ผู้สูงอายุใช้ร่างกายมามากกว่าครึ่งชีวิต
แต่ละคนมีพื้นฐานร่างกายไม่เหมือนกัน
มีวิธีการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
ความเสื่อมย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
เมื่อเสื่อมแล้ว นอกจากจะลำบากตัวเอง แล้วยังอาจส่งผลต่อลูกหลานที่ต้องดูแล
สำหรับลูกหลาน เมื่อดูแลผู้สูงอายุแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย
เพื่อเมื่อเราแก่ตัวไป จะได้แข็งแรงสามารถดูแลตัวเองได้
ตามสโลแกน สูงวัยให้พร้อมต้องเตรียมก่อน 40
เพราะคนเราส่วนใหญ่ “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”
ป้าโชคดีที่มีแม่อายุยืน เลยรู้ว่าตัวเองจะต้องเจออะไรบ้างเมื่อแก่ตัวไป
ก่อนจะเดินทางกับผู้สูงอายุ จะต้องเข้าใจความ "เสื่อม" ของเค้าก่อน
จะได้เดินทางกันแบบสนุกสนานไม่รู้สึกว่าเค้าเป็น "ภาระ"
แล้วเค้า “เสื่อม” อะไรกันบ้าง
มาดูกัน

.
1. ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกผิวข้อที่หุ้มกันกระเทือนสึกหรอ
ทำให้กระดูกกระทบกันโดยไม่มีกระดูกอ่อนมาหุ้ม
อาการ แรกๆ ก็จะมีเสียงกรอบแกรบ ซึ่งเราก็มักจะเห็นเป็นเรื่องขำ
ต่อมาก็เริ่มเจ็บแปล๊บเวลาขยับ หรือลงน้ำหนัก
ปวดเวลาอยู่ท่าเดิมนานๆ บางทีนอนหลับแล้วทับเข่าข้างใดข้างหนึ่งไว้
พอตื่นขึ้นมาก็จะปวดเข่าข้างนั้น อาการนี้ป้าเริ่มเป็นแล้ว
ต่อมาก็จะติดขัด เวลาตื่นนอน หรือนั่งนานๆ
จะลุกทีต้องออกสตาร์ท (ยืนนิ่งๆ เพื่อเตรียมความพร้อม) แป๊บนึง
ถ้าเดินไม่ดี ควรมีไม้เท้า หรือวอร์คเกอร์ช่วย
ถ้าเดินไม่ไหวเลย ก็ควรเป็นวีลแชร์ จะเป็นแบบเข็นหรือแบบบังคับเอง
อันนี้ก็แล้วแต่ความจำเป็นและทุนทรัพย์
หนักสุดก็อาจทำให้หัวเข่าผิดรูป ขาคดงอ เดินยากจนถึงเดินไม่ได้เลย
เรื่องข้อเข่านี้เป็นปัญหาเกือบทุกคน ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ เมื่อจะลุกเดิน ต้องยืนนิ่งๆ สักแป๊บนึง
เพื่อให้แข้งขา เข่า เข้าที่ อย่าไปเร่ง ให้เค้ายืนให้นิ่ง ตั้งหลักให้ได้ แล้วเค้าจะไปต่อได้เอง
.
