คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 17
ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ ^^
เราไม่เคยมีความรู้เลย ก็ไล่หาข้อมูลต่างๆ ใน internet อยู่เป็นเดือนๆ
โดยเราจะลองเอามากินด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยให้ผู้อาวุโสได้ลอง
ในฐานะมือใหม่ ก็เพิ่งรู้ว่า มันมีปัญหาในระดับโลกเกี่ยวกับน้ำมันมะกอก (ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ เพราะไม่เคยสนใจจะกิน)
ไม่ว่าจะเรื่องการปนเปื้อนสารพิษ ฉลากไม่ชัดเจน แหล่งผลิต การปลอมปนน้ำมันอื่นๆ คุณภาพในการผลิต และอีกจิปาถะ
ยิ่งหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งสับสน 555
แต่ก็ยังดีที่ได้ AI ช่วยประมวลข้อมูลให้ แล้วเราก็รีเช็คแหล่งข้อมูลอีกทีเพื่อความมั่นใจ
เอาเป็นว่า ใครสนใจประเด็นพวกนี้ เราแบ่งปันข้อมูลที่เราได้มานะคะ
แต่อย่ายึดถือว่ามันเป็นความถูกต้อง 100% นะคะ เป็นแค่การค้นหาของเราผ่านการช่วยของ AI ค่ะ
------------------------
เท่าที่หาข้อมูลมา เรื่องประเด็นปัญหาของน้ำมันมะกอก extra virgin (หรือเรียกสั้นๆ ว่า EVOO)
มีหัวข้อหลักดังนี้
1. จากการรายงานผลทดสอบทางห้องปฏิบัติการอิสระ (เช่น Mamavation ในปี 2024-2025)
พบว่าน้ำมันมะกอกส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนสารในกลุ่มพลาสติไซเซอร์ (Phthalates) เช่น DEHP
จากกระบวนการผลิต (เช่น ท่อพลาสติกหรือสายพาน)
2. ต้องดูว่าเป็น Single origin หรือไม่?
ผลิตภัณฑ์ที่มาจาก "แหล่งกำเนิดเดียว" ไม่มีการนำไปผสมกับผลผลิตจากที่อื่น
-----------------------
เราก็ลองใช้เกณฑ์ 5-6 ข้อนี้ แล้วให้ AI ประมวลข้อมูลมาว่า
ในยุโรป ในอเมริกา มีการตรวจวัดผลอะไรเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ ที่พอจะอ้างอิงได้บ้าง
เราก็ได้ตารางเปรียบเทียบมาดังนี้ค่ะ

ค่า "ppb" (parts per billion) อ้างอิงจากการทดสอบ DEHP ของ Mamavation
หมายเหตุ : เค้ามีการทดสอบยี่ห้อที่มีขายทั่วไป หรือเป็นที่นิยมในภูมิภาคนั้นๆ แต่ไม่ได้ทดสอบทุกยี่ห้อนะคะ
เช่น ยี่ห้อที่เรากินอยู่ sabroso ก็ไม่ได้ถูกทดสอบ เป็นต้น ก็เลยไม่มีข้อมูลในบางประเด็น
เพราะฉะนั้น ถ้าใครสนใจ อยากรู้ว่า ยี่ห้อที่ตัวเองกินอยู่ มีผลการทดสอบใน 5-6 ประเด็นนี้ยังไง?
