984
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic