บางอย่างไม่พูดออกมา คนอื่นก็ไม่รู้! (ทำความเข้าใจ Performative verb ในภาษาอังกฤษ)

มาทำความรู้จักกับ “Performative verbs” หรือกริยาแสดงการกระทำกันครับ เป็นหัวข้อแกรมมาร์ระดับ intermediate ที่ควรทำความเข้าใจไว้เลย

ใจความสำคัญคือ... การกระทำบางอย่างต้อง “พูดออกมา” ถึงจะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังทำอยู่ เช่นการให้สัญญา การขอโทษ หรือการตักเตือน

I will behave myself.” (ฉันจะทำตัวดี ๆ)
I promise to behave myself.” (ฉันสัญญาว่าจะทำตัวดี)

สองประโยคนี้ถูกพูดออกมาในบริบทเดียวกัน ด้วยน้ำเสียงเหมือนกัน จากคน ๆ เดียวกัน ทุกอย่างเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ประโยคที่สองเปลี่ยนจากคำว่า ‘will’ เป็น ‘promise to’ 

แต่แค่นั้นก็ทำให้ “ความหนักแน่น” ของข้อความเพิ่มขึ้นหลายเท่าเลย
_______________

ลองมาดูตัวอย่างบริบทเหล่านี้ที่มี “กริยาที่ต้องพูดถึงรู้ว่าทำ“ หรือ performative verbs อยู่ในประโยค (กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ... ถ้าผู้พูดไม่ได้บอกออกมาอย่างชัดเจนว่า "ฉันกำลังทำสิ่งนี้นะ" ก็ยากที่อีกฝ่ายจะรู้ได้)

ฉันขอพนันว่าทีมสีแดงชนะ” (บอกว่าพนัน = กำลังเดิมพัน)
(I'm putting my money on the red team.)

ขอเตือนว่าควรพอแค่นี้” (บอกว่าเตือน = กำลังเตือน)
(I must warn you to be careful.)

ขอประกาศให้ทุกคนทราบว่า...” (บอกว่าประกาศ = กำลังประกาศ)
(I'd like to notify everyone that...)

ผมขอยอมแพ้” (บอกว่ายอมแพ้ = กำลังยอมแพ้)
(I give up!)

"ฉันขอโทษจริง ๆ" (บอกว่าขอโทษ = กำลังขอโทษ)
(I'm truly sorry.)
 
ถ้าตัด performative verb ออกจากประโยคเหล่านี้ ผู้ฟังก็ไม่รู้เจตนาของผู้พูดได้เลย...
“ทีมสีแดง(ต้อง)ชนะ” (ผู้ฟังอาจไม่เข้าใจเจตนาของผู้พูดว่าเขามีส่วนได้ส่วนเสียจากการแพ้ชนะ)
“พอแค่นี้” (ผู้ฟังอาจไม่เข้าใจเจตนาว่าผู้พูดกำลังเตือนว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีถ้าทำต่อไป)
“ทุกคนต้อง...” (ผู้ฟังไม่ทันตั้งตัวว่านี่เป็นประกาศสำคัญ)

หรือบางทีใช้แค่การกระทำมันก็พอจะแสดงออกให้เข้าใจได้ แต่มันไม่ชัดเจน 100%
**หมอบอยู่กับพื้นเฉย ๆ** (คู่ต่อสู้ไม่อาจจะพอเดาได้ว่า "กำลังยอมแพ้" แต่ก็ไม่ชัดเจน)
**ยกมือไหว้** (อีกฝ่ายอาจไม่แน่ใจ 100% ว่ากำลังขอโทษ)

สำหรับสองตัวอย่างสุดท้ายถ้าไม่พูดออกมาก็พอจะแสดงออกได้โดยใช้สัญลักษณ์หรือท่าทาง แต่ส่วนมากเราก็เข้าใจได้แหละว่าถ้ายกมือไหว้ก็คือขอโทษ แต่ถ้าพูด performative verb ออกมาด้วยก็จะชัดเจนเลย
_______________

จริง ๆ มนุษย์เราก็ได้พัฒนาสัญลักษณ์หรือท่าทางต่าง ๆ เพื่อใช้แสดงเจตนาเหล่านี้ได้ครับ

👉🏻 จะแสดงออกถึง “การขอโทษ” ได้อย่างไร? (ก้มหัวโค้งคำนับ / ยกมือไหว้)
👉🏻 จะแสดงออกถึง “การตักเตือน” ได้อย่างไร? (ใช้น้ำเสียงต่ำและหนักแน่น)
👉🏻 จะแสดงออกถึง “การยอมรับ” ได้อย่างไร? (พยักหน้า)

แต่เนื่องจากสัญลักษณ์หรือท่าทางเหล่านี้มันไม่ได้เป็นมาตรฐานที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก ในแต่ละวัฒนธรรมก็มีการแสดงออกที่แตกต่างกันไป (เช่นคนอินเดียที่ใช้การส่ายหัวหรือโยกหัวเพื่อแสดงการยอมรับ แทนการพยักหน้าที่คนทั่วโลกใช้) การใช้ performative verbs เพื่อสื่อสารออกมาตรง ๆ เลยว่ากำลังทำอะไรอยู่จึงเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

ลองเปรียบเทียบดูครับ...

