
: Mudbound (2017) - หนังดราม่าเข้มข้นที่สะท้อนภาพสังคมอเมริกันยุคหลังสงครามโลกได้ถึงแก่นจริงๆ ครับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังดีที่อยากจะมาเล่าสู่กันฟังให้ฟังครับ เป็นหนังที่ชื่อว่า "Mudbound" ฉายในปี 2017 ที่ถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดู แล้วรู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ทรงพลังมากๆ ครับ ใครที่ชอบหนังที่เน้นเรื่องราวเข้มข้น สะท้อนสังคม และมีงานภาพสวยๆ ไม่ควรพลาดเลยครับ
เรื่องราวของ Mudbound จะพาเราย้อนกลับไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติยังคงฝังรากลึกมากๆ ครับ หนังจะเล่าเรื่องผ่านชีวิตของสองครอบครัวที่แตกต่างกันสุดขั้ว ครอบครัวหนึ่งเป็นครอบครัวคนขาวที่พยายามดิ้นรนทำไร่ทำนาบนที่ดินที่เต็มไปด้วยโคลนตม ชื่อว่าครอบครัว McAllan ส่วนอีกครอบครัวเป็นครอบครัวคนผิวดำที่ต้องเช่าที่ดินทำกินอยู่ใกล้ๆ กัน ชื่อว่าครอบครัว Jackson ครับ
จุดเริ่มต้นของเรื่องคือเมื่อ Ronsel Jackson ทหารผิวดำที่เพิ่งปลดประจำการจากสงคราม ได้กลับบ้านเกิดมาพบกับความจริงที่ว่า ถึงแม้เขาจะเสียสละเพื่อชาติ แต่ในบ้านเกิดของเขากลับไม่ได้รับการยอมรับ หรือให้เกียรติในฐานะมนุษย์เท่าที่ควรเลยครับ ในขณะเดียวกัน Jamie McAllan น้องชายของ Henry McAllan เจ้าของไร่ ก็เพิ่งกลับมาจากสงครามเช่นกัน แต่เขากลับพบว่าโลกที่เขากลับมานั้นไม่ใช่โลกที่เขาเคยจากไป และเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของสังคมที่เต็มไปด้วยการเหยียดเชื้อชาติเช่นกันครับ
สิ่งที่ทำให้ Mudbound เป็นหนังที่พิเศษมากๆ คือการเล่าเรื่องที่สลับมุมมองของตัวละครต่างๆ ครับ เราจะได้เห็นเรื่องราวผ่านสายตาของ Ronsel, Jamie, Laura (ภรรยาของ Henry), Florence (ภรรยาของ Hap Jackson) และ Hap Jackson เองครับ การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้เราเข้าใจความรู้สึก ความคิด และมุมมองของแต่ละตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เห็นถึงความเจ็บปวด ความหวัง และความสิ้นหวังที่แตกต่างกันไปตามสถานะทางสังคมและเชื้อชาติ
งานภาพของหนังเรื่องนี้คือสุดยอดจริงๆ ครับ ผู้กำกับ Dee Rees สร้างสรรค์ภาพออกมาได้อย่างงดงามมากๆ ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวที่มืดหม่น แต่ภาพที่ออกมากลับมีความเป็นศิลปะสูงมากครับ สีสันที่ใช้ การจัดแสง การถ่ายทำในไร่ที่เต็มไปด้วยโคลนตม ได้บรรยากาศที่สมจริงมากๆ ครับ เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในยุคนั้นจริงๆ เราจะรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยยากของชาวไร่ ความร้อนระอุของอากาศ และความอึดอัดของสังคมที่เต็มไปด้วยความกดดัน
นักแสดงทุกคนแสดงได้ยอดเยี่ยมมากๆ ครับ Mary J. Blige ในบท Florence Jackson คือนักแสดงที่น่าจับตามองมากๆ ครับ เธอถ่ายทอดอารมณ์ของแม่ที่ต้องเข้มแข็งเพื่อครอบครัวในสถานการณ์ที่ยากลำบากออกมาได้อย่างกินใจ ส่วน Garrett Hedlund ในบท Jamie McAllan ก็ทำได้ดีเช่นกันครับ แสดงให้เห็นถึงความบอบช้ำทางจิตใจของทหารผ่านศึกที่ต้องมาเจอความจริงอันโหดร้ายในบ้านเกิด ส่วน Jason Mitchell ในบท Ronsel Jackson ก็ถ่ายทอดความรู้สึกของชายผิวดำที่ต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองได้อย่างน่าประทับใจครับ
