(1) THE LONG “A” (EXCEPTIONS)
ต่อเนื่องจากสระเอ (The long A) ที่ลงไป ก่อนจะเข้าสู่เสียงสระตัวต่อไป (The long E) เรามาดูข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวสะกดของสระตัวนี้กันก่อน
📌 สรุปหัวข้อก่อนหน้านี้คือ “สระเอ” มันสะกดได้ 6 แบบคือ a_e,
-ai,
-ay,
-ei,
-ey,
-ea
แต่แน่นอนว่ามีข้อยกเว้น (แม้กระทั่งในตัวสะกดที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีได้)
. . . . .
1.
ข้อยกเว้นของ a_e (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ late, make, date, fade, shape)
👉🏻 “
have” ที่สะกดด้วย a_e แต่เป็นสระแอะ อ่านว่า “แฮฟฺ” (แต่ทั้งนี้ ก็มี “ข้อยกเว้นของข้อยกเว้น” อีกทีคือคำว่า “behave” ที่ไม่ได้อ่าน บิ-แฮฟฺ แต่กลับมาเป็นสระเอคือ “บิ-เฮฟฺ”)
👉🏻 ข้อยกเว้นที่สองคือ “
orange” เป็นคำง่าย ๆ ที่ 90% ยังอ่านผิดกัน ไม่ได้อ่านว่า ออ-เรนจฺ แต่อ่านว่า “ออ-รินจฺ” โดย a_e ในคำนี้เป็นสระอิ
รวมถึงคำอย่าง “
damage, manage, luggage, baggage, cabbage” คือ a_e ในพยางค์ที่สองของคำเหล่านี้จะเป็น “สระอิ” ทั้งหมดเลย (แดม-หมิจฺ, แมน-หนิจฺ, ลัก-กิจฺ, แบก-กิจฺ, แคบ-บิจฺ)
👉🏻 ข้อยกเว้นที่สามคือ “
palace” โดย a_e ในพยางค์ที่สองจะเป็นสระอิเช่นกัน (เนื่องจากมันเป็นพยางค์ที่ไม่ได้โดนเน้นเสียง) จึงอ่านว่า “แพล-ลิสฺ” ไม่ใช่พา-เลส
📌 สังเกตจากข้อยกเว้นที่สองและสามจะพบว่า กรณีที่ตัวสะกด a_e ไปอยู่ในพยางค์ที่ไม่ได้โดนเน้น มันมักจะกลายเป็นสระอิ
. . . . .
2. ข้อยกเว้นของ -ai (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ wait, faith, tail, aim, rain)
👉🏻 “
Plaid” แปลว่า ผ้าลายสก๊อต (ลายตารางหมากรุก) อ่านว่า “แพลดฺ” ด้วยสระแอะ ไม่ใช่เพลด
👉🏻 “
Again” อ่านว่า “เออะ-เก็นฺ” ถ้าสะกดแบบโฟนิกส์คือ “uh-GEN” เราจะเห็นชัดเลยว่าพยางค์หลังมันเป็นสระเอะ ไม่ใช่สระเอ
และคำว่า “
Against” ก็เช่นกัน อ่าน “uh-GENST” (รวมถึงคำว่า “said” ที่ยกตัวอย่างไปแล้วเมื่อวาน อ่าน เซ็ดฺ (สระเอะ) ไม่ใช่เซด)
👉🏻 “
Curtain” อ่าน “เคอ-เทิ่นฺ” (KER-tuhn) โดย -ai เป็นสระเออะ ไม่ใช่เคอร์เทน
👉🏻 “
Captain“ ไม่ใช่ แคพ-เทน (หรือคัพ-ทัน) แต่อ่านว่า “แคพ-ทินฺ” (CAP-tin) โดย -ai เป็นสระอิ
ส่วนในสำเนียงอเมริกันจะเป็นสระเออะ อ่านว่า “แคพ-เทิ่นฺ” (CAP-tuhn) รวมไปถึง “
Fountain” “
Mountain” ด้วย (อังกฤษอ่านโดยใช้สระอิ อเมริกันอ่านโดยใช้สระเออะ ไม่มีสำเนียงไหนใช้สระเอ)
***สำหรับคำว่า Curtain, captain, mountain, fountain จะมี native speaker ที่ออกเสียงประมาณ “เคอ-อึน” “แคพ-อึน” “เมา-อึน” “เฟา-อึน” โดยใช้เสียง glottal T (เสียง T + N อยู่ในลำคอ) อันนี้เราจะเลียนแบบก็ได้ (หรือไม่ต้อง)
. . . . .
