การฆ่าเพื่อรักษาเกียรติยศจากมุมมองของศาสนาอิสลาม

เมื่อสองวันนี้มีพระสงฆ์รูปหนึงคือ สมาชิกหมายเลข 3402001 ได้นำเรื่อง ศาลเนเธอร์แลนด์ตัดสินคดี honor killing เด็กสาววัย 18 จากครอบครัวผู้ลี้ภัย.  ซึ่งไม่มีเนื้อหาอะไรที่เกี่ยวของกับกระทู้ที่ผมตั้ง  https://pantip.com/topic/43937399 เนื่องจากพระรูปนี้เมื่อตอนเป็นฆราวาส เคยล้อเลียนและเสียดสีผู้ที่นับถือพระเจ้าและศาสนาที่มีคำสอนให้ศรัทธาต่อพระเจ้า เป็นประจำและเมื่อผมถามถึงเหตุผลที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าวเพื่ออะไร?​ พระคนนี้ตอบผมในทำนองว่า "เพราะผมถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับครอบครัวฆาตกรที่กระทำ Honor Killing  เมื่อเขามีเหตุผลเช่นนี้ ผมจึงแน่ใจว่า พระรูปนี้ต้องการที่จะป่วนกระทู้และเสียดสี ล้อเลียนศาสนาอิสลาม เพราะเคยกระทำมาบ่อยๆเมื่อสมัยที่เป็นฆราวาส พระรูปนี้(สมาชิกหมายเลข 3402001) ประพฤติตัวอย่างขาดวินัยเช่นนี้ทำให้ผู้อื่นดูหมิ่นศาสนาของตนได้ ถ้าบวชไปนานๆอาจจะทำให้สถาบันสงฆ์ของไทยเราเสียชื่ออย่างเช่นอรัชชีบางท่าน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากกรณีพระมหาดาว TikTok ล่องเรือ ดำน้ำดูปะการัง เข้าลอดถ้ำมรกต ทำชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่กิจของสงฆ์ และประพฤติตัวไม่เหมาะสม รวมไปจนถึงพระนักเทศน์ขวัญใจวัยโจ๋ กับเรื่องฉาวในโลกออนไลน์ ทั้งปมคลิปเสียงสนทนาเชิงชู้สาว ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลดังที่ผ่านมาเป็นที่ถูกจับตามอง หลังในโลกเชียลมีเดียมีการแชร์คลิปเสียงพร้อมกับข้อความในไลน์ระหว่างหญิงสาวรายหนึ่งกับพระภิกษุแอบมีเพศสัมพันธ์กันในรถยนต์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกรณีในลักษณะนี้ ยังมีอีกหลายกรณีเกิดขึ้นในโลกโซเชียล (จาก "พระสงฆ์ยุค 5G” กับการใช้สื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม" https://www.sanook.com/hitech/1556401/ 

.........................

เรื่อง Honor Killing ไม่ใช่คำสอนของศาสนาอิสลาม แต่เป็นประเพณีของอินเดียสมัยเมื่อมีการแบ่งชั้นวรรณะและภายหลังครอบครัวมุสลิมบางครอบครัวที่ขาดความรู้ทางศาสนาอย่างถูกต้องนำมาใช้ในครอบครัวซึ่งไม่ได้เป็นคำสอนของศาสนาอิสลาม

Honor killings ศักดิ์ศรีและความเชื่อที่ต้องแลกด้วยชีวิต

Honor killings  คือการฆ่าเพื่อรักษาเกียรติยศ เป็นการฆ่าคนในครอบครัวที่นำความเสื่อมเสียเข้ามาให้แก่วงศ์ตระกูล หรือทำให้นามสกุลเสื่อมเสียชื่อเสียง เช่นการแต่งงานกับคนต่างศาสนา ต่างวรรณะ การพยายามหย่าร้าง หรือแม้กระทั่งการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงาน เหตุผลในการฆ่านั้นมีหลากหลายมาก แต่หลักๆ ก็คือการที่ทำให้คนในครอบครัวผิดหวังร้ายแรงหรือต้องอับอาย ซึ่งไม่ใช่แค่พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่เท่านั้นที่สั่งฆ่าลูกหลานตัวเองเพื่อรักษาเกียรติ แต่ตามชนบทคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนก็มีการตั้งศาลเตี้ยสั่งฆ่าคนในหมู่บ้านที่สร้างความอับอาย นำชื่อเสียงเสียหายมาสู่ชุมชนเกิดขึ้นเหมือนกัน 

