กลการตลาดที่คนอยากรวยต้องรู้! วิธีเลิกตกเป็นเหยื่อ 11.12 และโปรฯ นาทีทองที่ทำให้เก็บเงินไม่ได้สักที

เคยเป็นไหม? จะสั่งของราคา 90 บาท แต่ยอมกดของเพิ่มให้ครบ 150 บาทเพียงเพราะอยากได้ "ส่งฟรี" หรือยอมซื้อสกินแคร์เซ็ตใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ เพียงเพราะเขาแถมกระเป๋าใบเล็กๆ มาให้ใบหนึ่ง

พฤติกรรมเหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่า "การจ่ายเงินเพื่อความประหยัดที่ไม่มีจริง" รอยรั่วเล็กๆ ที่เราคิดว่าคุ้มค่า แต่มันกำลังกัดกินเงินออมเราอย่างช้าๆ




กับดัก "ขั้นต่ำ"
การตลาดมักจะตั้งเงื่อนไขให้เรา "จ่ายเพิ่มอีกนิด" เพื่อรับสิทธิพิเศษบางอย่าง

ความจริง: เงินที่คุณจ่ายเพิ่มเพื่อเอาส่วนลด 20 บาท หรือส่งฟรี 30 บาท มักจะเป็นยอดเงินที่สูงกว่าส่วนลดที่คุณได้รับเสมอ ถ้าคุณไม่ได้ต้องการของชิ้นที่สองจริงๆ การจ่ายค่าส่งไปตรงๆ ยังประหยัดกว่าการซื้อของมาสุมไว้ที่บ้าน




ของแถมที่กลายเป็น "ภาระ"
เรามักจะตื่นเต้นกับคำว่า "Buy 1 Get 1" หรือ "แถมฟรีเมื่อซื้อครบ..."

ของแถมเหล่านั้นมักจะเป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากได้ตั้งแต่แรก แต่มันสร้างภาพลวงตาว่าเรา "ได้กำไร" สุดท้ายของแถมเหล่านั้นก็กลายเป็นขยะรกบ้าน หรือของที่หมดอายุไปโดยไม่ได้ใช้ เงินที่คุณจ่ายไปคือการซื้อขยะเข้าบ้านด้วยราคาที่แพงกว่าปกติ




โปรโมชั่น "นาทีทอง" ที่ทำให้ขาดสติ
การนับถอยหลังหรือคำว่า "เหลือ 2 ชิ้นสุดท้าย" กระตุ้นให้สมองส่วนอารมณ์ทำงานจนลืมเหตุผล




ความมั่งคั่งไม่ได้เกิดจากส่วนลดที่คุณได้รับ แต่เกิดจากเงินที่คุณ "ไม่ได้จ่าย" ออกไปต่างหากครับ ชัยชนะที่แท้จริงในแอปช้อปปิ้งไม่ใช่การหาโค้ดที่ลดเยอะที่สุด แต่คือการมีสติกด "ปิดแอป" ในวันที่เราไม่ได้จำเป็นต้องซื้ออะไรเลย



ก่อนกดจ่ายเงิน ให้ถามตัวเองว่า "ถ้าของชิ้นนี้ราคาเต็มและไม่มีของแถม เรายังจะซื้อมันอยู่ไหม?" ถ้าคำตอบคือไม่ ให้กดยกเลิกทันที

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่