No performative verb: “It was my fault.”
With performative verb: “It was my fault. I apologise.“ (และจะยกมือไหว้ด้วยก็ได้)

No performative verb: “You shouldn’t do it.”
With performative verb: “I'm warning you not to do it.”

No performative verb: *พยักหน้า*
With performative verb: “I understand.”

แต่บางครั้งการไม่กล่าว performative verb ออกมาก็จะทำให้ข้อความทรงพลังและชัดเจนกว่าก็ได้ในบางบริบท (เช่นการให้สัญญาที่ใช้การเกี่ยวก้อยแทนการพูดว่า "สัญญานะ" ออกมาตรง ๆ) แต่บริบทก็ต้องชัดเจนและเราต้องมั่นใจในระดับหนึ่งว่าอีกฝ่ายสามารถตีความสัญลักษณ์หรือท่าทางนั้นได้ (ส่วนมากจะเป็นคนที่เติบโตมาในวัฒนธรรมเดียวกัน)
_______________

📌 แต่บางครั้งก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสื่อสารเจตนานั้นออกมาโดยไม่กล่าว performative verb ครับ เช่นการสาบาน การอุทิศบางอย่าง(ให้กับบางสิ่ง) หรือการให้อภัยใครสักคน เรามักจะพูดออกมาแบบชัดเจนเสมอ

“I swear by Almighty God that I will tell the truth, the whole truth, and nothing but the truth.” 
(ข้าพเจ้าขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าว่าจะพูดเพียงความจริง โดยไม่ปิดบัง และไม่เติมแต่งใด ๆ ทั้งสิ้น)

"I dedicate this book to my parents."
(ฉันขออุทิศหนังสือเล่มนี้ให้กับคุณพ่อและคุณแม่)

“I forgive you for what you did.”
(ผมให้อภัยในสิ่งที่คุณทำผิดไป)

มันยากที่จะสื่อสารการสาบาน อุทิศ หรือให้อภัยออกมาโดยไม่พูดตรง ๆ ครับ (แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะ) ส่วนมากถ้าเป็นเรื่องเหล่านี่เราจะพูดตรง ๆ มากกว่าการใช้สัญลักษณ์หรือท่าทาง
_______________

สุดท้ายละ... เหล่านี้คือตัวอย่างเพิ่มเติมของประโยคที่มี performative verbs อยู่
👉🏻 เป็นประโยคที่แสดงถึงการยอมรับ การอุทิศ การถอนตัว การพนัน การให้อภัย การประกาศ การท้าทาย การแต่งตั้ง การให้อนุญาต และอื่น ๆ ครับ

คำนิยาม...
Performative verbs = A specific type of verb that not only describes an action but also performs the action it describes. When someone uses a performative verb, they are not just stating a fact about an action; they are actually carrying out the action by uttering the verb.
(Performative verbs = ประเภทของคำกริยาที่ไม่เพียงแต่อธิบายการกระทำ แต่ยังเป็นการกระทำสิ่งที่อธิบายด้วย เมื่อมีคนใช้ performative verb พวกเขาไม่เพียงแต่ระบุการกระทำเท่านั้น แต่พวกเขากำลังดำเนินการนั้นอยู่ด้วยพร้อมกับที่พูด)

Accept: "I accept your apology." (ฉันยอมรับคำขอโทษ)
Concede: "I concede defeat." (ฉันขอยอมรับความพ่ายแพ้)
Dedicate: "I dedicate this book to my parents." (ฉันขออุทิศหนังสือ)
Resign: "I resign from my position." (ฉันขอลาออกจากตำแหน่ง)
Surrender: "I surrender to the authorities."  (ฉันขอยอมจำนนต่อเจ้าหน้าที่)
Bet: "I bet you $20 that it will rain tomorrow." (ฉันขอพนันว่าฝนจะตก)
Forgive: "I forgive you for your mistake." (ฉันให้อภัยคุณในความผิดพลาด)
Oath: "I swear to tell the truth." (ฉันสาบานว่าจะพูดความจริง)
Warn: "I warn you to be careful." (ฉันขอตักเตือนให้ระวัง)
Authorise: "I authorise the payment." (ฉันอนุมัติให้จ่ายเงิน)
Condemn: "I condemn the actions of the perpetrators." (ฉันขอประณามการกระทำของผู้กระทำผิด)
Challenge: "I challenge you to a duel." (ฉันท้าคุณมาประลอง)
Declare: "I declare the event officially open." (ฉันขอประกาศว่าเปิดอย่างเป็นทางการ)
Wish: "I wish you a happy birthday." (ฉันขออวยพรวันเกิดให้คุณ)
Crown: "I crown you the champion." (ฉันแต่งตั้ง/ประกาศให้คุณเป็นผู้ชนะ)

ล้วนแล้วแต่เป็น performative verb ทั้งสิ้น (ต้องกล่าวกริยานั้นออกมาถึงจะ perform ได้) ในภาษาไทยเวลาจะใช้ perfomative verb ก็มักจะขึ้นต้นประโยคด้วยการบอกว่า "ฉันขอ..." นั่นเอง
_______________

“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่