4 ค่าเลือด คนเป็นความดันควรเช็ค ถ้าไม่อยากไตเสื่อมเร็ว

หลายคนคิดว่าเป็นความดัน แค่คุมตัวเลขบนเครื่องวัดก็พอ แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้ไตพังเงียบ ๆ ไม่ใช่แค่ “ตัวเลขความดัน” อย่างเดียวครับ แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงในเลือดที่เกิดขึ้นตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว ไตคืออวัยวะที่ต้องกรองเลือดทั้งวัน ถ้าเลือดข้น อักเสบ หรือน้ำตาล-ไขมันแปรปรวน ไตจะเป็นด่านแรกที่รับภาระหนักที่สุด หลายคนรู้ตัวอีกทีคือค่าไตตกไปแล้วเกินครึ่ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีอาการเตือนเลย วันนี้ผมเลยอยากชวนคนเป็นความดันมาเช็ก 4 ค่าเลือดสำคัญ ที่บอกได้ชัดว่า “ไตกำลังไหว หรือกำลังพัง” ครับ

1. ครีเอตินิน (Creatinine) – ตัวชี้วัดกำลังการกรองของไต
ค่านี้เป็นเหมือนมาตรวัดว่าไตยังกรองของเสียออกจากเลือดได้ดีแค่ไหน ถ้าครีเอตินินเริ่มสูงขึ้น แปลว่าไตกำลังทำงานหนักหรือเสื่อมลงแล้ว คนเป็นความดันมักมีเส้นเลือดฝอยที่ไตถูกแรงดันทำลายทีละนิด ค่านี้จึงอาจค่อย ๆ ขยับขึ้นแบบไม่รู้ตัว แนะนำให้ดูแนวโน้ม ไม่ใช่ดูแค่ครั้งเดียว เพราะการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่อง สำคัญกว่าค่าที่เกินเกณฑ์แบบฉับพลันครับ

ค่าไตดี
ชาย ควรอยู่ที่ประมาณ 0.7–1.2 mg/dL
หญิง ควรอยู่ที่ประมาณ 0.6–1.1 mg/dL
เริ่มเสี่ยง
ถ้าค่ามากกว่า 1.2–1.3 mg/dL ถือว่าเริ่มเสี่ยงครับ โดยเฉพาะ “ค่อย ๆ สูงขึ้นทุกปี”
อันตราย
ตั้งแต่ 2.0 mg/dL ขึ้นไป → ไตเสื่อมชัด ต้องติดตามใกล้ชิด
และถ้ามากกว่า 5.0 mg/dL → เสี่ยงเข้าสู่ระยะเตรียมฟอกไต
คนเป็นความดัน ถ้าครีเอตินินขึ้นแม้ยังไม่เกินเกณฑ์ ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนแล้วครับ
.
2. eGFR – คะแนนพลังไตที่ห้ามมองข้าม
eGFR คือค่าที่บอกว่าไตเหลือประสิทธิภาพการทำงานกี่เปอร์เซ็นต์ หลายคนครีเอตินินยังไม่สูงมาก แต่ eGFR เริ่มลดลงแล้ว โดยเฉพาะในคนเป็นความดันเรื้อรัง ไม่ใช่แค่เสื่อมตามวัยนะครับ การรู้ค่าตัวนี้เร็ว จะช่วยให้ชะลอไตพังได้ก่อนต้องฟอกไตครับ
ปกติ / ดี
ถ้าค่ามากกว่า 90 ml/min
เริ่มเสื่อมระยะต้น
ถ้าค่าอยู่ที่ 60–89 → ยังไม่เรียกไตวาย แต่ “ไม่ปกติแล้ว” สำหรับคนเป็นความดัน
อันตราย
ถ้าค่าต่ำกว่า 60 ต่อเนื่อง 3 เดือน → ไตเสื่อมจริงครับ
ถ้าค่าต่ำกว่า 30 → ไตเสื่อมรุนแรง
และถ้าค่าต่ำกว่า 15 → ใกล้ระยะฟอกไตแล้ว
หลายคน eGFR ลด แต่ไม่รู้ตัว เพราะยังไม่ปวด ไม่บวมครับ
.
3. น้ำตาลสะสม (HbA1c) – ตัวเร่งไตพังที่มาคู่ความดัน
แม้จะไม่ได้เป็นเบาหวานชัดเจน แต่ถ้าน้ำตาลแกว่งหรือ HbA1c เริ่มสูง ไตจะโดนทำร้ายเร็วขึ้นมาก เพราะน้ำตาลสูงทำให้เลือดเหนียว เส้นเลือดฝอยที่ไตอักเสบและรั่วง่าย ความดัน + น้ำตาล คือคู่ผสมที่เร่งไตเสื่อมแบบเงียบที่สุด หลายคนโฟกัสแต่ความดัน จนลืมดูค่าน้ำตาล ทำให้ไตพังเร็วเกินคาดครับ ความดัน + น้ำตาลสูง = สูตรเร่งไตพังที่เจอจริงทุกวันครับ

4. ไขมันเลว (LDL) – ศัตรูเงียบของหลอดเลือดไต
LDL สูงไม่ได้ทำร้ายแค่หัวใจหรือสมอง แต่ยังไปอุดหลอดเลือดเล็ก ๆ ในไต ทำให้เลือดไปเลี้ยงหน่วยไตไม่พอ เมื่อรวมกับแรงดันเลือดสูง ไตจะขาดออกซิเจนเรื้อรังและเสื่อมเร็วขึ้นมาก คนที่ความดันคุมได้ แต่ LDL ยังสูง ไตก็ยังพังได้โดยไม่รู้ตัวครับ
ดีสำหรับคนเป็นความดัน
น้อยกว่า 100 mg/dL (แต่ถ้ามีไตเสื่อม/เบาหวานอยู่แล้ว ควรน้อยกว่า 70)
เริ่มเสี่ยง
100–159 mg/dL → ไตเริ่มโดนบีบเลือดไปเลี้ยงได้น้อยลง
อันตราย
ตั้งแต่ 160 mg/dL ขึ้นไป → เสี่ยงหลอดเลือดไตตีบ ไตเสื่อมเร็ว

ถ้าเป็นความดันแล้วอยากถนอมไต อย่าดูแค่ตัวเลขบนเครื่องวัดที่บ้านอย่างเดียวครับ ให้ดูเลือดด้วย เพราะไตพังจาก “แรงดัน + เลือดผิดสมดุล” ไปพร้อมกันเสมอ การเช็กครีเอตินิน, eGFR, HbA1c และ LDL อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้รู้ทันก่อนต้องเข้าสู่เส้นทางไตเสื่อม ฟอกไต หรือภาวะแทรกซ้อนหนัก ๆ ดูแลตั้งแต่วันนี้ ไตจะอยู่กับเราได้นานขึ้นจริงครับ

Cr. FB หมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่