ศาลตัดสินเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026
แปลข่าว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ศาลตัดสินจำคุก 30 ปี สำหรับพ่อผู้ฆ่าไรอัน (18) ลูกชายสองคนถูกจำคุก 20 ปี
คาเลด อัล เอ็น. ถูกศาลพิพากษาจำคุก 30 ปี โดยที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่ในศาล จากคดีฆาตกรรมไรอัน ลูกสาววัย 18 ปี จากเมืองเยาเรอ โทษดังกล่าวสูงกว่าที่สำนักงานอัยการ (OM) ร้องขอไว้ 5 ปี
ส่วนพี่ชายของเธอทั้งสองคน คือ โมฮาเหม็ด (23 ปี) และมูฮานัด (25 ปี) ถูกตัดสินจำคุกคนละ 20 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม
ผู้พิพากษาเห็นว่า มีหลักฐานเพียงพอที่ชี้ว่าทั้งสามคนมีความผิดฐานฆาตกรรมไรอัน และระบุว่าการเสียชีวิตของเธอเป็น “โศกนาฏกรรมอันเลวร้ายอย่างยิ่งในประวัติของครอบครัว ซึ่งการกดขี่ผู้หญิง เป็นเส้นเรื่องหลักมาโดยตลอด
เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักงานอัยการได้ร้องขอให้ศาลลงโทษจำคุก 25 ปีโดยไม่รอลงอาญา ต่อผู้เป็นพ่อ ส่วนพี่ชายทั้งสองคน อัยการร้องขอให้ลงโทษจำคุก 20 ปี ในข้อหาร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม
ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าผู้เป็นพ่อจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เนื่องจากเขาได้หลบหนีไปยังประเทศซีเรียหลังเกิดเหตุ และขณะนี้ถูกออกหมายจับในระดับนานาชาติ เนเธอร์แลนด์ไม่มีความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมกับซีเรีย ทำให้ไม่สามารถจับกุมและส่งตัวเขามาดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม สำนักงานอัยการระบุว่าจะยังคงพยายามค้นหาหนทางต่อไป เพื่อให้สามารถนำตัวเขามายังเนเธอร์แลนด์ในอนาคต หรือให้เขารับโทษตามคำพิพากษาในประเทศซีเรีย
“ยากจะเข้าใจและยากจะยอมรับ”
ศาลในเมืองเลลีสตัดระบุว่า ไรอันถูกสังหาร “อย่างโหดเหี้ยม” เนื่องจากเธอถูกมองว่าได้ทำให้เกียรติของครอบครัวมัวหมอง จากการประพฤติตัวในแบบตะวันตกมากเกินไป โดยศาลระบุว่า
“พฤติกรรมที่เป็นอิสระของเธอถูกมองว่าเป็นการทำลายเกียรติยศของครอบครัว”
ผู้เป็นพ่อของไรอันมีบทบาทเป็นแกนนำในการสังหารลูกสาวของตน ผู้พิพากษาระบุว่า เขาเอ่ยอ้างเรื่องเกียรติยศอยู่ตลอด แต่กลับไม่แสดงความรับผิดชอบในทางใดเลย ขณะเดียวกัน ศาลยังระบุว่า ความรุนแรงถึงขั้นคร่าชีวิตที่เขากระทำต่อลูกสาวนั้นเป็นเรื่อง “ยากจะเข้าใจและยากจะยอมรับ”
นอกจากนี้ ยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะโยนความผิดทั้งหมดไปให้คาเลด อัล เอ็น. เพียงผู้เดียว เพื่อปกป้องพี่ชายทั้งสองไม่ให้ต้องรับผลกระทบ การหลบหนีของผู้เป็นพ่อไปยังประเทศซีเรียก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวด้วย ผู้พิพากษาระบุว่า
“หน้าที่ของพ่อแม่คือการสนับสนุนลูกและทำให้ลูกได้เติบโตงอกงาม แต่คาเลดกลับทำตรงกันข้าม”
ผู้พิพากษาพิจารณาปัจจัยประกอบการลงโทษ โดยคำนึงถึงอายุที่ยังน้อยของพี่ชายทั้งสองคน รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาถูกผู้เป็นพ่อชี้นำ และกระทำการภายใต้แรงกดดัน
จากข้อความที่ถูกกู้คืนภายหลังพบว่า หลังการสังหารไรอัน พวกเขาไม่ได้แสดงความกังวลใด ๆ ต่อชะตากรรมของน้องสาวเลย โดยผู้พิพากษาระบุว่า
“สิ่งเดียวที่พวกเขากังวลคือการลบหลักฐาน”
ทั้งนี้ พี่ชายทั้งสองได้ลบภาพถ่ายและวิดีโอออกจากโทรศัพท์ของไรอัน และยังขอให้ญาติพี่น้องลบข้อความแชตที่ติดต่อกับเธออีกด้วย
