หลายคนมักจะโดนขอร้องด้วยประโยคที่ว่า "พี่ติดเครดิตบูโร ช่วยใช้ชื่อเราหน่อย เดี๋ยวพี่ผ่อนเอง" หรือ "ช่วยเซ็นค้ำให้หน่อยนะ ถ้าไม่มีคนค้ำพี่ตกงานแน่ๆ" ด้วยความขี้เกรงใจและคำว่า "คนกันเอง" ทำให้เราเซ็นไปแบบไม่คิด... แต่ผลที่ตามมามันไม่เคยง่ายอย่างที่คิดครับ
"สัญญาปากเปล่า" ไม่มีผลทางกฎหมาย
ตอนจะเอามือเราไปเซ็น เขาจะสัญญาอย่างดีครับว่าไม่มีปัญหาแน่นอน แต่จำไว้เลยครับว่า ในทางกฎหมาย ชื่อใครคนนั้นคือหนี้ ถ้าเขาไม่ผ่อน ธนาคารไม่ได้ไปตามเขาครับ เขามาตามที่ "เรา" และเราต้องรับผิดชอบเต็มๆ
เสียทั้งเงิน เสียทั้งความสัมพันธ์
จากประสบการณ์ 100 ทั้ง 100 เมื่อคนที่เราช่วยเริ่มผิดนัดชำระ เขาจะเริ่ม "ไม่รับสาย" "ไม่ตอบแชท" และสุดท้ายก็ "หายหน้า" ทิ้งภาระกองโตไว้ให้เราดูต่างหน้า ความสัมพันธ์ที่สะสมมาหลายปีจบลงทันที แถมเรายังต้องมานั่งใช้หนี้แทนเขาอีกเป็นปีๆ
ตัดโอกาสตัวเองในอนาคต
วันที่เราอยากจะกู้ซื้อบ้าน หรือซื้อรถของตัวเองจริงๆ เราอาจจะกู้ไม่ผ่าน! เพราะประวัติการเงินเราติดภาระหนี้ที่เราไม่ได้เป็นคนใช้ หรือร้ายที่สุดคือประวัติเสียไปแล้วเพราะคนอื่นไม่ยอมผ่อน
การปฏิเสธ
ใช้เหตุผลเรื่อง "ภาระตัวเอง": บอกไปเลยครับว่า "กำลังจะกู้ซื้อบ้าน/ซื้อรถเหมือนกัน ธนาคารเช็กละเอียดมาก ช่วงนี้เซ็นอะไรให้ใครไม่ได้เลยจริงๆ"
เสนอทางช่วยอื่นแทน: "เรื่องเงิน/เรื่องชื่อเราช่วยไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าช่วยหาข้อมูลเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ หรือช่วยดูเรื่องอาชีพเสริมเราพอช่วยแนะนำได้นะ"
ยึดคติ "เสียใจตอนนี้ ดีกว่าเสียเงินและเสียใจภายหลัง": การปฏิเสธอาจทำให้เขาโกรธชั่วคราว แต่การยอมเซ็นอาจทำให้เราทุกข์ไปอีก 10 ปีครับ
"เพื่อนที่ดี จะไม่ขอให้เราเอาอนาคตทางการเงินไปเสี่ยงเพื่อความสบายของเขาครับ"
ใครเคยมีประสบการณ์โดนยืมชื่อ หรือโดนขอให้เซ็นค้ำประกันบ้าง? ปฏิเสธยังไง หรือใครที่กำลังติดบ่วงนี้อยู่ มาคุยกันได้นะครับ!
อย่าให้คำว่า "คนกันเอง" มาทำให้ชีวิตเราพัง... บทเรียนราคาแพงจากการ "ยืมชื่อ" ออกรถ/กู้เงินแทนคนอื่น
"สัญญาปากเปล่า" ไม่มีผลทางกฎหมาย
ตอนจะเอามือเราไปเซ็น เขาจะสัญญาอย่างดีครับว่าไม่มีปัญหาแน่นอน แต่จำไว้เลยครับว่า ในทางกฎหมาย ชื่อใครคนนั้นคือหนี้ ถ้าเขาไม่ผ่อน ธนาคารไม่ได้ไปตามเขาครับ เขามาตามที่ "เรา" และเราต้องรับผิดชอบเต็มๆ
เสียทั้งเงิน เสียทั้งความสัมพันธ์
จากประสบการณ์ 100 ทั้ง 100 เมื่อคนที่เราช่วยเริ่มผิดนัดชำระ เขาจะเริ่ม "ไม่รับสาย" "ไม่ตอบแชท" และสุดท้ายก็ "หายหน้า" ทิ้งภาระกองโตไว้ให้เราดูต่างหน้า ความสัมพันธ์ที่สะสมมาหลายปีจบลงทันที แถมเรายังต้องมานั่งใช้หนี้แทนเขาอีกเป็นปีๆ
ตัดโอกาสตัวเองในอนาคต
วันที่เราอยากจะกู้ซื้อบ้าน หรือซื้อรถของตัวเองจริงๆ เราอาจจะกู้ไม่ผ่าน! เพราะประวัติการเงินเราติดภาระหนี้ที่เราไม่ได้เป็นคนใช้ หรือร้ายที่สุดคือประวัติเสียไปแล้วเพราะคนอื่นไม่ยอมผ่อน
การปฏิเสธ
ใช้เหตุผลเรื่อง "ภาระตัวเอง": บอกไปเลยครับว่า "กำลังจะกู้ซื้อบ้าน/ซื้อรถเหมือนกัน ธนาคารเช็กละเอียดมาก ช่วงนี้เซ็นอะไรให้ใครไม่ได้เลยจริงๆ"
เสนอทางช่วยอื่นแทน: "เรื่องเงิน/เรื่องชื่อเราช่วยไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าช่วยหาข้อมูลเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ หรือช่วยดูเรื่องอาชีพเสริมเราพอช่วยแนะนำได้นะ"
ยึดคติ "เสียใจตอนนี้ ดีกว่าเสียเงินและเสียใจภายหลัง": การปฏิเสธอาจทำให้เขาโกรธชั่วคราว แต่การยอมเซ็นอาจทำให้เราทุกข์ไปอีก 10 ปีครับ
"เพื่อนที่ดี จะไม่ขอให้เราเอาอนาคตทางการเงินไปเสี่ยงเพื่อความสบายของเขาครับ"
ใครเคยมีประสบการณ์โดนยืมชื่อ หรือโดนขอให้เซ็นค้ำประกันบ้าง? ปฏิเสธยังไง หรือใครที่กำลังติดบ่วงนี้อยู่ มาคุยกันได้นะครับ!