การแบ่งแยกทางสังคมเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการฆ่าเพื่อรักษาเกียรติยศในอินเดีย กลุ่มอนุรักษนิยมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาหรือความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นเป็นเรื่องน่าอับอาย ดังนั้นพวกเขาจึงใช้ความรุนแรงเพื่อให้แน่ใจว่าสมาชิกในกลุ่มจะไม่ปฏิบัติตัวออกนอกกรอบกำหนดของความเชื่อยกตัวอย่างคดีในปี 2018 ชายหนุ่มวัย 25 ปีจากวรรณะจัณฑาลตกหลุมรักกับหญิงสาวจากวรรณะที่สูงกว่า ทั้งคู่แต่งงานกันและอยู่กินกันได้ไม่กี่เดือนก็ถูกพ่อของฝ่ายหญิงฆ่า ศพของทั้งคู่ถูกทิ้งลงแม่น้ำในเขตกฤษณคีรีของรัฐทมิฬนาฑู

ในปีเดียวกัน Krishnagiri Harish เจ้าของรถแท็กซี่วัย 27 ปีจากเมืองเบงกาลูรู ถูกฆ่าตายเนื่องจากแต่งงานกับหญิงที่มีวรรณะสูงกว่า ศพของ Harish ถูกพบในแม่น้ำ Cauvery โดยคนที่ลงมือฆ่าก็คือพี่ชายของฝ่ายหญิง หลังจากพบศพไม่กี่วันฝ่ายภรรยาก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายตามสามี
ช่วงเดือนตุลาคมในปีเดียวกันหญิงสาววัย 16 ปีเสียชีวิตอย่างลึกลับ ตำรวจจับกุมสมาชิกในครอบครัวของเธอ 6 คน คดีนี้ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคดีฆ่าเพื่อเกียรติยศ เนื่องจากหญิงสาวแอบมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มวัย 19 ปีในหมู่บ้านเดียวกัน และพ่อแม่ของเด็กสาวเคยได้ยื่นฟ้องชายหนุ่มก่อนหน้านี้แล้วในคดีข่มขืน

นอกจากนี้ยังมีคดีที่พ่อฆ่าแขวนคอลูกสาววัย 20 ปีเนื่องจากลูกสาวไปมีความรักกับหนุ่มชนชั้นจัณฑาล หลังจากทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้งในประเด็นนี้ สุดท้ายพ่อก็ทำการแขวนคอลูกสาวและจัดการทำพิธีศพแบบเงียบๆ ภายในเวลาไม่นาน รัฐบาลอินเดียไม่ได้มีการบันทึกการฆ่าเพื่อเกียรติยศจนถึงปี 2014 เนื่องจากขาดกฎหมายว่าด้วยความรุนแรงเพื่อเกียรติยศโดยเฉพาะ การสังหารมักถูกรายงานว่าเป็นการฆาตกรรมหรือการฆ่าตัวตายปกติ จึงทำให้ไม่สามารถรู้สถิติที่แน่นอนได้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ได้เกิดขึ้นมามากมายขนาดไหนในอดีต

ในปี 2019 รัฐราชสถานเป็นรัฐแรกที่ออกกฎหมายว่าด้วยความรุนแรงเพื่อเกียรติยศ โดยมีการกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตสำหรับความรุนแรงด้านเกียรติยศ และอาจมาพร้อมกับค่าปรับสูงสุด 500,000 รูปี