“ตะวันตกเกินไป”
ร่างของไรอันถูกพบเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2024 ในแอ่งน้ำในพื้นที่ชุ่มน้ำใกล้เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Oostvaardersplassen มีการใช้เทปกาวยาวถึง 18 เมตรมัดร่างของเธอ ก่อนที่เธอจะถูกโยนลงน้ำทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอถูกพบในสภาพที่มือถูกมัดไว้ด้านหลัง และจมูกกับปากถูกปิดด้วยเทปกาว
สำนักงานอัยการเห็นว่ามีหลักฐานยืนยันได้ว่า ผู้เป็นพ่อและพี่ชายของไรอันได้วางแผนล่วงหน้าในการสังหารเธอ โดยอัยการระบุว่า
“พวกเขามองไรอันเป็นภาระที่ต้องถูกกำจัดออกไป”
ไรอันเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมที่เคร่งครัด ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจเคยรับทราบเหตุการณ์ปัญหาหลายครั้งเกี่ยวกับครอบครัวนี้มาแล้ว เธอต้องต่อสู้กับค่านิยมและความเชื่อแบบดั้งเดิมของครอบครัวมาโดยตลอด
ก่อนหน้านี้ พี่ชายคนหนึ่งของไรอันได้ให้การกับตำรวจว่า เขาเห็นว่าไรอันได้ทำลายเกียรติยศของครอบครัว จากการถ่ายทอดสดตัวเองบน TikTok โดยไม่สวมผ้าคลุมศีรษะและแต่งหน้า
“จิตวิปริต”
ในการพิจารณาคดีสาระสำคัญเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พี่ชายทั้งสองยืนยันความบริสุทธิ์ของตน และระบุว่าผู้เป็นพ่อเป็นผู้สังหารน้องสาว พวกเขาเรียกพ่อของตนว่าเป็น “จิตวิปริต” และ “สัตว์ประหลาด”
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พี่ชายทั้งสองอ้างสิทธิ์ไม่ให้การใด ๆ ต่อศาล ขณะที่สำนักงานอัยการตั้งคำถามว่า เหตุใดพวกเขาจึงไม่ “ตะโกนบอกให้โลกรู้” ว่าตนเองบริสุทธิ์
พ่อของไรอันผู้ถูกสังหารได้เดินทางไปยังตอนเหนือของประเทศซีเรีย และแต่งงานใหม่ที่นั่น เมื่อปีที่แล้ว เขาได้เขียนจดหมายถึงหนังสือพิมพ์ De Telegraaf จากซีเรีย โดยยอมรับว่าเป็นผู้ฆ่าลูกสาวของตน และในการพิจารณาคดีสาระสำคัญเมื่อเดือนพฤศจิกายน เขายังให้ทนายความยืนยันคำกล่าวดังกล่าวต่อศาลอีกครั้ง
“เป็นรูปแบบหนึ่งของการฆ่าผู้หญิง (femicide)”
ภายในครอบครัวนี้ ซึ่งอพยพหนีจากประเทศซีเรียและมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเยาเรอ ในจังหวัดฟรีสลันด์ มีปัญหาหลายด้านเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของ Omroep Flevoland ระบุว่า ครอบครัวนี้เป็นที่รู้จักของหน่วยงานให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ และตำรวจมาแล้วหลายแห่ง ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ไรอันเคยเข้าพักในสถานดูแลและศูนย์พักพิงหลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ ไรอันเคยให้การกับตำรวจด้วยตนเองว่า พ่อของเธอทำร้ายร่างกายและข่มขู่เธอ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวหลายคน
ฝ่ายยุติธรรมระบุว่า ไรอันตกเป็นเหยื่อของ “การฆ่าเพื่อเกียรติยศ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการฆ่าผู้หญิง (femicide)” และอัยการย้ำว่า พฤติกรรมเช่นนี้ ไม่มีที่ยืนในสังคมเนเธอร์แลนด์
แหล่งข่าว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://nos.nl/artikel/2597057-celstraf-van-30-jaar-voor-vader-vermoorde-ryan-18-20-jaar-cel-voor-broers
ศาลเนเธอร์แลนด์ตัดสินคดี honor killing เด็กสาววัย 18 จากครอบครัวผู้ลี้ภัย
แปลข่าว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แหล่งข่าว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้