เนื้อหาจากข่าวโดยสรุป
กระแสในโซเชียลมีเดียมีการแชร์ว่าการดื่มมัตจะทุกวัน อาจเสี่ยงต่อมะเร็ง ปัญหาตับ ความดันโลหิตสูง และลดการดูดซึมธาตุเหล็ก
โคแฟคตรวจสอบ
รองศาสตราจารย์ ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ประจำหลักสูตรโภชนาการและการกำหนดอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมพูดคุย ประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลเกี่ยวกับกระแสการดื่มมัตจะะทุกวัน โดยมีคำถามว่า
การบริโภคชาเขียวมัตจะในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ? ในรายการ “โคแฟคสนทนา รวมพลคนเช็กข่าว”
รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อธิบายถึงประโยชน์และความเสี่ยงของมัตจะ โดยระบุว่า มัตจะแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปเพราะใช้ใบชาทั้งใบที่บดละเอียด ทำให้มีปริมาณสารสำคัญ เช่น EGCG (สารต้านอนุมูลอิสระ) และกาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวทั่วไปถึงสองเท่า การศึกษาบางชิ้นในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองชี้ว่า EGCG อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ยังไม่มีงานวิจัยในมนุษย์ที่ยืนยันผลชัดเจน 100% ในทางกลับกัน การบริโภค EGCG เกิน 800 มิลลิกรัมต่อวัน ตามที่หน่วยงานในยุโรปกำหนด อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
อาจารย์วันทนีย์แนะนำว่า เพื่อความปลอดภัย ควรจำกัดการดื่มมัตจะไม่เกินวันละ 1 แก้ว (ขนาด 16 ออนซ์หรือน้อยกว่า) โดยเฉพาะมัตจะที่มีคุณภาพสูงอาจมี EGCG สูงถึง 400-500 มิลลิกรัมต่อแก้วขนาด 16-22 ออนซ์
อาจารย์ยังเตือนถึงปริมาณกาเฟอีนที่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับ และสารแทนนินในมัตจะที่อาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีประจำเดือน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางมากกว่าผู้ชาย
สำหรับกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงมัตจะ อาจารย์วันทนีย์ระบุว่า ผู้ที่แพ้กาเฟอีน ผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน (ยาละลายลิ่มเลือด) เนื่องจากมัตจะมีวิตามินเคสูง ซึ่งอาจรบกวนการทำงานของยา เธอแนะนำให้ดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและสลับกับเครื่องดื่มอื่น เพื่อความหลากหลายและลดความเสี่ยงจากการบริโภคมากเกินไป
สุชัย เจริญมุขยนันท ผู้ดเนินรายการ ถามถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดื่ม ซึ่งอาจารย์แนะนำว่า ควรดื่มหลังอาหาร 2 ชั่วโมงเพื่อลดการรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก และหลีกเลี่ยงการดื่มหลังบ่าย หากกังวลเรื่องการนอนหลับ เขายังสอบถามถึงทางเลือกอื่นๆ ซึ่งอาจารย์เผยว่า ส่วนตัวชอบชาไทยหวานน้อยหรือโยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี่ปั่นเป็นครั้งคราว โดยเน้นความหลากหลายในเครื่องดื่ม
สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง COFACT ปิดท้ายด้วยการเตือนว่า กระแสโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ และแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว พร้อมฝากถึงผู้ชมให้บริโภคอย่างพอดีเพื่อประหยัดทั้งสุขภาพและกระเป๋าสตางค์
รายการนี้สรุปว่า การดื่มมัตจะทุกวันในปริมาณน้อยไม่ก่อให้เกิดอันตรายที่ชัดเจน แต่ไม่จำเป็นต้องดื่มทุกวัน และควรบริโภคอย่างหลากหลายเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและควบคุมค่าใช้จ่าย
โคแฟคเช็คข่าว "การบริโภคชาเขียวมัตจะในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ?"
โคแฟคตรวจสอบ
รองศาสตราจารย์ ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ประจำหลักสูตรโภชนาการและการกำหนดอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมพูดคุย ประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลเกี่ยวกับกระแสการดื่มมัตจะะทุกวัน โดยมีคำถามว่า การบริโภคชาเขียวมัตจะในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ? ในรายการ “โคแฟคสนทนา รวมพลคนเช็กข่าว”