3.
ข้อยกเว้นของ -ay (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ day, say, play, may, okay)
ต้องบอกว่า -ay นี่ค่อนข้างเป็นตัวสะกด “ซื่อสัตย์” เลย คือแทบจะไม่มีข้อยกเว้น
สาเหตุหนึ่งก็เพราะว่ามันไม่ค่อยถูกสะกดโดยมี “พยัญชนะท้าย” สักเท่าไร พูดง่าย ๆ คือมันมักจะเป็น “พยางค์เปิด” (open syllable) เสมอ มันเลยค่อนข้างมีความสม่ำเสมอในการออกเสียง (คือเป็นเสียง long A ตลอด)
แต่ทั้งนี้แอดก็หาข้อยกเว้นมาให้หนึ่งคำ เป็นคำที่ใช้กันบ่อย ๆ คือ...
👉🏻 “S
ays” (คำว่า say เวลาเติม -s) จะกลายเป็นสระเอะ อ่านว่า “sedz” (เซ็ดซฺ)
ไม่มีใครให้เหตุผลได้ ว่าทำไม says เป็นสระเอะ แต่ days, plays, gays ยังเป็นสระเอตามปกติ (แต่แอดมีเหตุผลให้ครับคือ... English is CRAZY.)
. . . . .
4.
ข้อยกเว้นของ -ei (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ eight, weight, freight)
แต่อันนี้ตรงกันข้ามกับ -ay ในข้อก่อนหน้านี้เลย คือตัวสะกด -ei นี้มีข้อยกเว้นเยอะพอสมควร
👉🏻
-ei ที่เป็นสระอี เช่น “c
eiling, rec
eive, s
eize, dec
eit”
(ซี-ลิง, ริ-ซีฟ, ซีซฺ, ดิ-สีทฺ)
👉🏻
-ei ที่เป็นสระอาย เช่น “h
eight,
either, n
either, *kal
eidoscope”
(ฮายทฺ, อาย-เธอะ, นาย-เธอะ, เขอะ-ลาย-เดอะ-สโคพฺ)
*คำสุดท้ายนี่หมายถึง กล้องสลับลาย (หรือที่บางคนเรียกทับศัพท์เลยว่ากล้องคาไลโดสโคป)
👉🏻
-ei ที่เป็นสระเอะ เช่น “l
eisure” (อ่าน “เล๊ะ-เฉอะ”) *แต่สำเนียงอเมริกันอ่านว่า ลี-เฉอะ
👉🏻
-ei ที่เป็นสระเออะ เช่น “for
eign” (อ่าน “ฟอ-เรินฺ” ไม่ใช่ฟอเรน)
. . . . .
5.
ข้อยกเว้นของ -ey (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ hey, they, survey, prey)
โดยส่วนมาก -ey ไม่เป็นสระเอ ก็จะเป็นสระอี (จึงเป็นข้อยกเว้นของกันและกัน)
👉🏻
-ey ที่เป็นสระอี เช่น k
ey, mon
ey, journ
ey, troll
ey เป็นต้น
(คียฺ, มัน-นียฺ, เจอ-นียฺ, ทรอล-ลี)
📌 สังเกตว่าตัวสะกด -ey จะมีเสียง ยฺ (เหยอะ/ยึ) ลงท้ายหน่อย ๆ ในกรณีที่เป็น open syllable (ไม่มีตัวสะกดต่อท้าย)
. . . . .
6.
ข้อยกเว้นของ -ea (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ great, break, steak)
คล้าย ๆ กับ -ey เลยคือโดยส่วนมาก -ea ไม่เป็นสระเอ ก็จะเป็นสระอี (จึงเป็นข้อยกเว้นของกันและกัน)
👉🏻
-ea ที่เป็นสระอี เช่น t
ea, cl
ean, dr
eam,
easy เป็นต้น
(ทียฺ, คลีนฺ, ดรีมฺ, อี-ซี)
แต่มันก็เป็นสระเอะได้ด้วยเหมือนกัน
👉🏻
-ea ที่เป็นสระเอะ เช่น f
eather, l
eather, w
eather, h
ead, d
ead, m
easure เป็นต้น (ไม่ต้องลากเสียงยาวเป็นสระเอ อ่านสั้น ๆ เป็นสระเอะก็พอ)
. . . . .