2. กล้ามเนื้อ สูงวัยจะมีอาการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ
อย่างแรกก็จะทำอะไรเชื่องช้า เพราะต้องรอจังหวะ ลูกหลานก็ควรเข้าใจ รอแบบใจเย็น
การฉุด พยุง ถ้าไม่ถูกเหลี่ยมถูกมุม ก็อาจเป็นภาระให้ผู้สูงอายุมากกว่าช่วยเหลือ
อาการก็คือ เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก ลุก ยืน ขึ้นบันได ขึ้นที่สูง ได้ยาก แม้จะเป็นทางลาดก็ตาม
เพราะไม่มีกล้ามเนื้อช่วยพยุง
ตอนขึ้นว่ายากแล้ว ตอนลงยิ่งยากกว่า เพราะจะยั้งตัวไม่ได้
ขาแกว่างเปะปะ ไม่มีทิศทาง ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้
ทำให้สะดุด หรือเกี่ยวอะไรหกล้มได้ง่าย
ถึงจะนั่งรถเข็น แต่ถ้าหยุดกะทันหัน
ก็ไหลตกรถได้ เพราะยั้งตัวเองไม่อยู่
บางคนถือของหนักไม่ได้ (น้ำขวดเล็กขวดเดียวก็ไม่ได้) เหนื่อยง่าย ล้มบ่อย
ถ้าประกอบกับข้อเข่าเสื่อมด้วยแล้ว อาจถึงขั้นเดินไม่ได้
ถ้าเป็นเบาหวาน จะมีความเสี่ยงสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น
ถ้าไม่ออกกำลังกาย รับประทานอาหารโซเดียมสูง ก็จะทำให้อาการหนักขึ้น
แม่ของป้าไม่ค่อยออกกำลังกาย
พอมีอาการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ จะออกกำลังกายก็ไม่ไหวแล้ว
ทำให้เดินไม่ดี ต้องเกาะสิ่งต่างๆ ไปตลอดทาง
ถ้าเป็นในบ้านก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นนอกบ้าน
ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการจับสิ่งต่างๆ ได้ง่าย
หมอแนะนำให้ออกกำลังกายง่ายๆ เช่น ดึงยางยืด ใช้เครื่องปั่นจักรยาน อาจใช้หนังยางผูกถุงมาร้อยเป็นเส้นหนาๆ ก็ได้นะ

.
3. กระดูกกระดูกสันหลัง ป้าโชคดีที่แม่ของป้าไม่มีอาการเกี่ยวกับกระดูก แม้อายุจะเข้าวัย 90
แต่ญาติๆ ส่วนใหญ่ เริ่มมีปัญหากระดูกบาง กระดูกพรุน กันแล้ว
อาการพวกนี้ทำให้กระดูกเปราะ แตกหักง่าย เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่
หลายคนหกล้ม แล้วสะโพกหัก สะโพกร้าว
นอกจากอาการเจ็บปวดแล้ว บางคนกระดูกเชื่อมต่อกันได้ยาก
อาจทำให้เดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต
บางคนกระดูกทับเส้นเดินไม่ดี
บางคนถึงขนาดว่าเดินนานๆ รู้สึกว่าปวดจนขาตัวเองหายไปเลยก็มี
ต้องพกเก้าอี้ตัวเล็กๆ เอาไว้นั่งเวลาปวด
ซึ่งเก้าอี้ตัวเล็ก ถ้าเป็นคนไม่คล่องตัว ก็จะมีปัญหาเวลาลุกอีก

.
4. ฟัน ปัญหานี้ก็สืบเนื่องมาจากกระดูกนั่นแหละ
อันนี้ก็จะทำให้หมดสนุกตอนรับประทานอาหาร
เมื่อกระดูกเริ่มบาง ฟันก็เริ่มถดถอย
แม่ของป้าก็โชคดีอีกนั่นแหละ จะ 90 แล้ว ฟันแท้ยังเต็มปาก
ปัญหาของฟันก็มักเริ่มจากเหงือกร่น ฟันผุ ฟันแตก
บางคนกระดูกรองรับฟันสลาย ทำให้ฟันโยก หลุด
บางคนเป็นรำมะนาด (ติดเชื้อของอวัยวะรอบๆ ฟันจนเป็นหนอง)
เพื่อนรุ่นพี่ของป้าบางคนพบช้า ต้องถอนฟันหมดปาก แล้วใส่ฟันปลอม
พอใส่ฟันปลอม ถ้าน้อยซี่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร
ส่วนใหญ่ก็เศษอาหารติดซอกฟันปลอม เอาออกยาก
แต่ถ้าเยอะซี่ ปัญหาก็ตามมาก็คือเคี้ยวไม่ถนัด
ลองเอาอะไรมาครอบฟันแล้วเคี้ยวดูสิ แค่พลาสติกบางๆ ก็แย่แล้ว
.