ก็ลอง google ด้วย AI mode ได้ค่ะ
แล้วก็ยี่ห้อพวกนี้ บางยี่ห้อก็ไม่มีขายในไทยค่ะ
--------------------
เราไม่เคยมีความรู้เลย ก็ไล่หาข้อมูลต่างๆ ใน internet อยู่เป็นเดือนๆ
โดยเราจะลองเอามากินด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยให้ผู้อาวุโสได้ลอง
ในฐานะมือใหม่ ก็เพิ่งรู้ว่า มันมีปัญหาในระดับโลกเกี่ยวกับน้ำมันมะกอก (ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ เพราะไม่เคยสนใจจะกิน)
ไม่ว่าจะเรื่องการปนเปื้อนสารพิษ ฉลากไม่ชัดเจน แหล่งผลิต การปลอมปนน้ำมันอื่นๆ คุณภาพในการผลิต และอีกจิปาถะ
ยิ่งหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งสับสน 555
แต่ก็ยังดีที่ได้ AI ช่วยประมวลข้อมูลให้ แล้วเราก็รีเช็คแหล่งข้อมูลอีกทีเพื่อความมั่นใจ
เอาเป็นว่า ใครสนใจประเด็นพวกนี้ เราแบ่งปันข้อมูลที่เราได้มานะคะ
แต่อย่ายึดถือว่ามันเป็นความถูกต้อง 100% นะคะ เป็นแค่การค้นหาของเราผ่านการช่วยของ AI ค่ะ
------------------------
เท่าที่หาข้อมูลมา เรื่องประเด็นปัญหาของน้ำมันมะกอก extra virgin (หรือเรียกสั้นๆ ว่า EVOO)
มีหัวข้อหลักดังนี้
1. จากการรายงานผลทดสอบทางห้องปฏิบัติการอิสระ (เช่น Mamavation ในปี 2024-2025)
พบว่าน้ำมันมะกอกส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนสารในกลุ่มพลาสติไซเซอร์ (Phthalates) เช่น DEHP
จากกระบวนการผลิต (เช่น ท่อพลาสติกหรือสายพาน)
2. ต้องดูว่าเป็น Single origin หรือไม่?
ผลิตภัณฑ์ที่มาจาก "แหล่งกำเนิดเดียว" ไม่มีการนำไปผสมกับผลผลิตจากที่อื่น
โดยในบริบทของน้ำมันมะกอก (EVOO) มีความหมายสำคัญ 3 ด้านดังนี้ :
ความโปร่งใส (Traceability):
มะกอกทั้งหมดถูกปลูก เก็บเกี่ยว และสกัดในพื้นที่ที่ระบุไว้เท่านั้น
เช่น มาจาก กรีซ 100% หรือเจาะจงระดับแคว้นอย่าง Sicily 100% Olive Oil Times อธิบายเรื่องฉลากแหล่งกำเนิด
คุณภาพที่สม่ำเสมอ:
เนื่องจากมาจากดินและสภาพอากาศ (Terroir) เดียวกัน
รสชาติและคุณภาพสารต้านอนุมูลอิสระจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ต่างจากน้ำมันแบบ Blend ที่มักผสมน้ำมันจากหลายประเทศ (เช่น Spain + Tunisia + Italy) เพื่อทำราคาให้ถูกลง
ลดความเสี่ยงการปลอมปน:
การระบุแหล่งกำเนิดเดียวช่วยให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายขึ้น
และมักมาพร้อมการรับรองมาตรฐานสากล เช่น DOP (Denominazione di Origine Protetta) หรือ IGP
ซึ่งเป็นตราที่ยืนยันว่าผลิตในพื้นที่นั้นจริงตามกฎหมายยุโรป
3. MOSH / MOAH คือกลุ่มของ "น้ำมันแร่" (Mineral Oil Hydrocarbons)
ที่มักพบปนเปื้อนในอาหารที่มีไขมันสูงอย่างน้ำมันมะกอก (EVOO) โดยมีรายละเอียดและความเสี่ยงดังนี้ :
MOSH (Mineral Oil Saturated Hydrocarbons):
คืออะไร: สารไฮโดรคาร์บอนชนิดอิ่มตัวที่มาจากน้ำมันแร่
ความเสี่ยง: ร่างกายขับออกยากและมักจะไป สะสมในอวัยวะต่างๆ
เช่น ตับ ต่อมน้ำเหลือง และม้าม ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือเนื้อเยื่อเสียหายในระยะยาวได้
ตามรายงานของ EFSA (European Food Safety Authority)
MOAH (Mineral Oil Aromatic Hydrocarbons):
คืออะไร: สารไฮโดรคาร์บอนชนิดอะโรมาติก
ความเสี่ยง: น่ากลัวกว่า MOSH เพราะถูกจัดเป็นสารที่อาจ ก่อมะเร็ง (Carcinogenic)
และทำลายพันธุกรรม (Mutagenic) โดยสหภาพยุโรปพยายามกำหนดเกณฑ์ให้ตรวจพบในอาหาร "น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้"
(As Low As Reasonably Achievable)
สารเหล่านี้หลุดเข้ามาใน EVOO ได้อย่างไร?
