หลังจากพาอาจารย์หมอสมอง ท่านจบเฉพาะทางด้านสมองจากอเมริกาและปฏิบัติสมาธิมากกว่า 30 ปี
มาสนทนาธรรมกับ
ครูบา พ. จบ ดร. วิศวจุฬา มาบวชศึกษาธรรมกับพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ได้ 5 พรรษาแล้ว ตอนเรียน ป เอก ไปศึกษาธรรมกับ หลวงพ่อเกษม วัดเขาวงพระจันทร์
สรุปเป็นธรรมได้ว่า
จิตเป็นผู้สั่งการสมอง ทำให้สมองปล่อยคลื่นต่างๆ ตามระดับความสงบของจิต โดยอาจารย์หมอได้ใช้เครื่องตรวจวัดคลื่นสมองพร้อมการปฏิบัติสมาธิ
ในช่วงที่จิตฟุ้งซ่าน สับสน วุ่นวาย สมองจะปล่อย Beta สภาวะนี้จะไม่สามารถบริกรรม พุทโธ หรือดูลมหายใจเข้า ออกได้ ให้ใช้การ ฟังธรรมหรือการสวดมนต์เพื่อให้จิตสงบ
เมื่อจิตเริ่มสงบ เริ่มเป็นสมาธิ (อุปจารสมาธิ -ฌาน 1) สมองจะปล่อยคลื่น Alpha จากบทสวดมนต์ยาวๆ ให้ปรับเหลือการ บริกรรม พุทโธๆๆๆ ไม่ต้องดูลมหายใจหรือดูลมหายใจเข้า-ออก เข้า พุท ออก โธ
เมื่อจิตเข้าสู่สมาธิลึก (ฌาน 2-3) สมองจะปล่อยคลื่น Theta จิตจะทิ้งคำบริกรรม เหลือแต่ลมหายใจละเอียด เกิด ปีติ สุข ให้ดูการเข้า-ออกของลมหายใจละเอียดที่แผวเบา
เมื่อจิตเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน (ฌาน 4) สมองจะปล่อยคลื่น Delta ลมหายใจจะดับ กายจะดับ เหลือแต่จิตผู้รู้ ให้ใช้สติอยู่กับผู้รู้ไม่ต้องสนใจลมหายใจและกายที่ดับหายไป
เมื่อเข้าสู่ฌาน 4 ละเอียด หรือ อรูปฌาน 1-4 จิตจะแยกออกจากกาย 100% สมองจะหยุดการปล่อยคลื่น
หลวงพ่อเกษม ท่านสอน หลักอภิญญา ให้ครูบา พ. ไว้ว่า
”When source are no emissions, the source becomes an absorption “
หมายความว่า เมื่อจิตและสมองหยุดการปล่อยคลื่น จะเปลี่ยนสถานะจากผู้ปล่อย เป็นผู้รับคลื่นแทน ดังนั้นจึงสามารถรับคลื่นความคิดของผู้อื่น เกิดเป็นอภิญญา หยั่งรู้วาระจิต เกิดตาทิพย์ หูทิพย์ โดยมีดวงกสิณเป็นตัวรับสัญญาณคลื่น
สมาธิและคลื่นสมอง
มาสนทนาธรรมกับ
ครูบา พ. จบ ดร. วิศวจุฬา มาบวชศึกษาธรรมกับพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต ได้ 5 พรรษาแล้ว ตอนเรียน ป เอก ไปศึกษาธรรมกับ หลวงพ่อเกษม วัดเขาวงพระจันทร์
สรุปเป็นธรรมได้ว่า
จิตเป็นผู้สั่งการสมอง ทำให้สมองปล่อยคลื่นต่างๆ ตามระดับความสงบของจิต โดยอาจารย์หมอได้ใช้เครื่องตรวจวัดคลื่นสมองพร้อมการปฏิบัติสมาธิ
ในช่วงที่จิตฟุ้งซ่าน สับสน วุ่นวาย สมองจะปล่อย Beta สภาวะนี้จะไม่สามารถบริกรรม พุทโธ หรือดูลมหายใจเข้า ออกได้ ให้ใช้การ ฟังธรรมหรือการสวดมนต์เพื่อให้จิตสงบ
เมื่อจิตเริ่มสงบ เริ่มเป็นสมาธิ (อุปจารสมาธิ -ฌาน 1) สมองจะปล่อยคลื่น Alpha จากบทสวดมนต์ยาวๆ ให้ปรับเหลือการ บริกรรม พุทโธๆๆๆ ไม่ต้องดูลมหายใจหรือดูลมหายใจเข้า-ออก เข้า พุท ออก โธ
เมื่อจิตเข้าสู่สมาธิลึก (ฌาน 2-3) สมองจะปล่อยคลื่น Theta จิตจะทิ้งคำบริกรรม เหลือแต่ลมหายใจละเอียด เกิด ปีติ สุข ให้ดูการเข้า-ออกของลมหายใจละเอียดที่แผวเบา
เมื่อจิตเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน (ฌาน 4) สมองจะปล่อยคลื่น Delta ลมหายใจจะดับ กายจะดับ เหลือแต่จิตผู้รู้ ให้ใช้สติอยู่กับผู้รู้ไม่ต้องสนใจลมหายใจและกายที่ดับหายไป
เมื่อเข้าสู่ฌาน 4 ละเอียด หรือ อรูปฌาน 1-4 จิตจะแยกออกจากกาย 100% สมองจะหยุดการปล่อยคลื่น
หลวงพ่อเกษม ท่านสอน หลักอภิญญา ให้ครูบา พ. ไว้ว่า
”When source are no emissions, the source becomes an absorption “
หมายความว่า เมื่อจิตและสมองหยุดการปล่อยคลื่น จะเปลี่ยนสถานะจากผู้ปล่อย เป็นผู้รับคลื่นแทน ดังนั้นจึงสามารถรับคลื่นความคิดของผู้อื่น เกิดเป็นอภิญญา หยั่งรู้วาระจิต เกิดตาทิพย์ หูทิพย์ โดยมีดวงกสิณเป็นตัวรับสัญญาณคลื่น