[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เมื่อไม่นานนัก หันมาสนใจเรื่องโภชนาการมากขึ้นค่ะ
เพื่อผู้อาวุโสที่บ้าน และเอามาทดลองใช้กับตัวเองด้วย
ก็หาข้อมูลต่างๆ ในเน็ต จากหมอ ผู้รู้ นักวิชาการ องค์กรอะไรต่างๆ
รวมถึงใช้ AI เพื่อช่วยประมวลข้อมูลดู
แล้วก็ตรวจเช็คแหล่งข้อมูลต่างๆ ดู (เพราะ AI ก็ประมวลข้อมูลผิดพลาดอยู่เรื่อยๆ 55)
ก็พบว่า อาหารอะไรต่างๆ ที่เน้นเรื่องสารอาหารดีๆ มีประโยชน์เยอะๆ
ไม่ว่าจะสารต้านอนุมูลอิสระ superfoods อะไรต่างๆ
... มันจะมีสารที่ให้โทษอย่างนึงที่ติดมาด้วย คือ Oxalate
ซึ่งเชื่อว่า หลายท่านคงรู้จักมันดีอยู่แล้ว
ซึ่งกรณีนี้ มันอยู่ในพืชผักที่คนเรากินนั่นแหละค่ะ
Oxalate เป็นสารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์โดยตรง
แต่เป็นสารที่พืชสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง
และมักถูกจัดเป็น "สารขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร" (Anti-nutrient)
เนื่องจากสามารถจับกับแคลเซียมแล้วกลายเป็นผลึกที่ร่างกายนำไปใช้ไม่ได้
โทษของมัน ก็เช่น ทำให้เกิดความเสี่ยงของนิ่วในไต / ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม เป็นต้น
อาหารที่มี oxalate สูงหรือปานกลางหรือน้อย ก็สามารถเช็คได้ในเน็ตค่ะ
แต่หลายอย่างที่มีสารอาหารอันมีประโยชน์สูง ก็จะมี oxalate สูงไปด้วย
คือ มันมาพร้อมกัน ทั้งคุณและโทษ
ซึ่งจำนวนไม่น้อยก็เป็นอาหารยอดนิยมของผู้คน
บางอย่างก็เป็นที่นิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพ
พวกถั่ว ผัก ธัญพืชต่างๆ เช่น
ผักโขม (Spinach)
เมล็ดเจีย (Chia Seeds):
คีนัว (Quinoa)
บีทรูท (Beets)
อัลมอนด์ (Almonds)
เบอร์รี่บางชนิด
โกโก้และดาร์กช็อกโกแลต
มันหวาน มันเทศ มันญี่ปุ่น
มัทฉะ และอื่นๆ อีกเยอะ
-------------------
คำแนะนำแบบกว้างๆ ที่ได้มา คือ
- ทำให้สุก: การต้มหรือลวกผักแล้วเทน้ำทิ้งสามารถช่วยลดปริมาณออกซาเลตได้
- กินคู่กับแคลเซียม: เช่น การกินผักโขมคู่กับชีส หรือดื่มนมหลังกินถั่ว
เพื่อให้ออกซาเลตจับกับแคลเซียมในทางเดินอาหารและถูกขับออกทางอุจจาระแทนที่จะไปที่ไต
คือประเด็นนี้ เราก็กำลังสนใจอยู่ เพราะเรากินมัทฉะ 1-2 ช้อนชาเพียวๆ ไม่ผสม ทุกวัน
พอรู้ว่ามัทฉะมันมี oxalate สูง ก็เลยจะหาทางกินพร้อมกับนมวัว หรือโยเกิร์ต หรือนมถั่วเหลืองไฮแคลเซี่ยม
หรืออะไรที่มีแคลเซี่ยมมากพอ
หลักการคือ ต้องการให้มีแคลเซี่ยมเข้าไปจับกับ oxalate ในทางเดินอาหาร ก่อนที่จะถูกส่งไปที่ไต
ถ้ากินไปพร้อมๆ กัน หรือกินเข้าไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่เกิน 30 นาที
แคลเซี่ยมจะไปจับกับ oxalate ในทางเดินอาหาร และไม่ถูกส่งไปที่ไต
แต่จะถูกขับออกทางอุจจาระ
มันก็คือ การเอาแคลเซี่ยมเข้าไปช่วยจับกับ oxalate เพื่อขับทิ้งออกไป
ซึ่งหมายความว่า มื้อนั้น คุณยอมสละแคลเซี่ยมส่วนนั้น ที่จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างคุณ
แต่ยอมเสียแคลเซี่ยมนั้นไปเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ
(ลองหาทางคำนวณดูค่ะ เราลองให้ AI ช่วยคำนวณให้ว่า
อาหารอะไร ปริมาณ oxalate แค่ไหน แล้วถ้ากินนมหรือโยเกิร์ต จะได้แคลเซี่ยมเท่าไหร่
แล้วไปหักลบกันได้ผลอะไรยังไง...ฯลฯ)
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ช่วยลดความเข้มข้นของปัสสาวะและลดการก่อตัวของนิ่ว
อาจจะวันนึง 2.5-3 ลิตรขึ้นไป