5. หู คำพูดที่ว่าพอสูงวัย ร่างกายก็หย่อนยานทุกอย่าง
มีอย่างเดียวที่ตึงคือ “หู” ไม่เกินความจริงนะ
อันนี้แม่ของป้าเป็น มีอาการเหมือนหูอื้อเวลาเราขึ้นที่สูง
ได้ยินไม่ชัด ไม่ได้ยินคำแรก ได้ยินคำต่อไป
เช่น ราคาของ 150 บาท ก็ได้ยินเป็น “ห้าสิบบาท”
หรือได้ยินบางคำทำให้ตีความผิด หรือพูดกันคนละเรื่อง
ส่วนใหญ่หมอก็จะให้เครื่องช่วยฟัง
ซึ่งทุกสิทธิการรักษาพยาบาลสามารถใช้ได้
แต่ก็ช่วยได้ไม่มาก ในร้านอาหาร ที่สาธารณะที่มีเสียงรอบตัว ที่โล่ง จะไม่มีประโยชน์นัก
เพราะเสียงจะอื้ออึง จับทิศทางเสียงไม่ได้ ทุกเสียงเข้ามาหมด ทำให้โฟกัสที่เสียงที่ต้องการฟังไม่ได้
ต้องใจเย็นเพราะต้องพูดหลายครั้งกว่าจะสื่อสารได้

.
6. สมอง ผู้สูงวัย มักนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน
ดูโทรทัศน์ บางคนเล่นโทรศัพท์ทั้งวัน
ไม่ค่อยมีกิจกรรมที่ใช้สมอง
บางคนเคยมีโรคประจำตัวที่มีผลกระทบต่อสมอง
เช่น ไมเกรน เบาหวาน
ทำให้มีความเสี่ยงของสมองเสื่อมมากขึ้น
อาการแบบเบาๆ ก็คือ หลงๆ ลืมๆ
มักลืมเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ๆ เรื่องเก่าๆ จำได้ดี
บางครั้งเรื่องที่ต้องทำ หายวูบไปจากความทรงจำเลย
เช่น ลงจากรถไปเข้าห้องน้ำ แล้วจำไม่ได้ว่ารถอยู่ไหน
ไม่ใช่จำไม่ได้ธรรมดาแต่มันหายไปหมดเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
หนักกว่านั้น เห็นรถของตัวเองก็จำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นรถของตัวเอง
อาการนี้ถ้าเกิดใหม่ๆ อาจเห็นไม่ชัด เพราะมันเกิดขึ้นช้าๆ
แค่คิดว่าทำไมพูดแปลกๆ
คนใกล้ตัวต้องคอยสังเกตอาการ ว่ามีสัญญาณเตือนหรือไม่
เช่น พูดแปลกๆ ตัดสินใจแปลกๆ เข้าใจอะไรได้ยากต้องอธิบายใหม่ซ้ำๆ เหมือนเด็กๆ
บางทีเป็นเรื่องที่เข้าใจอยู่แล้ว หรือเป็นเรื่องทั่วๆ ไป แต่ก็ไม่เข้าใจต้องอธิบาย
ถ้ามีอาการพวกนี้พาไปหาหมอจะช่วยชลออาการได้
เมื่อเป็นมากขึ้นจะอารมณ์ฉุนเฉียว ตื่นกลางคืน นอนกลางวัน
ลืมสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ชงกาแฟกินเองไม่เป็น ตักข้าวกินเองไม่ได้
เมื่อเป็นมากๆ เข้า ร่างกายจะลืมไปเรื่อยๆ
ลืมกิจวัตรประจำวัน ลืมการเคลื่อนไหว ลืมกิน ลืมนอน
จนสุดท้ายก็จะลืมหายใจ ป้าพูดจริง...! นี่เป็นอาการของพ่อของป้า

.
อันนี้คืออาการที่มาจากความเสื่อมที่ป้าเจอ
ไม่นับโรคต่างๆ ที่มากับอายุ เบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ ไต ฯลฯ
ไม่นับความดื้อ เพราะเค้าก็ยังมองเราเป็น “เด็ก”
ทั้งที่เราก็เข้าวัยใกล้เกษียณ
ก็นะ อายุเราห่างจากเค้าก็เท่าเดิม....ฮา
.
ติดตามตอนต่อๆ ไปได้จาก Link
สูงวัยไปเที่ยว EP1: ว่าด้วยห้องน้ำ :
https://pantip.com/topic/43938019
สูงวัยไปเที่ยว EP2: ความเสื่อมที่มาตามวัย
สูงวัยไปเที่ยว EP3: อุปกรณ์ ช่วยเดินทาง
สูงวัยไปเที่ยว EP4: หาที่พักให้สูงวัย ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
.
