The Year of Magical Thinking ของ Joan Didion เป็นหนังสือที่ไม่ได้เล่า “ความเศร้า” แต่มันพาให้ผู้อ่านอย่างเราเข้าใจกลไกภายในของความเศร้านั้นจริงๆ
หนังสือเริ่มต้นจากค่ำคืนธรรมดาคืนหนึ่ง ระหว่างที่เธอนั่งกินข้าวกับสามี ก่อนที่เขาจะล้มลงและจากไปอย่างกะทันหัน
“Life changes fast. Life changes in the instant.”
ประโยคเปิดเรียบง่าย แต่รุนแรงมากเพราะในหลายๆครั้ง ในชีวิตของคนเราก็เป็นนี้แบบเสมอ มันพังลงในเสี้ยววินาทีแบบนั้นจริงๆ
สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้พิเศษ ผมคิดว่า Joan Didion เธอไม่ได้ร้องไห้ผ่านตัวหนังสือ แต่เพราะเธอพยายาม “ควบคุม” ความเศร้าตลอดเวลา
เธอ “ชำแหละ” ความเศร้าด้วยสายตาแบบนักเขียนสารคดี เธอพยายามอธิบายความตายด้วยข้อมูลทางการแพทย์ งานวิจัย จิตวิทยา และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ราวกับเชื่อว่า หากเข้าใจทุกอย่างได้มากพอ ความสูญเสียอาจย้อนกลับได้
และตรงนี้เองที่คำว่า “magical thinking” ทำงาน
มนุษย์เราหลายครั้ง รู้ความจริงแล้วแต่หัวใจยังไม่ยอมรับ
และมีอีกสิ่งที่ผมชอบมากคือ เธอไม่ได้เขียนแนวดราม่า ไม่โรแมนติไซซ์ ไม่มีคำปลอบใจสวยๆ ไม่มีบทสรุปว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง
เธอเขียนในฐานะ มนุษย์คนหนึ่งที่พยายามเอาชีวิตรอดจากความสูญเสียที่ใหญ่เกินกว่าจิตใจจะรับไหว
สไตล์การเขียนของเธอก็ยอดเยี่ยมมาก ประโยควนซ้ำ ความคิดวนกลับ เหตุการณ์เดิมถูกเล่าอีกครั้ง เหมือนจะงงๆ
ตอนแรกอาจรู้สึกว่า ทำไมหนังสือไม่เดินหน้า ไม่เป็นเส้นตรง ไม่มีลำดับขั้นเหตุการณ์ 123..
แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จึงเข้าใจว่า ความเศร้าก็เป็นแบบนั้น มันไม่เคยเดินเป็นเส้นตรง มันวกวนเหมือนคลื่น
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนวิธี “ก้าวผ่าน” ความสูญเสียแต่มันกำลังบอกเราว่า บางความสูญเสียอาจไม่มีวันหายไปจริงๆ
เราทำได้เพียงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างอ่อนโยนที่สุด เพราะวันหนึ่ง วันที่เราได้สัมผัสกับความสูญเสียต้องมาถึงแน่ๆ
“การแต่งงานไม่ใช่เพียงการใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคน
แต่มันคือการได้มองเห็นตัวเองผ่านสายตาของคนที่รักเรา
ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เธอมองตัวเองผ่านดวงตาของจอห์นผู้เป็นสามีตลอด และในดวงตาคู่นั้น เธอไม่เคยแก่ลงเลย
จนกระทั่งวันที่เขาจากไป“
อ่านมาถึงประโยคนี้ ยอมรับว่าก็จุกอกอยู่เหมือนกัน เพราะในสายตาของผม ภรรยา เธอก็สวยที่สุดแล้ว ไม่มีใครเทียบเท่าครับ…สรุปจบรีวิวแบบนี้แล้วกันครับ 555
ริฎวาน ศอลิห์วงศ์สกุล
รีวิวหนังสือ The Year of Magical Thinking ของ Joan Didion
หนังสือเริ่มต้นจากค่ำคืนธรรมดาคืนหนึ่ง ระหว่างที่เธอนั่งกินข้าวกับสามี ก่อนที่เขาจะล้มลงและจากไปอย่างกะทันหัน
“Life changes fast. Life changes in the instant.”
ประโยคเปิดเรียบง่าย แต่รุนแรงมากเพราะในหลายๆครั้ง ในชีวิตของคนเราก็เป็นนี้แบบเสมอ มันพังลงในเสี้ยววินาทีแบบนั้นจริงๆ
สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้พิเศษ ผมคิดว่า Joan Didion เธอไม่ได้ร้องไห้ผ่านตัวหนังสือ แต่เพราะเธอพยายาม “ควบคุม” ความเศร้าตลอดเวลา
เธอ “ชำแหละ” ความเศร้าด้วยสายตาแบบนักเขียนสารคดี เธอพยายามอธิบายความตายด้วยข้อมูลทางการแพทย์ งานวิจัย จิตวิทยา และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ราวกับเชื่อว่า หากเข้าใจทุกอย่างได้มากพอ ความสูญเสียอาจย้อนกลับได้
และตรงนี้เองที่คำว่า “magical thinking” ทำงาน
มนุษย์เราหลายครั้ง รู้ความจริงแล้วแต่หัวใจยังไม่ยอมรับ
และมีอีกสิ่งที่ผมชอบมากคือ เธอไม่ได้เขียนแนวดราม่า ไม่โรแมนติไซซ์ ไม่มีคำปลอบใจสวยๆ ไม่มีบทสรุปว่าเวลาจะเยียวยาทุกอย่าง
เธอเขียนในฐานะ มนุษย์คนหนึ่งที่พยายามเอาชีวิตรอดจากความสูญเสียที่ใหญ่เกินกว่าจิตใจจะรับไหว
สไตล์การเขียนของเธอก็ยอดเยี่ยมมาก ประโยควนซ้ำ ความคิดวนกลับ เหตุการณ์เดิมถูกเล่าอีกครั้ง เหมือนจะงงๆ
ตอนแรกอาจรู้สึกว่า ทำไมหนังสือไม่เดินหน้า ไม่เป็นเส้นตรง ไม่มีลำดับขั้นเหตุการณ์ 123..
แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จึงเข้าใจว่า ความเศร้าก็เป็นแบบนั้น มันไม่เคยเดินเป็นเส้นตรง มันวกวนเหมือนคลื่น
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนวิธี “ก้าวผ่าน” ความสูญเสียแต่มันกำลังบอกเราว่า บางความสูญเสียอาจไม่มีวันหายไปจริงๆ
เราทำได้เพียงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างอ่อนโยนที่สุด เพราะวันหนึ่ง วันที่เราได้สัมผัสกับความสูญเสียต้องมาถึงแน่ๆ
“การแต่งงานไม่ใช่เพียงการใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคน
แต่มันคือการได้มองเห็นตัวเองผ่านสายตาของคนที่รักเรา
ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เธอมองตัวเองผ่านดวงตาของจอห์นผู้เป็นสามีตลอด และในดวงตาคู่นั้น เธอไม่เคยแก่ลงเลย
จนกระทั่งวันที่เขาจากไป“
อ่านมาถึงประโยคนี้ ยอมรับว่าก็จุกอกอยู่เหมือนกัน เพราะในสายตาของผม ภรรยา เธอก็สวยที่สุดแล้ว ไม่มีใครเทียบเท่าครับ…สรุปจบรีวิวแบบนี้แล้วกันครับ 555
ริฎวาน ศอลิห์วงศ์สกุล