[DAY: 01] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง

(1) THE LONG “A”



จากวันนี้เราจะเข้าสู่บทเรียน Phonics แล้วนะ เรามาเริ่มจาก “เสียงสระ” กันก่อน (ผมจะพาทำความเข้าใจเสียงสระและวิธีการสะกดทุกตัวเลย ติดตามอ่านทุกตอนรับรองว่าเข้าใจและอ่านออกทุกคำ)

สระตัวที่หนึ่งคือ “A เสียงยาว” ซึ่งโดยส่วนมากจะสะกดได้ 6 แบบ

1. สระเอ (The long “A”) 

👉🏻 “a_e” เช่น late, make, date, fade, shape
(อ่าน เลทฺ, เมคฺ, เดทฺ, เฟดฺ, เชพฺ)

👉🏻 “-ai” เช่น wait, faith, tail, aim, rain
(อ่าน เวทฺ, เฟธฺ, เทลฺ, เอมฺ, เรนฺ)

👉🏻 “-ay” เช่น day, say, play, may, okay
(อ่าน เดยฺ, เซยฺ, เพลยฺ, เมยฺ, เออว-เคยฺ) 
*เวลาที่สะเอไม่มีตัวสะกดปิด (final sound) จะมีเสียง ยฺ (เหยอะ/ยึ) เบา ๆ ตอนท้าย

👉🏻 “-ei” เช่น eight, weight, freight
(อ่าน เอทฺ, เวทฺ, เฟรทฺ)

👉🏻 “-ey” เช่น hey, they, survey, prey
(อ่าน เฮยฺ, เธยฺ, เซอ-เฟยฺ, เพรยฺ)

👉🏻 “-ea” เช่น great, break, steak
(เกรทฺ, เบรคฺ, สเตคฺ)
*คำว่า steak ต้องอ่านลากเสียงยาว ๆ เป็นสระเอถูกแล้วนะ (แม้ในภาษาไทยจะใช้สระเอะแบบสั้น ๆ ก็ตาม)
_______________

ข้อควรระวัง: บางคำอาจจะสะกดแบบนี้ แต่ไม่ใช่สระเอแต่เป็น "สระเอะ" (short A) แบบสั้น ๆ เช่น “said” สะกดด้วย  -ai ก็จริง แต่อ่าน “เซ็ด” (sed) แบบสั้น ๆ ไม่ใช่เซด หรือ “head” ที่อ่าน “เฮ็ด” (hed) แบบสั้น ๆ ไม่ใช่เฮด

หรือบางครั้งมันก็กลายเป็นสระอื่นไปเลย เช่น “leak” สะกดด้วย -ea ก็จริง แต่เป็นสระอี (long E) อ่าน “ลีค” ไม่ใช่ เลค

ให้เราเริ่มสังเกตการสะกดทับซ้อนกันแบบนี้ด้วย (ในส่วนนี้ต้องจำเอาในช่วงแรก แต่ไว้ในกระทู้ถัดไปจะรวบรวมข้อยกเว้นที่เจอบ่อย ๆ มาให้ทำความเข้าใจครับ)

วันนี้วันแรก สั้น ๆ เท่านี้ก่อนนะครับ (อ่านทบทวนรอตอนถัดไป)
_______________

"รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน"
JGC. ✌🏻🇬🇧
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่