รัฐบาลอินเดียได้พยายามแก้ปัญหานี้โดยการจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Love Commandos โดยมีศูนย์พักพิงมากกว่า 500 แห่งทั่วอินเดียที่ให้ความคุ้มครองคู่รักที่มีความเสี่ยงจากความรุนแรง อีกทั้งยังช่วยออกใบอนุญาตแต่งงานให้กับหนุ่มสาว ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อคู่รักมากๆ เนื่องจากหากไม่มีใบอนุญาตการแต่งงานนี้ ทางพ่อแม่ของฝ่ายหญิงสามารถแจ้งความในข้อหาลักพาตัวแก่ฝ่ายชาย และทำให้ฝ่ายหญิงต้องถูกส่งตัวกลับมาอยู่กับพ่อแม่ในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่น Kadhal Aran เป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถโหลดได้ฟรีทางมือถือสมาร์ทโฟนที่ช่วยคู่รักที่เสี่ยงต่อการถูกสังหาร หลังจากที่ผู้ใช้อธิบายปัญหาของตนผ่านแอพ อาสาสมัครของ Kadhal Aran จะให้การสนับสนุนคู่รักในหลายๆด้าน เพื่อเชื่อมโยงคู่รักกับหน่วยงานที่เหมาะสมสำหรับปัญหาของพวกเขา ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย การให้คำปรึกษา หรือความช่วยเหลือในการหาบ้าน ช่วยเหลือทางการเงิน สนับสนุนและให้การปรึกษาทางด้านสุขภาพจิตและอารมณ์ รวมถึงช่วยเหลือคู่รักในการคืนดีกับพ่อแม่ด้วย จากสถิติในปี 2564 องค์กรได้ช่วยเหลือคู่รักไปแล้วมากกว่า 1,300 คู่
แม้ว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือได้เพียงเล็กน้อยเพื่อต่อสู้กับการสังหารเพื่อเกียรติยศในอินเดีย แต่ก็ยังมีความตระหนักในประเด็นนี้เพิ่มมากขึ้นจากองค์กรและกลุ่มต่างๆ โดยมีความหวังว่าแนวทางปฏิบัติที่ล้าสมัยจะถูกกำจัดให้หมดไปในที่สุด

สังคมออนไลน์เปรียบเหมือน “ดาบสองคม” ที่มีความหมายว่า การกระทำที่อาจเกิดผลดีและผลร้ายได้พอ ๆ กัน หากผู้ใช้สื่อในโลกออนไลน์หรือชาวโซเชียลนั้นได้เล่นสื่อต่าง ๆ แบบไม่ระมัดระวังการกระทำ คำพูด พาดพิง หรืออาจทำให้ต้นเองและผู้อื่นเสียหาย ล่าสุดเกิดกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ ถือเป็นกรณีตัวอย่างอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับชาวโซเชียลทั้งหลาย

...................................................................................


การฆ่าเพื่อรักษาเกียรติยศจากมุมมองของศาสนาอิสลาม

เป็นที่ทราบกันดีว่าศาสนาอิสลามให้ความสำคัญกับการปกป้องชีวิตและไม่อนุญาตให้มีการละเมิดใดๆ ต่อชีวิต ในอัลกุรอาน อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงสุดตรัสว่า;

“ผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนา บทลงโทษของเขาคือไฟนรกตลอดไป อัลลอฮ์ทรงพิโรธต่อเขาและทรงสาปแช่งเขา และทรงเตรียมการลงโทษอันน่าสะพรึงกลัวไว้สำหรับเขา” (อัน-นิซาอ์: 93)

อับดุลลอฮ์ อิบนุ มัสอูด ขออัลลอฮ์ทรงโปรดปรานท่าน รายงานว่า ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน กล่าวว่า “เลือดของชาวมุสลิมจะไม่ถูกหลั่งโดยชอบด้วยกฎหมายได้ เว้นแต่ในสามกรณีนี้เท่านั้น คือ ผู้ที่แต่งงานแล้วแต่กระทำผิดประเวณี ชีวิตแลกชีวิต และผู้ที่ละทิ้งศาสนาและออกจากชุมชน” (บันทึกโดยอัล-บุคอรีและมุสลิม)