เครื่องจักรเก็บเกี่ยว: ควันเสียจากรถแทรกเตอร์หรือน้ำมันหล่อลื่นที่รั่วซึมจากเครื่องเขย่าต้นมะกอก
กระบวนการผลิต: การใช้ท่อส่งหรือสายพานที่มีการใช้น้ำมันหล่อลื่นเกรดอุตสาหกรรม (แทนที่จะเป็น Food Grade)
บรรจุภัณฑ์: หมึกพิมพ์หรือกาวจากกล่องกระดาษรีไซเคิลที่ใช้ขนส่ง หรือสารเคมีจากฝาขวด Foodwatch รายงานเรื่องการปนเปื้อนในอาหาร
4. Pesticides (ยาฆ่าแมลง)
5. PAHs (สารก่อมะเร็ง) (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) คือกลุ่มสารพิษที่เกิดจากการ เผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ของสารอินทรีย์
-----------------------
เราก็ลองใช้เกณฑ์ 5-6 ข้อนี้ แล้วให้ AI ประมวลข้อมูลมาว่า
ในยุโรป ในอเมริกา มีการตรวจวัดผลอะไรเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ ที่พอจะอ้างอิงได้บ้าง
เราก็ได้ตารางเปรียบเทียบมาดังนี้ค่ะ

ค่า "ppb" (parts per billion) อ้างอิงจากการทดสอบ DEHP ของ Mamavation
ค่า MOSH/MOAH/PAHs อ้างอิงจากรายงานเชิงคุณภาพของ Öko-Test และ 60 Millions de Consommateurs ในยุโรป
*การพบสารในยี่ห้อใหญ่ของยุโรปอาจแตกต่างกันไปในแต่ละล็อตการผลิตและประเทศที่จำหน่าย
---------------------------------หมายเหตุ : เค้ามีการทดสอบยี่ห้อที่มีขายทั่วไป หรือเป็นที่นิยมในภูมิภาคนั้นๆ แต่ไม่ได้ทดสอบทุกยี่ห้อนะคะ
เช่น ยี่ห้อที่เรากินอยู่ sabroso ก็ไม่ได้ถูกทดสอบ เป็นต้น ก็เลยไม่มีข้อมูลในบางประเด็น
เพราะฉะนั้น ถ้าใครสนใจ อยากรู้ว่า ยี่ห้อที่ตัวเองกินอยู่ มีผลการทดสอบใน 5-6 ประเด็นนี้ยังไง?
ก็ลอง google ด้วย AI mode ได้ค่ะ
แล้วก็ยี่ห้อพวกนี้ บางยี่ห้อก็ไม่มีขายในไทยค่ะ
--------------------
ถ้าดูจากตาราง ก็จะมีบางยี่ห้อ หาซื้อได้ในไทย ก็จะมีข้อดีข้อด้อย ต่างกันไปบ้างในบางจุด
บางยี่ห้อ ไม่มีขายตามห้างร้าน แต่ก็พอจะสั่งซื้อทาง internet ได้อยู่
สำหรับตัวเรา เราก็ต้องชั่งใจดูค่ะ เช่น ความปลอดภัยในหลายด้านที่มากขึ้น เทียบกับราคาที่แพงขึ้น
ถ้าเราคิดว่า เราสู้ไหว เราก็ลองดูค่ะ เพราะเราห่วงความ sensitive ต่อผู้อาวุโสที่บ้านมากๆ ก็เลยต้องคิดหนักหน่อย
แต่ถ้าใครอยากได้คุณภาพกลางๆ ราคากลางๆ ก็มีให้เลือกอยู่ไม่น้อยค่ะ
