เมื่อวานผมได้กลับบ้านไปคุยกับคุณอาคนหนึ่ง
อายุประมาณ 70 กว่า
เป็นคนที่ผ่านชีวิตมาเยอะ แต่พูดน้อย และไม่ชอบสอนใคร
ผมเล่าเรื่องปัญหาที่ทำงานให้เขาฟัง
ปัญหาที่ผมแบกไว้ในหัวมานาน
คิดซ้ำ คิดวน จนบางวันมันหนักมาก
เขาฟังเงียบ ๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า
“จริง ๆ แล้วเราไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปัญหานี้เลยนะ
เราแค่บังเอิญไปอยู่ตรงจุดนั้น
ในเวลานั้นพอดี
ซึ่งตอนนี้มันก็ผ่านไปแล้ว
แล้วมันอาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้
ทำใจให้สบาย ๆ ลูก มันผ่านไปแล้ว”
...
ตอนแรกผมก็ฟังเฉย ๆ
แต่พอกลับมานั่งคิดคนเดียว
มันกลับจริงกว่าที่คิด
หลายครั้งเรารับ “ปัญหา” มาเป็นของตัวเอง
ทั้งที่จริง ๆ มันเป็นแค่เหตุการณ์หนึ่ง
ในช่วงเวลาหนึ่ง
ที่เราไปยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
แต่พอเวลาผ่านไป
เหตุการณ์จบแล้ว
เรากลับยังแบกมันไว้เอง
ผมไม่ได้บอกว่าวิธีนี้ใช้ได้กับทุกคน
หรือทุกสถานการณ์
แค่รู้สึกว่า…มุมมองจากคนที่ผ่านชีวิตมาไกล
บางทีมันช่วยให้ใจเราเบาลงได้จริง ๆ
เลยอยากเอามาเล่าเผื่อใครกำลังแบกอะไรอยู่เหมือนกันครับ
มุมมองจากคนอายุ70+ ที่ทำให้คน40+ อย่างผมเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น
อายุประมาณ 70 กว่า
เป็นคนที่ผ่านชีวิตมาเยอะ แต่พูดน้อย และไม่ชอบสอนใคร
ผมเล่าเรื่องปัญหาที่ทำงานให้เขาฟัง
ปัญหาที่ผมแบกไว้ในหัวมานาน
คิดซ้ำ คิดวน จนบางวันมันหนักมาก
เขาฟังเงียบ ๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า
“จริง ๆ แล้วเราไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปัญหานี้เลยนะ
เราแค่บังเอิญไปอยู่ตรงจุดนั้น
ในเวลานั้นพอดี
ซึ่งตอนนี้มันก็ผ่านไปแล้ว
แล้วมันอาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้
ทำใจให้สบาย ๆ ลูก มันผ่านไปแล้ว”
...
ตอนแรกผมก็ฟังเฉย ๆ
แต่พอกลับมานั่งคิดคนเดียว
มันกลับจริงกว่าที่คิด
หลายครั้งเรารับ “ปัญหา” มาเป็นของตัวเอง
ทั้งที่จริง ๆ มันเป็นแค่เหตุการณ์หนึ่ง
ในช่วงเวลาหนึ่ง
ที่เราไปยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
แต่พอเวลาผ่านไป
เหตุการณ์จบแล้ว
เรากลับยังแบกมันไว้เอง
ผมไม่ได้บอกว่าวิธีนี้ใช้ได้กับทุกคน
หรือทุกสถานการณ์
แค่รู้สึกว่า…มุมมองจากคนที่ผ่านชีวิตมาไกล
บางทีมันช่วยให้ใจเราเบาลงได้จริง ๆ
เลยอยากเอามาเล่าเผื่อใครกำลังแบกอะไรอยู่เหมือนกันครับ