หรือติดตามสาระอื่นๆ ได้จากเพจ หลากหลาย by Artima :
https://www.facebook.com/profile.php?id=100064724916964
สูงวัยไปเที่ยว EP2: ความเสื่อม...ที่มาตามวัย
แต่ละคนมีพื้นฐานร่างกายไม่เหมือนกัน
มีวิธีการใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน
ความเสื่อมย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
เมื่อเสื่อมแล้ว นอกจากจะลำบากตัวเอง แล้วยังอาจส่งผลต่อลูกหลานที่ต้องดูแล
สำหรับลูกหลาน เมื่อดูแลผู้สูงอายุแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย
เพื่อเมื่อเราแก่ตัวไป จะได้แข็งแรงสามารถดูแลตัวเองได้
ตามสโลแกน สูงวัยให้พร้อมต้องเตรียมก่อน 40
เพราะคนเราส่วนใหญ่ “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”
ป้าโชคดีที่มีแม่อายุยืน เลยรู้ว่าตัวเองจะต้องเจออะไรบ้างเมื่อแก่ตัวไป
ก่อนจะเดินทางกับผู้สูงอายุ จะต้องเข้าใจความ "เสื่อม" ของเค้าก่อน
จะได้เดินทางกันแบบสนุกสนานไม่รู้สึกว่าเค้าเป็น "ภาระ"
แล้วเค้า “เสื่อม” อะไรกันบ้าง
มาดูกัน
.
1. ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกผิวข้อที่หุ้มกันกระเทือนสึกหรอ
ทำให้กระดูกกระทบกันโดยไม่มีกระดูกอ่อนมาหุ้ม
อาการ แรกๆ ก็จะมีเสียงกรอบแกรบ ซึ่งเราก็มักจะเห็นเป็นเรื่องขำ
ต่อมาก็เริ่มเจ็บแปล๊บเวลาขยับ หรือลงน้ำหนัก
ปวดเวลาอยู่ท่าเดิมนานๆ บางทีนอนหลับแล้วทับเข่าข้างใดข้างหนึ่งไว้
พอตื่นขึ้นมาก็จะปวดเข่าข้างนั้น อาการนี้ป้าเริ่มเป็นแล้ว
ต่อมาก็จะติดขัด เวลาตื่นนอน หรือนั่งนานๆ
จะลุกทีต้องออกสตาร์ท (ยืนนิ่งๆ เพื่อเตรียมความพร้อม) แป๊บนึง
ถ้าเดินไม่ดี ควรมีไม้เท้า หรือวอร์คเกอร์ช่วย
ถ้าเดินไม่ไหวเลย ก็ควรเป็นวีลแชร์ จะเป็นแบบเข็นหรือแบบบังคับเอง
อันนี้ก็แล้วแต่ความจำเป็นและทุนทรัพย์
หนักสุดก็อาจทำให้หัวเข่าผิดรูป ขาคดงอ เดินยากจนถึงเดินไม่ได้เลย
เรื่องข้อเข่านี้เป็นปัญหาเกือบทุกคน ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ เมื่อจะลุกเดิน ต้องยืนนิ่งๆ สักแป๊บนึง
เพื่อให้แข้งขา เข่า เข้าที่ อย่าไปเร่ง ให้เค้ายืนให้นิ่ง ตั้งหลักให้ได้ แล้วเค้าจะไปต่อได้เอง
.