เอาเป็นว่า ถือเป็นข้อมูลบางแง่มุมนะคะ อย่าเชื่อถือมันทั้งหมด และควรหาข้อมูลเพิ่มเติมดูค่ะ
บางยี่ห้อ ไม่มีขายตามห้างร้าน แต่ก็พอจะสั่งซื้อทาง internet ได้อยู่
สำหรับตัวเรา เราก็ต้องชั่งใจดูค่ะ เช่น ความปลอดภัยในหลายด้านที่มากขึ้น เทียบกับราคาที่แพงขึ้น
ถ้าเราคิดว่า เราสู้ไหว เราก็ลองดูค่ะ เพราะเราห่วงความ sensitive ต่อผู้อาวุโสที่บ้านมากๆ ก็เลยต้องคิดหนักหน่อย
แต่ถ้าใครอยากได้คุณภาพกลางๆ ราคากลางๆ ก็มีให้เลือกอยู่ไม่น้อยค่ะ
เอาเป็นว่า ถือเป็นข้อมูลบางแง่มุมนะคะ อย่าเชื่อถือมันทั้งหมด และควรหาข้อมูลเพิ่มเติมดูค่ะ
5-6 ประเด็นที่ควรระวังเหล่านี้ เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ
ก็ใช้การหาข้อมูลในเน็ตไปเรื่อยๆ ก็พบว่า มันมีประเด็นปัญหาอยู่ประมาณนี้
ส่วนปัญหาปลีกย่อยอื่นๆ เช่น ขวดแก้วหรือขวดพลาสติก มันก็พิจารณาได้ไม่ยากนัก
หรือขวดทึบแสง VS ขวดใส
หรือ วันหมดอายุ หรือสารอาหารต่างๆ หรือฉลากระบุรายละเอียดไม่ชัดเจน ฯลฯ
......อะไรพวกนี้ มันเป็นเรื่องที่พอจะมองตรวจเช็คได้ด้วยตาเปล่าค่ะ
ใครมีประเด็นอะไรเพิ่มเติม ก็มาแนะนำเราได้ค่ะ
ก็ใช้การหาข้อมูลในเน็ตไปเรื่อยๆ ก็พบว่า มันมีประเด็นปัญหาอยู่ประมาณนี้
ส่วนปัญหาปลีกย่อยอื่นๆ เช่น ขวดแก้วหรือขวดพลาสติก มันก็พิจารณาได้ไม่ยากนัก
หรือขวดทึบแสง VS ขวดใส
หรือ วันหมดอายุ หรือสารอาหารต่างๆ หรือฉลากระบุรายละเอียดไม่ชัดเจน ฯลฯ
......อะไรพวกนี้ มันเป็นเรื่องที่พอจะมองตรวจเช็คได้ด้วยตาเปล่าค่ะ
ใครมีประเด็นอะไรเพิ่มเติม ก็มาแนะนำเราได้ค่ะ
-----------------------------
บางภูมิภาค บางหน่วยงาน ก็มีการทดสอบในบางหัวข้อ และในบางแบรนด์
แต่มันไม่ใช่การเอาแบรนด์ทั้งหมด มาทดสอบในทุกหัวข้อที่สำคัญ
แล้วก็ไม่ได้มีการเปิดเผยผลทดสอบอย่างโปร่งใสในทุกเรื่อง
หรือมาตรการ เกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน ก็มีความเข้มงวดต่างกันไป
....และอีกหลายปัจจัยค่ะ
รู้ข้อมูลไว้ แล้วก็ไม่ต้องถึงกับเคร่งเครียดมากไปนะคะ^^
เพราะมันก็จะมีอีกหลายเรื่องเลยที่ควบคุมได้ลำบาก
ทำให้มีการปนเปื้อนสารพิษอะไรได้อยู่ มันไม่ง่ายที่จะเจอยี่ห้อไหนที่สมบูรณ์แบบไปหมด
มันไม่ง่ายที่จะสืบสาวไปได้หมดจด!!