ถือว่าพอประมาณ ในตอนนี้เราก็ผ่านด่านเสียงสระตัวที่หนึ่ง “The long A“ (สระเอ) เป็นที่เรียบร้อย
เสียงต่อไปคือ “The long E” (สระอี) ไว้มาต่อกันในครั้งหน้า
______________
"
รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧
[DAY: 02] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
ต่อเนื่องจากสระเอ (The long A) ที่ลงไป ก่อนจะเข้าสู่เสียงสระตัวต่อไป (The long E) เรามาดูข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวสะกดของสระตัวนี้กันก่อน
📌 สรุปหัวข้อก่อนหน้านี้คือ “สระเอ” มันสะกดได้ 6 แบบคือ a_e, -ai, -ay, -ei, -ey, -ea
แต่แน่นอนว่ามีข้อยกเว้น (แม้กระทั่งในตัวสะกดที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีได้)
. . . . .
1. ข้อยกเว้นของ a_e (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ late, make, date, fade, shape)
👉🏻 “have” ที่สะกดด้วย a_e แต่เป็นสระแอะ อ่านว่า “แฮฟฺ” (แต่ทั้งนี้ ก็มี “ข้อยกเว้นของข้อยกเว้น” อีกทีคือคำว่า “behave” ที่ไม่ได้อ่าน บิ-แฮฟฺ แต่กลับมาเป็นสระเอคือ “บิ-เฮฟฺ”)
👉🏻 ข้อยกเว้นที่สองคือ “orange” เป็นคำง่าย ๆ ที่ 90% ยังอ่านผิดกัน ไม่ได้อ่านว่า ออ-เรนจฺ แต่อ่านว่า “ออ-รินจฺ” โดย a_e ในคำนี้เป็นสระอิ
รวมถึงคำอย่าง “damage, manage, luggage, baggage, cabbage” คือ a_e ในพยางค์ที่สองของคำเหล่านี้จะเป็น “สระอิ” ทั้งหมดเลย (แดม-หมิจฺ, แมน-หนิจฺ, ลัก-กิจฺ, แบก-กิจฺ, แคบ-บิจฺ)
👉🏻 ข้อยกเว้นที่สามคือ “palace” โดย a_e ในพยางค์ที่สองจะเป็นสระอิเช่นกัน (เนื่องจากมันเป็นพยางค์ที่ไม่ได้โดนเน้นเสียง) จึงอ่านว่า “แพล-ลิสฺ” ไม่ใช่พา-เลส
📌 สังเกตจากข้อยกเว้นที่สองและสามจะพบว่า กรณีที่ตัวสะกด a_e ไปอยู่ในพยางค์ที่ไม่ได้โดนเน้น มันมักจะกลายเป็นสระอิ
. . . . .
2. ข้อยกเว้นของ -ai (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ wait, faith, tail, aim, rain)
👉🏻 “Plaid” แปลว่า ผ้าลายสก๊อต (ลายตารางหมากรุก) อ่านว่า “แพลดฺ” ด้วยสระแอะ ไม่ใช่เพลด
👉🏻 “Again” อ่านว่า “เออะ-เก็นฺ” ถ้าสะกดแบบโฟนิกส์คือ “uh-GEN” เราจะเห็นชัดเลยว่าพยางค์หลังมันเป็นสระเอะ ไม่ใช่สระเอ
และคำว่า “Against” ก็เช่นกัน อ่าน “uh-GENST” (รวมถึงคำว่า “said” ที่ยกตัวอย่างไปแล้วเมื่อวาน อ่าน เซ็ดฺ (สระเอะ) ไม่ใช่เซด)
👉🏻 “Curtain” อ่าน “เคอ-เทิ่นฺ” (KER-tuhn) โดย -ai เป็นสระเออะ ไม่ใช่เคอร์เทน
👉🏻 “Captain“ ไม่ใช่ แคพ-เทน (หรือคัพ-ทัน) แต่อ่านว่า “แคพ-ทินฺ” (CAP-tin) โดย -ai เป็นสระอิ
ส่วนในสำเนียงอเมริกันจะเป็นสระเออะ อ่านว่า “แคพ-เทิ่นฺ” (CAP-tuhn) รวมไปถึง “Fountain” “Mountain” ด้วย (อังกฤษอ่านโดยใช้สระอิ อเมริกันอ่านโดยใช้สระเออะ ไม่มีสำเนียงไหนใช้สระเอ)
***สำหรับคำว่า Curtain, captain, mountain, fountain จะมี native speaker ที่ออกเสียงประมาณ “เคอ-อึน” “แคพ-อึน” “เมา-อึน” “เฟา-อึน” โดยใช้เสียง glottal T (เสียง T + N อยู่ในลำคอ) อันนี้เราจะเลียนแบบก็ได้ (หรือไม่ต้อง)
. . . . .