2. กล้ามเนื้อ สูงวัยจะมีอาการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ
อย่างแรกก็จะทำอะไรเชื่องช้า เพราะต้องรอจังหวะ ลูกหลานก็ควรเข้าใจ รอแบบใจเย็น
การฉุด พยุง ถ้าไม่ถูกเหลี่ยมถูกมุม ก็อาจเป็นภาระให้ผู้สูงอายุมากกว่าช่วยเหลือ
อาการก็คือ เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก ลุก ยืน ขึ้นบันได ขึ้นที่สูง ได้ยาก แม้จะเป็นทางลาดก็ตาม
เพราะไม่มีกล้ามเนื้อช่วยพยุง
ตอนขึ้นว่ายากแล้ว ตอนลงยิ่งยากกว่า เพราะจะยั้งตัวไม่ได้
ขาแกว่างเปะปะ ไม่มีทิศทาง ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้
ทำให้สะดุด หรือเกี่ยวอะไรหกล้มได้ง่าย
ถึงจะนั่งรถเข็น แต่ถ้าหยุดกะทันหัน
ก็ไหลตกรถได้ เพราะยั้งตัวเองไม่อยู่
บางคนถือของหนักไม่ได้ (น้ำขวดเล็กขวดเดียวก็ไม่ได้) เหนื่อยง่าย ล้มบ่อย
ถ้าประกอบกับข้อเข่าเสื่อมด้วยแล้ว อาจถึงขั้นเดินไม่ได้
ถ้าเป็นเบาหวาน จะมีความเสี่ยงสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น
ถ้าไม่ออกกำลังกาย รับประทานอาหารโซเดียมสูง ก็จะทำให้อาการหนักขึ้น
แม่ของป้าไม่ค่อยออกกำลังกาย
พอมีอาการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ จะออกกำลังกายก็ไม่ไหวแล้ว
ทำให้เดินไม่ดี ต้องเกาะสิ่งต่างๆ ไปตลอดทาง
ถ้าเป็นในบ้านก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นนอกบ้าน
ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการจับสิ่งต่างๆ ได้ง่าย
หมอแนะนำให้ออกกำลังกายง่ายๆ เช่น ดึงยางยืด ใช้เครื่องปั่นจักรยาน อาจใช้หนังยางผูกถุงมาร้อยเป็นเส้นหนาๆ ก็ได้นะ
.
3. กระดูกกระดูกสันหลัง ป้าโชคดีที่แม่ของป้าไม่มีอาการเกี่ยวกับกระดูก แม้อายุจะเข้าวัย 90
แต่ญาติๆ ส่วนใหญ่ เริ่มมีปัญหากระดูกบาง กระดูกพรุน กันแล้ว
อาการพวกนี้ทำให้กระดูกเปราะ แตกหักง่าย เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่
หลายคนหกล้ม แล้วสะโพกหัก สะโพกร้าว
นอกจากอาการเจ็บปวดแล้ว บางคนกระดูกเชื่อมต่อกันได้ยาก
อาจทำให้เดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต
บางคนกระดูกทับเส้นเดินไม่ดี
บางคนถึงขนาดว่าเดินนานๆ รู้สึกว่าปวดจนขาตัวเองหายไปเลยก็มี
ต้องพกเก้าอี้ตัวเล็กๆ เอาไว้นั่งเวลาปวด
ซึ่งเก้าอี้ตัวเล็ก ถ้าเป็นคนไม่คล่องตัว ก็จะมีปัญหาเวลาลุกอีก
.
4. ฟัน ปัญหานี้ก็สืบเนื่องมาจากกระดูกนั่นแหละ
อันนี้ก็จะทำให้หมดสนุกตอนรับประทานอาหาร
เมื่อกระดูกเริ่มบาง ฟันก็เริ่มถดถอย
แม่ของป้าก็โชคดีอีกนั่นแหละ จะ 90 แล้ว ฟันแท้ยังเต็มปาก
ปัญหาของฟันก็มักเริ่มจากเหงือกร่น ฟันผุ ฟันแตก
บางคนกระดูกรองรับฟันสลาย ทำให้ฟันโยก หลุด
บางคนเป็นรำมะนาด (ติดเชื้อของอวัยวะรอบๆ ฟันจนเป็นหนอง)
เพื่อนรุ่นพี่ของป้าบางคนพบช้า ต้องถอนฟันหมดปาก แล้วใส่ฟันปลอม
พอใส่ฟันปลอม ถ้าน้อยซี่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร
ส่วนใหญ่ก็เศษอาหารติดซอกฟันปลอม เอาออกยาก
แต่ถ้าเยอะซี่ ปัญหาก็ตามมาก็คือเคี้ยวไม่ถนัด
ลองเอาอะไรมาครอบฟันแล้วเคี้ยวดูสิ แค่พลาสติกบางๆ ก็แย่แล้ว
.
