การดูจิต

เรื่อง การดูจิต
สนทนาธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วันที่ 1 ม.ค.69

ผม :  ขอโอกาสเรียนถามพระอาจารย์ครับเวลาเราไปปฏิบัติจน กายดับ ลมหายใจดับเหลือแต่จิตและอุเบกขา บางครั้งอยู่ที่กายเรา อยู่ที่หว่างคิ้วหรือไม่ก็อยู่ที่กลางอก แต่ถ้าบางครั้งจิตสงบมากๆ เหมือนกับว่า จิตหดเล็กพุ่งผ่านรูเข็ม ไปอยู่อีกมิตินึง แยกจิตแยกขันธ์ออกจากกัน มีแต่ความว่างและจิตสว่างไสว เหมือนกับจิตสว่างมากอยู่กลางความว่าง จิตไม่สามารถสัมผัสถึงกายได้เลย อันนี้มันใช่โลกทิพย์ที่พระอาจารย์พูดถึงหรือเปล่าครับ

พระอาจารย์สุชาติ : มันเป็นความสงบ โลกทิพย์มันต้องเป็นพวกอุปจารสมาธิ สงบแล้วต้องมีพลังจะผลักเข้าไปในโลกทิพย์อีกขั้นนึง คนส่วนใหญ่จะเข้าไม่ได้ถ้าไม่มีวาสนา ถ้าไม่เคยฝึกมาก่อนในอดีต คนที่จะเข้าในโลกทิพย์ได้ มีประมาณร้อยละห้า อย่างพระพุทธเจ้าและหลวงปู่มั่นท่านมีอุปจาระสมาธิ พอจิตสงบแล้วมีพลังที่จะทะลุเข้าไปในอีกมิติหนึ่งได้เข้าไปในโลกทิพย์ แต่ของเรานี่เป็นความสงบมัน อยู่ในความสงบยังอยู่ในโลกของจิตอยู่ อยู่ในความสงบของจิตแต่ก็เข้าไปอยู่ในโลกทิพย์เหมือนกัน เป็นโลกทิพย์ที่ยังไม่สามารถติดต่อกับกายทิพย์ได้ แต่ไม่สำคัญ การจะไปเที่ยวที่โลกทิพย์ก็ไม่ทำให้เราหลุดพ้นได้ ถ้าไม่ได้ไปก็ไม่ต้องกังวลไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

ผม  : ถ้าเราไม่สามารถนั่งสมาธิจนจิตสงบถึงขั้นกายดับ ลมหายใจดับได้ ติดอยู่ที่ฌาน 2 ปีติ สุข เราสามารถนำสมาธิระดับนี้มาเจริญวิปัสสนาพิจารณาขันธ์ห้าไม่เที่ยงได้หรือไม่ครับ

พระอาจารย์สุชาติ :  ก็ได้แต่ไม่ขาด มันอาจจะปล่อยไม่ขาด กำลังยังไม่มากพอ แต่ก็สามารถปล่อยได้ในระดับหนึ่ง ต้องพิสูจน์ดูก็แล้วกัน บางทีอาจจะปล่อยได้ ก็ไม่รู้แล้วแต่ แต่ละคน ไม่ได้มีข้อห้ามต้องลองดู แต่ต้องไปทดลองกับของจริง เช่นไปอยู่ในที่ ที่มันน่ากลัวแล้วเราเกิดความรู้สึกกลัวตายขึ้น เราสามารถดับความกลัวตายนั้นได้หรือเปล่า

ผม  : หมายความว่า ควรให้ถึงฌาน 4 ก่อนแล้วค่อยมาวิปัสสนาใช่ไหมครับ

พระอาจารย์สุชาติ  : อย่างนั้นมันจะปลอดภัยกว่า ถ้ายังไม่ถึงฌาน 4 บางทีสติแตกได้

ผม: แล้วบางคนเค้าบอกว่าไม่สามารถภาวนาพุธโทได้หรือไม่สามารถดูลมหายใจเข้า-ออกได้ เค้าไปดูจิตเลย ไปเพ่งที่จิตเลย ผมไม่รู้เหมือนกันว่าดูจิตของเค้า คือ อะไรนะครับ แต่เค้าบอกว่ามันเป็นวิธีการตรง ไม่ต้องผ่านสมาธิ สามารถบรรลุเป็นพระอริยบุคคลได้เลย อันนี้มันมีจริงไหมครับ?

พระอาจารย์สุชาติ  : ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะว่าการจะบรรลุได้ต้องละสังโยชน์ให้ได้ก่อน คือ ละสักกายทิฏฐิ การดูจิตเฉยๆ มันต้องดูอย่างไรล่ะ ดูตอนนี้จิตยึดร่างกายอยู่หรือเปล่า? ถ้าจิตยึดร่างกายอยู่ แล้วสอนให้มันปล่อยได้หรือเปล่า มันต้องมีเหตุมีผล ไม่ใช่นั่งดูเฉยๆ อย่างนั้น มีทุกข์เกิดขึ้นแล้วเราดับมันได้หรือเปล่า เวลาใจเราทุกข์ ถ้าเพ่งดูจิตถ้า เรามีพลังเราก็ต้องหยุดมันได้ ถ้าไม่มี พลังก็หยุดไม่ได้
การดูจิตส่วนใหญ่มันจะต้องผ่านการปล่อยกาย ปล่อยเวทนาก่อน มันถึงจะมีกำลังเข้าไปดูจิตแล้วหยุดจิต ได้อีกทีนึง พระพุทธเจ้า ถึงเรียงลำดับสติปัฏฐาน กาย เวทนา แล้วค่อยจิต ดูกายก่อน แล้วค่อยดูเวทนา แล้วค่อยไปดูจิต

ผม : หมายความว่า ดูลมหายใจจนถึงฌาน 4 ก่อนแล้วค่อย…

พระอาจารย์สุชาติ :  ไปพิจารณาร่างกายก่อน จิตอย่าพึ่งไป พิจารณาร่างกาย ปล่อยร่างกายให้ได้ก่อน แล้วไปปล่อยเวทนาให้ได้ก่อน พอผ่านเวทนาได้ทีนี้ก็จะไปเจอจิต แล้วทีนี้ก็ไปดับความทุกข์ที่จิต ดับกิเลสที่มีอยู่ในจิตอีกทีนึง ในจิตยังมีกิเลส ตัณหาอยู่ ความโลภ โกรธ หลงอยู่

ผม : เพราะฉะนั้นต้องผ่านทีละขั้น คือ กาย ค่อยไปเวทนา ค่อยไปจิต ค่อยไปธรรม ใช่ไหมครับ
พระอาจารย์สุชาติ : นั่นละ
ผม : ครับสาธุครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่