เราประหยัดเงินเพราะ "ส่วนลด" หรือเรากำลัง "เสียเงิน" ให้กับของที่ไม่จำเป็นในวัน Flash Sale กันแน่?

เมื่อก่อนผมเคยภูมิใจมากที่เก็บโค้ดส่วนลดได้เยอะ ซื้อของได้ถูกกว่าคนอื่น แต่พอมาเช็กเงินเก็บตอนสิ้นปี... ทำไมมันไม่เพิ่มขึ้นเลยล่ะ? วันนี้เลยอยากมาชวนคุยเรื่อง "จิตวิทยาการดูดเงิน" ในวันเซลที่ทำให้เราถังแตกแบบเนียนๆ ครับ

กับดัก "ของถูก" ที่เราไม่ได้อยากได้ตั้งแต่แรก
ลองเช็กของที่ซื้อมาตอน 11.11 หรือ 12.12 ปีที่แล้วดูครับ มีกี่ชิ้นที่ยังไม่ได้แกะกล่อง? หรือใช้ไปแค่ครั้งเดียว?
ความจริงคือ: การซื้อของราคา 1,000 ในราคา 500 ไม่ได้แปลว่าเรา "กำไร 500" นะครับ แต่มันคือการที่เรา "เสียเงิน 500" โดยที่เราอาจจะไม่ได้จำเป็นต้องใช้มันเลยด้วยซ้ำ

"ความรีบ" ทำให้เราขาดสติ
นาฬิกานับถอยหลัง Flash Sale หรือประโยคที่ว่า "เหลือแค่ 2 ชิ้นสุดท้าย" มันถูกออกแบบมาเพื่อปิดการทำงานของสมองส่วนเหตุผลครับ เราจะกดสั่งทันทีเพราะกลัว "พลาด"

ส่งฟรี... แต่ต้องซื้อเพิ่ม
ใครเคยเป็นบ้าง? จะซื้อของ 150 บาท แต่ยอดส่งฟรีคือ 200 บาท เราเลยยอมจ่ายเพิ่มอีก 100 เพื่อซื้ออะไรก็ได้มาเติมให้ครบ จะได้ไม่ต้องเสียค่าส่ง 30 บาท (สรุปคือเสียเงินเพิ่ม 70 บาท เพื่อประหยัด 30 บาทเฉยเลย!)

วิธีดึงสติฉบับคนอยากมีเงินเหลือ:
ใส่ตะกร้าทิ้งไว้ก่อน 24 ชม.: ถ้าผ่านไปวันหนึ่งแล้วยังอยากได้อยู่ ค่อยกดจ่ายเงินครับ ส่วนใหญ่ตื่นเช้ามาเราจะงงว่า "ตูจะเอาอันนี้ไปทำไมนะ?"
จด List ของที่ "ต้องใช้" จริงๆ: ถ้าไม่ได้อยู่ในลิสต์ ต่อให้ลด 90% ก็คือ "แพง" เพราะมันคือรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
ถอนการผูกบัญชี/บัตรเครดิต: ให้การจ่ายเงินมัน "ยาก" ขึ้นอีกนิดครับ พอต้องลุกไปหยิบบัตรหรือกรอกเลขบ่อยๆ เราจะมีเวลาคิดนานขึ้น

"ส่วนลดที่ดีที่สุด คือการไม่ซื้อของที่เราไม่ได้ใช้ครับ"
มีใครเคยเอฟของมาเพราะความชั่ววูบ แล้วมานั่งเสียดายทีหลังบ้างไหม? มาแชร์ "ของที่ซื้อมาแล้วเสียดายที่สุด" กันหน่อยครับ เผื่อเพื่อนๆ คนอื่นจะได้ไม่พลาดตาม!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่