- ถ้าได้กินอาหารที่มี oxalate สูง ก็หลีกเลี่ยงเกลือและโปรตีนสัตว์ในมื้อถัดไป
เพราะมันจะไปกระตุ้นให้ไตส่งแคลเซี่ยมออกมามากขึ้นในปัสสาวะ ทำให้เสี่ยงจะเกิดนิ่วในไตได้มากขึ้น
นี่แค่ยกตัวอย่างทางออกมาแค่บางส่วนนะคะ
มีบางทางเลือกที่เราก็ยังไม่แน่ใจ เช่น การกินผักผลไม้ที่มี โพแทสเซียม หรือ ซิเทรต
เช่น ส้ม มะนาว กล้วยหอม เพื่อไปยับยั้งการก่อตัวของนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในทางเดินปัสสาวะ
------------
ถือเป็นแค่ข้อมูลคร่าวๆ เพื่อจุดประกายใครที่สนใจเรื่องนี้
ควรไปหาข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ นี่แค่บางส่วนค่ะ อย่าเชื่อถือหรือปักใจเชื่อง่ายๆ นะคะ
นิ่วในไต และ อาหารที่มี oxalate
อาหารที่มี oxalate สูงหรือปานกลางหรือน้อย ก็สามารถเช็คได้ในเน็ตค่ะ
แต่หลายอย่างที่มีสารอาหารอันมีประโยชน์สูง ก็จะมี oxalate สูงไปด้วย
คือ มันมาพร้อมกัน ทั้งคุณและโทษ ซึ่งจำนวนไม่น้อยก็เป็นอาหารยอดนิยมของผู้คน
บางอย่างก็เป็นที่นิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพ
พวกถั่ว ผัก ธัญพืชต่างๆ เช่น
- ทำให้สุก: การต้มหรือลวกผักแล้วเทน้ำทิ้งสามารถช่วยลดปริมาณออกซาเลตได้
- กินคู่กับแคลเซียม: เช่น การกินผักโขมคู่กับชีส หรือดื่มนมหลังกินถั่ว
เพื่อให้ออกซาเลตจับกับแคลเซียมในทางเดินอาหารและถูกขับออกทางอุจจาระแทนที่จะไปที่ไต
คือประเด็นนี้ เราก็กำลังสนใจอยู่ เพราะเรากินมัทฉะ 1-2 ช้อนชาเพียวๆ ไม่ผสม ทุกวัน
พอรู้ว่ามัทฉะมันมี oxalate สูง ก็เลยจะหาทางกินพร้อมกับนมวัว หรือโยเกิร์ต หรือนมถั่วเหลืองไฮแคลเซี่ยม
หรืออะไรที่มีแคลเซี่ยมมากพอ
หลักการคือ ต้องการให้มีแคลเซี่ยมเข้าไปจับกับ oxalate ในทางเดินอาหาร ก่อนที่จะถูกส่งไปที่ไต
ถ้ากินไปพร้อมๆ กัน หรือกินเข้าไปในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่เกิน 30 นาที
แคลเซี่ยมจะไปจับกับ oxalate ในทางเดินอาหาร และไม่ถูกส่งไปที่ไต
แต่จะถูกขับออกทางอุจจาระ
มันก็คือ การเอาแคลเซี่ยมเข้าไปช่วยจับกับ oxalate เพื่อขับทิ้งออกไป
ซึ่งหมายความว่า มื้อนั้น คุณยอมสละแคลเซี่ยมส่วนนั้น ที่จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างคุณ
แต่ยอมเสียแคลเซี่ยมนั้นไปเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ
(ลองหาทางคำนวณดูค่ะ เราลองให้ AI ช่วยคำนวณให้ว่า
อาหารอะไร ปริมาณ oxalate แค่ไหน แล้วถ้ากินนมหรือโยเกิร์ต จะได้แคลเซี่ยมเท่าไหร่
แล้วไปหักลบกันได้ผลอะไรยังไง...ฯลฯ)
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ช่วยลดความเข้มข้นของปัสสาวะและลดการก่อตัวของนิ่ว
อาจจะวันนึง 2.5-3 ลิตรขึ้นไป
- ถ้าได้กินอาหารที่มี oxalate สูง ก็หลีกเลี่ยงเกลือและโปรตีนสัตว์ในมื้อถัดไป
เพราะมันจะไปกระตุ้นให้ไตส่งแคลเซี่ยมออกมามากขึ้นในปัสสาวะ ทำให้เสี่ยงจะเกิดนิ่วในไตได้มากขึ้น
นี่แค่ยกตัวอย่างทางออกมาแค่บางส่วนนะคะ
มีบางทางเลือกที่เราก็ยังไม่แน่ใจ เช่น การกินผักผลไม้ที่มี โพแทสเซียม หรือ ซิเทรต
เช่น ส้ม มะนาว กล้วยหอม เพื่อไปยับยั้งการก่อตัวของนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในทางเดินปัสสาวะ
------------
ถือเป็นแค่ข้อมูลคร่าวๆ เพื่อจุดประกายใครที่สนใจเรื่องนี้
ควรไปหาข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ นี่แค่บางส่วนค่ะ อย่าเชื่อถือหรือปักใจเชื่อง่ายๆ นะคะ