เชคอะห์มัด คุตตี้ อาจารย์อาวุโสและนักวิชาการอิสลามที่สถาบันอิสลามแห่งโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา กล่าวว่า:
“ไม่มีแนวคิดใดในศาสนาอิสลามที่เรียกว่า “การฆ่าเพื่อรักษาเกียรติยศ” ศาสนาอิสลามให้ความสำคัญกับทุกชีวิตและไม่อนุญาตให้มีการละเมิดใดๆ ต่อชีวิตนั้น ไม่อนุญาตให้ผู้คนใช้กฎหมายในมือของตนเองและตัดสินลงโทษ เพราะการทำเช่นนั้นจะนำไปสู่ความวุ่นวายและความไร้ระเบียบ ดังนั้น บนพื้นฐานนี้ ศาสนาอิสลามจึงไม่อนุญาตให้มีการฆ่าเช่นนั้น

ประการแรก เพื่อให้การฆ่าเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องผ่านคำตัดสินที่มีผลผูกพันซึ่งออกโดยศาลยุติธรรมที่มีอำนาจ บุคคลทั่วไปไม่มีอำนาจในการตัดสินคดีหรือออกคำพิพากษาใดๆ ดังนั้น ชาวมุสลิมจึงไม่ควรสนับสนุนการฆ่าเช่นนั้น เพราะการทำเช่นนั้นจะนำไปสู่การปกครองด้วยกฎแห่งป่า สังคมที่เจริญแล้วไม่สามารถอยู่ได้ด้วยกฎหมายเช่นนั้น”

เพื่ออธิบายเพิ่มเติม เชคอะติยะห์ ซากร์ อดีตหัวหน้าคณะกรรมการฟัตวาแห่งอัล-อัซฮาร์ กล่าวว่า:
“เช่นเดียวกับศาสนาอื่นๆ ศาสนาอิสลามห้ามการฆาตกรรมและการฆ่าโดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงสุดตรัสว่า “ผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนา บทลงโทษของเขาคือไฟนรกตลอดไป อัลลอฮ์ทรงพิโรธต่อเขาและทรงสาปแช่งเขา และทรงเตรียมการลงโทษอันน่าสะพรึงกลัวไว้สำหรับเขา” (อัน-นิซาอ์: 93)

"การฆ่าที่เรียกว่า “การฆ่าเพื่อรักษาเกียรติ” นั้นเกิดจากความไม่รู้และการไม่เคารพศีลธรรมและกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถขจัดได้เว้นแต่ด้วยการลงโทษทางอาญา"
وَمَن يَقْتُلْ مُؤْمِنًا مُّتَعَمِّدًا فَجَزَآؤُهُۥ جَهَنَّمُ خَـٰلِدًا فِيهَا وَغَضِبَ ٱللَّهُ عَلَيْهِ وَلَعَنَهُۥ وَأَعَدَّ لَهُۥ عَذَابًا عَظِيمًا
แปลโดยYusuf Ali
If a man kills a believer intentionally, his recompense is Hell, to abide therein (For ever): And the wrath and the curse of Allah are upon him, and a dreadful penalty is prepared for him.(4:93)

เป็นที่ชัดเจนว่าประชาชนไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้กฎหมายด้วยตนเอง เพราะเป็นความรับผิดชอบของรัฐอิสลามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ฯลฯ และป้องกันความวุ่นวายและความไม่สงบจากการแพร่กระจายเข้าสู่สังคมมุสลิม”
ยิ่งไปกว่านั้น นักวิชาการมุสลิมผู้ทรงเกียรติ เชค มูฮัมหมัด อัล-ฮานูติ สมาชิกสภาฟิกฮ์แห่งอเมริกาเหนือ กล่าวเพิ่มเติมว่า:

“ในศาสนาอิสลาม ไม่มีที่ใดสำหรับการฆ่าที่ไม่ยุติธรรม แม้แต่ในกรณีของการลงโทษประหารชีวิต รัฐบาลเท่านั้นที่สามารถใช้กฎหมายผ่านกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่มีใครมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายนอกจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ การฆ่าเพื่อรักษาเกียรติอาจเป็นประเพณีทางวัฒนธรรมที่ผิดพลาด เป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรมและไร้มนุษยธรรม ผู้กระทำผิดประเภทนั้นสมควรได้รับการลงโทษ”
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่