เอาเป็นว่า สำหรับผู้ที่ทานเพื่อสุขภาพ สิ่งนึงที่น่าจะช่วยได้บ้าง คือ
หาโอกาสตรวจสุขภาพเพื่อวัดค่า วัดผลอะไรต่างๆ เพื่อพิจารณาดูว่า
การที่เราบริโภคอะไรประจำ ต่อเนื่องในระยะเวลานึง แล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงในการตรวจวัดค่าต่างๆ
หรือ เบื้องต้น ก็สังเกตอาการผิดปกติด้วยตัวเองก่อนก็ได้
ย้ำว่า ถ้าจะกินอะไรอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ
เพราะบางอย่าง อาจจะต้องมีการพัก มีการหยุดบ้าง
ถ้ากินต่อเนื่องนานๆ โดยไม่มีการหยุดบ้าง อาจจะมีผลเสียได้ค่ะ
และร่างกายแต่ละคน ตอบสนองต่อสารอาหารต่างๆ ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ
สิ่งที่ดีกับคนอื่น อาจจะไม่เหมาะกับตัวเราเองก็ได้ค่ะ ต้องรอบคอบมากๆ
แต่มันไม่ใช่การเอาแบรนด์ทั้งหมด มาทดสอบในทุกหัวข้อที่สำคัญ
แล้วก็ไม่ได้มีการเปิดเผยผลทดสอบอย่างโปร่งใสในทุกเรื่อง
หรือมาตรการ เกณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน ก็มีความเข้มงวดต่างกันไป
....และอีกหลายปัจจัยค่ะ
รู้ข้อมูลไว้ แล้วก็ไม่ต้องถึงกับเคร่งเครียดมากไปนะคะ^^
เพราะมันก็จะมีอีกหลายเรื่องเลยที่ควบคุมได้ลำบาก
ทำให้มีการปนเปื้อนสารพิษอะไรได้อยู่ มันไม่ง่ายที่จะเจอยี่ห้อไหนที่สมบูรณ์แบบไปหมด
มันไม่ง่ายที่จะสืบสาวไปได้หมดจด!!
เอาเป็นว่า สำหรับผู้ที่ทานเพื่อสุขภาพ สิ่งนึงที่น่าจะช่วยได้บ้าง คือ
หาโอกาสตรวจสุขภาพเพื่อวัดค่า วัดผลอะไรต่างๆ เพื่อพิจารณาดูว่า
การที่เราบริโภคอะไรประจำ ต่อเนื่องในระยะเวลานึง แล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงในการตรวจวัดค่าต่างๆ
หรือ เบื้องต้น ก็สังเกตอาการผิดปกติด้วยตัวเองก่อนก็ได้
ย้ำว่า ถ้าจะกินอะไรอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ
เพราะบางอย่าง อาจจะต้องมีการพัก มีการหยุดบ้าง
ถ้ากินต่อเนื่องนานๆ โดยไม่มีการหยุดบ้าง อาจจะมีผลเสียได้ค่ะ
และร่างกายแต่ละคน ตอบสนองต่อสารอาหารต่างๆ ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ
สิ่งที่ดีกับคนอื่น อาจจะไม่เหมาะกับตัวเราเองก็ได้ค่ะ ต้องรอบคอบมากๆ
แสดงความคิดเห็น
น้ำมันมะกอก extra virgin จะดูของแท้ด้วยวิธีใด?
ว่าจะเอามาลองกินสดๆ สำหรับตัวเอง และผสมกับอาหารให้ผู้ใหญ่ที่บ้านทาน
ไม่ได้เน้นอร่อย แต่เน้นเรื่องสุขภาพค่ะ
แต่พอหาข้อมูลแล้วเจอเรื่องของปลอม เจือปนน้ำมันอื่นๆ ....ฯลฯ เป็นต้น
มีข้อมูลอยู่ไม่น้อยใน internet ยกตัวอย่างเช่น
มีคลิปที่ชื่อว่า "15 FAKE Olive Oil Brands to AVOID at All Costs"
ใครสนใจลองเสิชหาใน youtube ค่ะ
(ซึ่งต้องไปหาทางพิสูจน์ว่าข้อมูลในคลิปนั้น มันจริงหรือเท็จมากน้อยยังไง?)
ก็เลยสงสัยว่า ที่มันเป็นปัญหา คือ อะไร..ยังไง?? ในรายละเอียด
1. แบรนด์ดูดีจากอิตาลี หรือ สเปน หรือ อื่นๆ
โดยซื้อจากร้านหรือ supermarket ชั้นนำในไทย
ก็ยังมีความเสี่ยงจะเจอของปลอม หรือของไม่ได้คุณภาพ
เจือปนน้ำมันอื่นๆ อีกหรือ?
2. ปัญหามันซีเรียสแค่ไหน?
เช่น มันก็ไม่ถึงกับเป็นของปลอมซึ่งทำอันตรายให้ร่างกาย
คือ มันมีคุณภาพอยู่พอสมควร แต่ปลอมปนน้ำมันอื่นๆมา
ทำให้ได้คุณภาพไม่เต็ม 100%...ประมาณนี้ใช่มั้ย?
