ในเรื่องของความรู้สึกที่ได้ไปดู บอกเลยว่าเราค่อนข้างชอบเรื่องนี้นะ เป็นเรื่องที่ดูได้แบบไม่เครียดเรื่อง เพราะใช้วิธีเล่าเนื้อหาดราม่าออกมาแบบตลกร้าย(ในมุมมองของเรานะ) โดยการเล่าตัวละครแต่ละตัวให้ออกมาตลก ตั้งแต่ผู้พันที่ชอบทำตัวบื้อๆ ฮิตเลอร์ในจินตนาการของหนูน้อยโจโจ้ที่ทำตัวเป็นเพื่อนเล่นของเจ้าหนูมาตลอด
แต่หนังก็แทรกความดราม่าและพวกการเสียดสีต่างๆ เข้ามาได้อย่างดีและธรรมชาติมากๆ เช่น หนูน้อยโจโจ้และเด็กชายชาวเยอรมันคนอื่นๆ ในเรื่องที่โตมาโดยคำสอนว่าชาวอารยันสูงส่งกว่าคนอื่น และเชื่อว่าคนยิวนั้นเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ จนไปถึงที่เด็กชาวยิวที่แม่ของโจโจ้ซ่อนไว้ในบ้านใช้คำว่า แม่ของโจโจ้ทำกับเธอเหมือนกับว่าเธอเป็น'มนุษย์' และอีกหลายๆ ซีนที่หนังเล่าออกมาอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ
เข้าไปดูแล้วรู้สึกเลยว่าเป๋นหนังที่มีชั้นเชิงในการเล่ามากนะ อย่างเช่นตัวละครแม่ของโจโจ้ที่เราจะเห็นว่าหนังจะชอบพาให้เราไปโฟกัสที่เท้าของคุณแม่ตลอด ตอนแรกที่ดูก็ไม่คิดอะไร เข้าใจว่าเขาตั้งใจให้เรามองเห็นคุณแม่แต่จากมุมมองของโจโจ้ที่เป็นเด็ก ตัวยังเล็ก(ให้นึกถึงตอนดูเรื่อง power puff girl) จนกระทั่งซีนที่เราได้เห็น เท้าของแม่ที่ห้อยลงมา แม้จะไม่ได้มีซีนที่เห็นชัดๆ ว่าแม่โดนแขวนคอ แต่ด้วยการที่หนังโชว์เท้าของแม่มาเรื่อยๆ ก่อน บวกกับที่หนังเคยโชว์ซีนชาวยิวและคนที่ช่วยเหลือชาวยิวที่โดนแขวนคอ มันก็ทำให้เรารู้ได้ทันที ว่าตอนนี้แม่ของโจโจ้โดนแขวนคอไปแล้ว
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจโจ้กับเด็กสาวชาวยิวในบ้าน เรามองว่ามันน่ารักดี ที่แสดงให้เห็น ว่าพอได้รู้จักชาวยิวจริงๆ เจ้าหนูก็ได้เห็นว่าชาวยิวๆ จริงๆ นั้นก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไรเลย ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับชาวอารยันเลยด้วยซ้ำ
ตอนจบที่ทุกคนอาจจะไม่ได้จบด้วยความสุขทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นตอนจบที่ดี เรามองว่าเขาทำตอนจบของเรื่องออกมาได้อย่างเหมาะสมนะ
ทำเอาอยากกลับไปดูหนังเรื่องนี้กับพวกหนังที่เกี่ยวข้องกับนาซีอีกเลย คิดว่าในอนาคตคงจะเอามาเขียนอีกเรื่อยๆ (คอนเซ็ปเดิม นอกจากเรื่องที่พึ่งไดู นึกเรื่องไหนได้ก็เอามาเขียน)
[CR] รีวิวเรื่อง JoJo Rabbit ปี 2019 (มีสปอยล์เนื้อหาบางส่วน)
ในเรื่องของความรู้สึกที่ได้ไปดู บอกเลยว่าเราค่อนข้างชอบเรื่องนี้นะ เป็นเรื่องที่ดูได้แบบไม่เครียดเรื่อง เพราะใช้วิธีเล่าเนื้อหาดราม่าออกมาแบบตลกร้าย(ในมุมมองของเรานะ) โดยการเล่าตัวละครแต่ละตัวให้ออกมาตลก ตั้งแต่ผู้พันที่ชอบทำตัวบื้อๆ ฮิตเลอร์ในจินตนาการของหนูน้อยโจโจ้ที่ทำตัวเป็นเพื่อนเล่นของเจ้าหนูมาตลอด
แต่หนังก็แทรกความดราม่าและพวกการเสียดสีต่างๆ เข้ามาได้อย่างดีและธรรมชาติมากๆ เช่น หนูน้อยโจโจ้และเด็กชายชาวเยอรมันคนอื่นๆ ในเรื่องที่โตมาโดยคำสอนว่าชาวอารยันสูงส่งกว่าคนอื่น และเชื่อว่าคนยิวนั้นเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆ จนไปถึงที่เด็กชาวยิวที่แม่ของโจโจ้ซ่อนไว้ในบ้านใช้คำว่า แม่ของโจโจ้ทำกับเธอเหมือนกับว่าเธอเป็น'มนุษย์' และอีกหลายๆ ซีนที่หนังเล่าออกมาอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ
เข้าไปดูแล้วรู้สึกเลยว่าเป๋นหนังที่มีชั้นเชิงในการเล่ามากนะ อย่างเช่นตัวละครแม่ของโจโจ้ที่เราจะเห็นว่าหนังจะชอบพาให้เราไปโฟกัสที่เท้าของคุณแม่ตลอด ตอนแรกที่ดูก็ไม่คิดอะไร เข้าใจว่าเขาตั้งใจให้เรามองเห็นคุณแม่แต่จากมุมมองของโจโจ้ที่เป็นเด็ก ตัวยังเล็ก(ให้นึกถึงตอนดูเรื่อง power puff girl) จนกระทั่งซีนที่เราได้เห็น เท้าของแม่ที่ห้อยลงมา แม้จะไม่ได้มีซีนที่เห็นชัดๆ ว่าแม่โดนแขวนคอ แต่ด้วยการที่หนังโชว์เท้าของแม่มาเรื่อยๆ ก่อน บวกกับที่หนังเคยโชว์ซีนชาวยิวและคนที่ช่วยเหลือชาวยิวที่โดนแขวนคอ มันก็ทำให้เรารู้ได้ทันที ว่าตอนนี้แม่ของโจโจ้โดนแขวนคอไปแล้ว
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจโจ้กับเด็กสาวชาวยิวในบ้าน เรามองว่ามันน่ารักดี ที่แสดงให้เห็น ว่าพอได้รู้จักชาวยิวจริงๆ เจ้าหนูก็ได้เห็นว่าชาวยิวๆ จริงๆ นั้นก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไรเลย ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับชาวอารยันเลยด้วยซ้ำ
ตอนจบที่ทุกคนอาจจะไม่ได้จบด้วยความสุขทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นตอนจบที่ดี เรามองว่าเขาทำตอนจบของเรื่องออกมาได้อย่างเหมาะสมนะ
ทำเอาอยากกลับไปดูหนังเรื่องนี้กับพวกหนังที่เกี่ยวข้องกับนาซีอีกเลย คิดว่าในอนาคตคงจะเอามาเขียนอีกเรื่อยๆ (คอนเซ็ปเดิม นอกจากเรื่องที่พึ่งไดู นึกเรื่องไหนได้ก็เอามาเขียน)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้