5. หู คำพูดที่ว่าพอสูงวัย ร่างกายก็หย่อนยานทุกอย่าง
มีอย่างเดียวที่ตึงคือ “หู” ไม่เกินความจริงนะ
อันนี้แม่ของป้าเป็น มีอาการเหมือนหูอื้อเวลาเราขึ้นที่สูง
ได้ยินไม่ชัด ไม่ได้ยินคำแรก ได้ยินคำต่อไป
เช่น ราคาของ 150 บาท ก็ได้ยินเป็น “ห้าสิบบาท”
หรือได้ยินบางคำทำให้ตีความผิด หรือพูดกันคนละเรื่อง
ส่วนใหญ่หมอก็จะให้เครื่องช่วยฟัง
ซึ่งทุกสิทธิการรักษาพยาบาลสามารถใช้ได้
แต่ก็ช่วยได้ไม่มาก ในร้านอาหาร ที่สาธารณะที่มีเสียงรอบตัว ที่โล่ง จะไม่มีประโยชน์นัก
เพราะเสียงจะอื้ออึง จับทิศทางเสียงไม่ได้ ทุกเสียงเข้ามาหมด ทำให้โฟกัสที่เสียงที่ต้องการฟังไม่ได้
ต้องใจเย็นเพราะต้องพูดหลายครั้งกว่าจะสื่อสารได้
.
6. สมอง ผู้สูงวัย มักนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน
ดูโทรทัศน์ บางคนเล่นโทรศัพท์ทั้งวัน
ไม่ค่อยมีกิจกรรมที่ใช้สมอง
บางคนเคยมีโรคประจำตัวที่มีผลกระทบต่อสมอง
เช่น ไมเกรน เบาหวาน
ทำให้มีความเสี่ยงของสมองเสื่อมมากขึ้น
อาการแบบเบาๆ ก็คือ หลงๆ ลืมๆ
มักลืมเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ๆ เรื่องเก่าๆ จำได้ดี
บางครั้งเรื่องที่ต้องทำ หายวูบไปจากความทรงจำเลย
เช่น ลงจากรถไปเข้าห้องน้ำ แล้วจำไม่ได้ว่ารถอยู่ไหน
ไม่ใช่จำไม่ได้ธรรมดาแต่มันหายไปหมดเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
หนักกว่านั้น เห็นรถของตัวเองก็จำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นรถของตัวเอง
อาการนี้ถ้าเกิดใหม่ๆ อาจเห็นไม่ชัด เพราะมันเกิดขึ้นช้าๆ
แค่คิดว่าทำไมพูดแปลกๆ
คนใกล้ตัวต้องคอยสังเกตอาการ ว่ามีสัญญาณเตือนหรือไม่
เช่น พูดแปลกๆ ตัดสินใจแปลกๆ เข้าใจอะไรได้ยากต้องอธิบายใหม่ซ้ำๆ เหมือนเด็กๆ
บางทีเป็นเรื่องที่เข้าใจอยู่แล้ว หรือเป็นเรื่องทั่วๆ ไป แต่ก็ไม่เข้าใจต้องอธิบาย
ถ้ามีอาการพวกนี้พาไปหาหมอจะช่วยชลออาการได้
เมื่อเป็นมากขึ้นจะอารมณ์ฉุนเฉียว ตื่นกลางคืน นอนกลางวัน
ลืมสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ชงกาแฟกินเองไม่เป็น ตักข้าวกินเองไม่ได้
เมื่อเป็นมากๆ เข้า ร่างกายจะลืมไปเรื่อยๆ
ลืมกิจวัตรประจำวัน ลืมการเคลื่อนไหว ลืมกิน ลืมนอน
จนสุดท้ายก็จะลืมหายใจ ป้าพูดจริง...! นี่เป็นอาการของพ่อของป้า
.
อันนี้คืออาการที่มาจากความเสื่อมที่ป้าเจอ
ไม่นับโรคต่างๆ ที่มากับอายุ เบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจ ไต ฯลฯ
ไม่นับความดื้อ เพราะเค้าก็ยังมองเราเป็น “เด็ก”
ทั้งที่เราก็เข้าวัยใกล้เกษียณ
ก็นะ อายุเราห่างจากเค้าก็เท่าเดิม....ฮา
.
ติดตามตอนต่อๆ ไปได้จาก Link
สูงวัยไปเที่ยว EP1: ว่าด้วยห้องน้ำ : https://pantip.com/topic/43938019
สูงวัยไปเที่ยว EP2: ความเสื่อมที่มาตามวัย
สูงวัยไปเที่ยว EP3: อุปกรณ์ ช่วยเดินทาง
สูงวัยไปเที่ยว EP4: หาที่พักให้สูงวัย ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
.
หรือติดตามสาระอื่นๆ ได้จากเพจ หลากหลาย by Artima : https://www.facebook.com/profile.php?id=100064724916964