คือ ถ้าเป็นแบบนี้ มันก็ไม่ดีหรอก เป็นการหลอกลวง หมกเม็ด
ถือว่า มันมีคุณภาพไม่เต็มร้อย ไม่ตรงตามที่อ้างไว้
แต่คงไม่ถึงกับสร้างโทษใช่มั้ย?
เพราะก็เห็นแบรนด์เหล่านี้ขายในห้างร้านชั้นนำของไทยทั่วไป
ทำให้สงสัยว่า คุณภาพสินค้าและการคุมเข้มเพื่อผู้บริโภค มันแย่ขนาดนี้เลยเหรอคะ?
ตั้งแต่ต้นทางของประเทศผู้ผลิต...ยันถึงปลายทางเลยหรือ?
3. ใครมีคำแนะนำยังไงคะ มีวิธีตรวจสอบยังไง
หรือ จะแนะนำแบรนด์ที่ไว้ใจได้ หรืออื่นๆ
ใครอยากแนะนำยี่ห้ออะไร ที่หาซื้อในไทยได้ไม่ยุ่งยากนัก ก็ยินดีนะคะ
หรือจะหลังไมค์ก็ได้ค่ะ
4. ข้อสรุปในเบื้องต้นสำหรับเรา คือ
ในยุค internet ข้อมูลต่างๆ มันเยอะมากๆ ค่ะ
บางเรื่องก็ยากมากที่จะพิสูจน์ว่าอะไรมันจริงเท็จแค่ไหน?
เราก็ลองใช้วิธีสืบค้น หรือสอบถามจากผู้มีประสบการณ์ตรง
เช่น นาย A กินยี่ห้อนี้ มานานพอสมควร (6-12 เดือน)
แล้วมีการไปตรวจผล วัดค่าอะไร แล้วเห็นผลดีขึ้น
คืออย่างน้อย ถ้ายี่ห้อนั้นผสมน้ำมันอื่นเจือปนไปด้วย
ก็ยังพอสันนิษฐานได้ว่า มันก็ยังไม่ได้สร้างโทษอะไรมากนัก เป็นต้น
ซึ่งแน่นอนค่ะว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ที่ผู้บริโภคธรรมดา ซึ่งไม่ใช่ผู้ชำนาญเฉพาะด้าน
จะไปหาทางตรวจสอบเรื่องพวกนี้ !!
เราก็ได้แต่ลองตรวจสอบ "เท่าที่พอจะทำได้"
เช่น สอบถามกับบุคคลทั่วไป หรือหาข้อมูลในเน็ตว่า
ใครได้กินยี่ห้อไหนต่อเนื่องเป็นเวลาพอสมควร แล้วมีผลยังไงบ้าง?
5 ส่วนวิธีทดสอบน้ำมันปลอมปนมีหลายวิธี
เช่น บางคนบอกว่า ให้เอาไปแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาทิ้งไว้ 1 คืน
ถ้ามันเป็นไข ก็แสดงว่า มันเป็นของแท้ หรือมีน้ำมันอื่นเจือปนน้อย อะไรประมาณนั้น
เราก็ไม่รู้ว่ามันได้ผลจริงหรือ?
เพราะเราลองทำดูกับแบรนด์จากสเปนที่เราซื้อมาจากห้างชั้นนำ มันก็ไม่เป็นไขค่ะ 555
6. เอาเป็นว่า ใครจะจบที่ซื้อของมียี่ห้อ...ดูน่าเชื่อถือ จากตปท.
ซื้อตามร้านค้าที่น่าเชื่อถือในประเทศไทย ก็ได้ค่ะ
เพราะนี่มันก็สุดวิสัยที่ผู้บริโภคทั่วไปจะทำได้ค่ะ
และเราก็อยากให้มันจบแค่ตรงนี้ ไม่เคยคิดว่ามันจะมีความวุ่นวายอะไรนักกับการซื้อน้ำมันมะกอก extra virgin 555
ส่วนใครมีข้อมูลลึกกว่านั้น ก็มาแบ่งปันกันได้ค่ะ
เพราะเราอยากให้ผู้สูงวัยที่บ้านทานดู ก็อยากเลือกที่มันมีประโยชน์แท้จริงค่ะ
ขอบคุณค่ะ^^