ประเด็นที่หนังเรื่องนี้หยิบยกมาพูดถึงนั้นเข้มข้นมากๆ ครับ ไม่ใช่แค่เรื่องการเหยียดเชื้อชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องของสงคราม การพลัดพราก ความหวัง การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ความรักในครอบครัว และการค้นหาความหมายของความเป็นมนุษย์ครับ หนังไม่ได้ตัดสินตัวละครใดๆ ว่าดีหรือไม่ดี แต่แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงของมนุษย์ในยุคสมัยนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยความซับซ้อนและอุปสรรคมากมาย
ผมชอบฉากที่ Jamie และ Ronsel กลับมาจากสงคราม แล้วมาพบว่าโลกที่พวกเขาเคยคุ้นเคยนั้น เปลี่ยนไปแล้ว และพวกเขาก็ต้องเผชิญกับปัญหาที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความรู้สึกโดดเดี่ยวและความไม่เข้าใจจากสังคมรอบข้างครับ ฉากที่ทั้งสองคนเริ่มมีความผูกพันกันจากการที่ได้เข้าใจความเจ็บปวดของกันและกัน ก็เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ครับ มันแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมาจากคนละเชื้อชาติ คนละสถานะทางสังคม แต่ความรู้สึกของการเป็นมนุษย์นั้นสามารถเชื่อมโยงกันได้
Mudbound ไม่ใช่หนังที่ดูง่ายๆ ครับ มันเป็นหนังที่ต้องใช้สมาธิในการรับชม เพราะเนื้อหาค่อนข้างหนัก และมีประเด็นที่ต้องคิดตามเยอะพอสมควรครับ แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะดำดิ่งลงไปในเรื่องราวที่เข้มข้น และต้องการหนังที่ทำให้คุณได้คิดถึงสังคม ได้ตั้งคำถามกับตัวเอง ผมว่า Mudbound เป็นหนังที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ
โดยรวมแล้ว ผมให้ Mudbound เป็นหนังระดับ Masterpiece เรื่องหนึ่งเลยครับ งานภาพ การแสดง บทภาพยนตร์ ทุกอย่างลงตัวมากๆ ครับ มันเป็นหนังที่ทำให้ผมรู้สึกอินไปกับตัวละคร รู้สึกเจ็บปวดไปกับพวกเขา และรู้สึกมีความหวังไปกับพวกเขาด้วยครับ ถ้าใครยังไม่เคยดู ลองหามาดูกันนะครับ แล้วมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับผม
Mudbound (2017) - หนังดราม่าเข้มข้นที่สะท้อนภาพสังคมอเมริกันยุคหลังสงครามโลกได้ถึงแก่นจริงๆ ครับ
: Mudbound (2017) - หนังดราม่าเข้มข้นที่สะท้อนภาพสังคมอเมริกันยุคหลังสงครามโลกได้ถึงแก่นจริงๆ ครับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังดีที่อยากจะมาเล่าสู่กันฟังให้ฟังครับ เป็นหนังที่ชื่อว่า "Mudbound" ฉายในปี 2017 ที่ถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดู แล้วรู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ทรงพลังมากๆ ครับ ใครที่ชอบหนังที่เน้นเรื่องราวเข้มข้น สะท้อนสังคม และมีงานภาพสวยๆ ไม่ควรพลาดเลยครับ
เรื่องราวของ Mudbound จะพาเราย้อนกลับไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติยังคงฝังรากลึกมากๆ ครับ หนังจะเล่าเรื่องผ่านชีวิตของสองครอบครัวที่แตกต่างกันสุดขั้ว ครอบครัวหนึ่งเป็นครอบครัวคนขาวที่พยายามดิ้นรนทำไร่ทำนาบนที่ดินที่เต็มไปด้วยโคลนตม ชื่อว่าครอบครัว McAllan ส่วนอีกครอบครัวเป็นครอบครัวคนผิวดำที่ต้องเช่าที่ดินทำกินอยู่ใกล้ๆ กัน ชื่อว่าครอบครัว Jackson ครับ
จุดเริ่มต้นของเรื่องคือเมื่อ Ronsel Jackson ทหารผิวดำที่เพิ่งปลดประจำการจากสงคราม ได้กลับบ้านเกิดมาพบกับความจริงที่ว่า ถึงแม้เขาจะเสียสละเพื่อชาติ แต่ในบ้านเกิดของเขากลับไม่ได้รับการยอมรับ หรือให้เกียรติในฐานะมนุษย์เท่าที่ควรเลยครับ ในขณะเดียวกัน Jamie McAllan น้องชายของ Henry McAllan เจ้าของไร่ ก็เพิ่งกลับมาจากสงครามเช่นกัน แต่เขากลับพบว่าโลกที่เขากลับมานั้นไม่ใช่โลกที่เขาเคยจากไป และเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของสังคมที่เต็มไปด้วยการเหยียดเชื้อชาติเช่นกันครับ