3. ข้อยกเว้นของ -ay (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ day, say, play, may, okay)
ต้องบอกว่า -ay นี่ค่อนข้างเป็นตัวสะกด “ซื่อสัตย์” เลย คือแทบจะไม่มีข้อยกเว้น
สาเหตุหนึ่งก็เพราะว่ามันไม่ค่อยถูกสะกดโดยมี “พยัญชนะท้าย” สักเท่าไร พูดง่าย ๆ คือมันมักจะเป็น “พยางค์เปิด” (open syllable) เสมอ มันเลยค่อนข้างมีความสม่ำเสมอในการออกเสียง (คือเป็นเสียง long A ตลอด)
แต่ทั้งนี้แอดก็หาข้อยกเว้นมาให้หนึ่งคำ เป็นคำที่ใช้กันบ่อย ๆ คือ...
👉🏻 “Says” (คำว่า say เวลาเติม -s) จะกลายเป็นสระเอะ อ่านว่า “sedz” (เซ็ดซฺ)
ไม่มีใครให้เหตุผลได้ ว่าทำไม says เป็นสระเอะ แต่ days, plays, gays ยังเป็นสระเอตามปกติ (แต่แอดมีเหตุผลให้ครับคือ... English is CRAZY.)
. . . . .
4. ข้อยกเว้นของ -ei (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ eight, weight, freight)
แต่อันนี้ตรงกันข้ามกับ -ay ในข้อก่อนหน้านี้เลย คือตัวสะกด -ei นี้มีข้อยกเว้นเยอะพอสมควร
👉🏻 -ei ที่เป็นสระอี เช่น “ceiling, receive, seize, deceit”
(ซี-ลิง, ริ-ซีฟ, ซีซฺ, ดิ-สีทฺ)
👉🏻 -ei ที่เป็นสระอาย เช่น “height, either, neither, *kaleidoscope”
(ฮายทฺ, อาย-เธอะ, นาย-เธอะ, เขอะ-ลาย-เดอะ-สโคพฺ)
*คำสุดท้ายนี่หมายถึง กล้องสลับลาย (หรือที่บางคนเรียกทับศัพท์เลยว่ากล้องคาไลโดสโคป)
👉🏻 -ei ที่เป็นสระเอะ เช่น “leisure” (อ่าน “เล๊ะ-เฉอะ”) *แต่สำเนียงอเมริกันอ่านว่า ลี-เฉอะ
👉🏻 -ei ที่เป็นสระเออะ เช่น “foreign” (อ่าน “ฟอ-เรินฺ” ไม่ใช่ฟอเรน)
. . . . .
5. ข้อยกเว้นของ -ey (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ hey, they, survey, prey)
โดยส่วนมาก -ey ไม่เป็นสระเอ ก็จะเป็นสระอี (จึงเป็นข้อยกเว้นของกันและกัน)
👉🏻 -ey ที่เป็นสระอี เช่น key, money, journey, trolley เป็นต้น
(คียฺ, มัน-นียฺ, เจอ-นียฺ, ทรอล-ลี)
📌 สังเกตว่าตัวสะกด -ey จะมีเสียง ยฺ (เหยอะ/ยึ) ลงท้ายหน่อย ๆ ในกรณีที่เป็น open syllable (ไม่มีตัวสะกดต่อท้าย)
. . . . .
6. ข้อยกเว้นของ -ea (ที่ไม่ใช่สระเอแบบ great, break, steak)
คล้าย ๆ กับ -ey เลยคือโดยส่วนมาก -ea ไม่เป็นสระเอ ก็จะเป็นสระอี (จึงเป็นข้อยกเว้นของกันและกัน)
👉🏻 -ea ที่เป็นสระอี เช่น tea, clean, dream, easy เป็นต้น
(ทียฺ, คลีนฺ, ดรีมฺ, อี-ซี)
แต่มันก็เป็นสระเอะได้ด้วยเหมือนกัน
👉🏻 -ea ที่เป็นสระเอะ เช่น feather, leather, weather, head, dead, measure เป็นต้น (ไม่ต้องลากเสียงยาวเป็นสระเอ อ่านสั้น ๆ เป็นสระเอะก็พอ)
. . . . .
ถือว่าพอประมาณ ในตอนนี้เราก็ผ่านด่านเสียงสระตัวที่หนึ่ง “The long A“ (สระเอ) เป็นที่เรียบร้อย
เสียงต่อไปคือ “The long E” (สระอี) ไว้มาต่อกันในครั้งหน้า
______________
"รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