สิ่งที่ทำให้ Mudbound เป็นหนังที่พิเศษมากๆ คือการเล่าเรื่องที่สลับมุมมองของตัวละครต่างๆ ครับ เราจะได้เห็นเรื่องราวผ่านสายตาของ Ronsel, Jamie, Laura (ภรรยาของ Henry), Florence (ภรรยาของ Hap Jackson) และ Hap Jackson เองครับ การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้เราเข้าใจความรู้สึก ความคิด และมุมมองของแต่ละตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เห็นถึงความเจ็บปวด ความหวัง และความสิ้นหวังที่แตกต่างกันไปตามสถานะทางสังคมและเชื้อชาติ
งานภาพของหนังเรื่องนี้คือสุดยอดจริงๆ ครับ ผู้กำกับ Dee Rees สร้างสรรค์ภาพออกมาได้อย่างงดงามมากๆ ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวที่มืดหม่น แต่ภาพที่ออกมากลับมีความเป็นศิลปะสูงมากครับ สีสันที่ใช้ การจัดแสง การถ่ายทำในไร่ที่เต็มไปด้วยโคลนตม ได้บรรยากาศที่สมจริงมากๆ ครับ เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในยุคนั้นจริงๆ เราจะรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยยากของชาวไร่ ความร้อนระอุของอากาศ และความอึดอัดของสังคมที่เต็มไปด้วยความกดดัน
นักแสดงทุกคนแสดงได้ยอดเยี่ยมมากๆ ครับ Mary J. Blige ในบท Florence Jackson คือนักแสดงที่น่าจับตามองมากๆ ครับ เธอถ่ายทอดอารมณ์ของแม่ที่ต้องเข้มแข็งเพื่อครอบครัวในสถานการณ์ที่ยากลำบากออกมาได้อย่างกินใจ ส่วน Garrett Hedlund ในบท Jamie McAllan ก็ทำได้ดีเช่นกันครับ แสดงให้เห็นถึงความบอบช้ำทางจิตใจของทหารผ่านศึกที่ต้องมาเจอความจริงอันโหดร้ายในบ้านเกิด ส่วน Jason Mitchell ในบท Ronsel Jackson ก็ถ่ายทอดความรู้สึกของชายผิวดำที่ต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองได้อย่างน่าประทับใจครับ
ประเด็นที่หนังเรื่องนี้หยิบยกมาพูดถึงนั้นเข้มข้นมากๆ ครับ ไม่ใช่แค่เรื่องการเหยียดเชื้อชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องของสงคราม การพลัดพราก ความหวัง การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ความรักในครอบครัว และการค้นหาความหมายของความเป็นมนุษย์ครับ หนังไม่ได้ตัดสินตัวละครใดๆ ว่าดีหรือไม่ดี แต่แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงของมนุษย์ในยุคสมัยนั้น ซึ่งเต็มไปด้วยความซับซ้อนและอุปสรรคมากมาย
ผมชอบฉากที่ Jamie และ Ronsel กลับมาจากสงคราม แล้วมาพบว่าโลกที่พวกเขาเคยคุ้นเคยนั้น เปลี่ยนไปแล้ว และพวกเขาก็ต้องเผชิญกับปัญหาที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความรู้สึกโดดเดี่ยวและความไม่เข้าใจจากสังคมรอบข้างครับ ฉากที่ทั้งสองคนเริ่มมีความผูกพันกันจากการที่ได้เข้าใจความเจ็บปวดของกันและกัน ก็เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ครับ มันแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมาจากคนละเชื้อชาติ คนละสถานะทางสังคม แต่ความรู้สึกของการเป็นมนุษย์นั้นสามารถเชื่อมโยงกันได้
Mudbound ไม่ใช่หนังที่ดูง่ายๆ ครับ มันเป็นหนังที่ต้องใช้สมาธิในการรับชม เพราะเนื้อหาค่อนข้างหนัก และมีประเด็นที่ต้องคิดตามเยอะพอสมควรครับ แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะดำดิ่งลงไปในเรื่องราวที่เข้มข้น และต้องการหนังที่ทำให้คุณได้คิดถึงสังคม ได้ตั้งคำถามกับตัวเอง ผมว่า Mudbound เป็นหนังที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ
โดยรวมแล้ว ผมให้ Mudbound เป็นหนังระดับ Masterpiece เรื่องหนึ่งเลยครับ งานภาพ การแสดง บทภาพยนตร์ ทุกอย่างลงตัวมากๆ ครับ มันเป็นหนังที่ทำให้ผมรู้สึกอินไปกับตัวละคร รู้สึกเจ็บปวดไปกับพวกเขา และรู้สึกมีความหวังไปกับพวกเขาด้วยครับ ถ้าใครยังไม่เคยดู ลองหามาดูกันนะครับ แล้วมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับผม