ความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับ “adverbs” หรือกริยาวิเศษณ์ (หากคิดว่าเข้าใจเรื่องนี้ดีแล้ว ข้ามไปย่อหน้าที่สองเลยครับ.... although I recommend you read it all from the start!)
จริง ๆ เรื่อง adverbs มาจากหัวข้อที่ใหญ่กว่าคือ “adverbials” (ไม่มีชื่อภาษาไทย คุณครูส่วนมากเรื่องมันว่า กริยาวิเศษณ์ ทับซ้อนกับ adverbs เลย แต่จริง ๆ มันมีความละเอียดที่เราต้องจำแนกให้ได้)
Adverbials คือส่วนประกอบของประโยคที่บอกเราว่าบางอย่างมันเกิดขึ้น “อย่างไร” “เมื่อใด” และ “ที่ไหน”
คำและวลีเหล่านี้ คือ adverbials ครับ...
“He reads the article CAREFULLY.”
(To do something carefully = ทำด้วยความตั้งใจ)
“YESTERDAY he read two articles.”
(Yesterday… = เกิดขึ้นเมื่อวาน)
He found those articles ON A WEBSITE.
(To find something on a website = เจออยู่บนเว็บไซต์)
โดยส่วนมาก adverbials ที่เราเจอก็จะเป็น adverbs แบบที่เราคุ้นเคยนี่แหละครับ มักจะมาเป็นคำหนึ่งคำ (เช่น carefully, quickly, there, always) แต่ adverbials ยังรวมไปถึงวลีอย่าง prepositional phrases ด้วย (มันก็คือ adverbial phrase ที่ขึ้นต้นด้วย preposition นั่นเองครับ เช่น in the end หรือ around the world)
_______________
เบื้องต้นเรามาจำแนก adverbial ให้เข้าใจตรงว่ามันมีกี่แบบ กี่ประเภท ให้ครอบคลุมให้ได้มากที่สุดก่อน
จำแนกแบบง่ายที่สุด...
- Adverbial มีสองแบบ แบบเป็นคำ กับแบบเป็นวลี
- แบบเป็นคำ เราเรียก adverb ส่วนแบบเป็นวลีเราเรียก adverbial phrase
📌 Adverbials (แบบเป็นคำ) จำแนกออกดังนี้ (เชื่อว่าเราทุกคนเคยผ่านการท่องมันมาแล้ว)
1. Adverbs of manner อธิบายว่าบางอย่างเกิดขึ้นอย่างไร adverb ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ quickly (อย่างรวดเร็ว), beautifully (อย่างงดงาม), easily (อย่างง่ายดาย) เป็นต้น
2. Adverbs of place/time อธิบายว่าบางอย่างเกิดขึ้นที่ไหนหรือเมื่อใด เช่น here, there, outside, now, early, soon เป็นต้น (บางตำราอาจแยก adverbs of place และ adverbs of time ออกจากกันเป็นคนละหัวข้อ ซึ่งก็ไม่ได้มีนัยสำคัญใด ๆ ครับ)
3. Adverbs of frequency (ผมไม่อธิบายแล้ว) เช่น always (ตลอด), occasionally (บ้าง), never (ไม่เลย) เป็นต้น
4. Adverbs of degree อธิบายว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นในระดับไหน เราจึงจะเห็น adverbs of degree (ได้แก่ very, a bit, quite, somewhat) ไปวางข้างหน้า adverbs of manner อีกที เช่น very quickly, quite beautifully, somewhat easily เป็นต้น
บางตำรา (ที่เจาะลึกหน่อย) อาจเพิ่ม adverbs กลุ่มนี้มาด้วยครับ...
5. Adverbs of certainty อธิบายถึงความแน่ใจหรือความมั่นใจของผู้พูด (หรือของเหตุการณ์นั้น) เช่น probably (อาจจะ), surely (แน่นอน) definitely (เป็นแน่แท้) เป็นต้น
บางตำราอาจไปไกลกว่านั้นครับ เพิ่มมาอีกกลุ่ม!
6. Adverbs of negation เป็นการปฏิเสธหรือแสดงความไม่พอใจ (หรือการแสดงความตรงข้าม หรือหายไปของบางอย่าง) ให้การกระทำใดหนึ่ง เช่น hardly (แทบจะไม่), poorly (อย่างแย่), without (โดยปราศจาก) และคำที่เราเจอบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้คือ not (ไม่) นั่นเอง
เมื่อพูดถึง adverbs สองกลุ่มสุดท้ายนี้ทีไร อาจารย์สอนภาษาอังกฤษสายแกรมมาร์ต้องถกกันเสมอว่าสองกลุ่มนี้แท้จริงมันสามารถถูกจัดให้อยู่ในหนึ่งในห้ากลุ่มข้างบนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแยกออกมา
_______________
สรุปคือโดยส่วนมาก เราแยก adverbs ออกเป็นห้ากลุ่มคือ
1) Adverbs of manner (เจอบ่อยสุด)
2) Adverbs of place
3) Adverbs of time* (บางทีรวมอยู่กับกลุ่มที่สอง)
4) Adverbs of frequency
5) Adverbs of degree
และในแบบที่ละเอียดขึ้นมาอีก เราเพิ่มมาอีกสองกลุ่ม
6) Adverbs of certainly
7) Adverbs of negation
_______________
Adverbials ทั้ง 5 กลุ่ม(หลัก)ที่เราพูดถึงนี้ มักจะอยู่แค่ในระดับคำ (adverbs) ครับ
📌 ส่วน adverbials ในระดับวลี (adverbial phrase) ที่ควรรู้จักไว้มีดังนี้
1. Adverbial phrases of manner เช่น with great care (ด้วยความตั้งใจยิ่ง), in a hurry. (อย่างรีบเร่ง), without hesitation (โดยไม่ลังเล) เป็นต้น
2. Adverbial phrases of place เช่น in the kitchen (ในห้องครัว), on the rooftop (บนชั้นดาดฟ้า), at the campus (ที่มหาวิทยาลัย) เป็นต้น
3. Adverbial phrases of time เช่น in the morning (ในตอนเช้า), during the meeting (ระหว่างประชุม), after the show (หลังจบการแสดง) เป็นต้น
4 Adverbial phrases of frequency เช่น twice a week (สองครั้งต่อสัปดาห์), every now and then (เป็นครั้งครา), once in a while (นาน ๆ ที) เป็นต้น
5. Adverbial phrase of degree เช่น to a great extent (เป็นอย่างมาก), in moderation (แบบพอประมาณ), with great enthusiasm (โดยความกระตือรือร้นอย่างสูง)
โดยส่วนมาก adverbial phrase เหล่านี้ มันก็คือ prepositional phrase นั่นเองครับ
_______________
ซึ่งบางตำราเนี่ย ปรมาจารย์บางท่านได้จำแนก adverbial phrases ออกเป็น 10 กลุ่มครับ! แต่ผมว่าแค่นี้ก็เยอะแล้วนะ แต่ถึงกระนั้นก็ขออธิบายไว้สั้น ๆ ดังก่อนจบครับ
6. Adverbial phrases of condition อธิบายถึงเงื่อนใขในการกระทำบางอย่าง เช่น in case of emergency (ในกรณีฉุกเฉิน) หรือ with your permission (หากคุณอนุญาต) เป็นต้น
7. Adverbial phrases of purpose อธิบายถึงจุดประสงค์ของการกระทำบางอย่าง เช่น in order to succeed (เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ), for the sake of love (เพื่อความรัก), with the intention of assisting (ด้วยเจตนาที่จะช่วยเหลือ) เป็นต้น
8. Adverbial phrases of result อธิบายถึงผลลัพธ์ของการกระทำบางอย่าง เช่น in such a way that (จนทำให้เกิด)
9. Adverbial phrases of comparison โฟกัสที่การเปรียบเทียบ action ของคน ๆ หนึ่งกับอีกคน (หรือเปรียบเทียบ action ต่าง ๆ ของตัวเขาเอง) เช่น less than usual (น้อยกว่าปกติ) หรือ more than I expected (มากกว่าที่ฉันคาดไว้) เป็นต้น
10. Adverbial phrases of contrast โฟกัสที่ความขัดแย้งของการกระทำ เช่น on the contrary (ในทางตรงกันข้าม) หรือ unlike his brother (ต่างจากพี่ชายของเขา) เป็นต้น
ในอนาคตผมจะมาแนะนำการเอาวลีเหล่านี้ไปแต่งประโยคให้ฟังดู professional และไพเราะมากขึ้นครับ
_______________
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC.
ทำความเข้าใจ "adverbs" และ "adverbials"
จริง ๆ เรื่อง adverbs มาจากหัวข้อที่ใหญ่กว่าคือ “adverbials” (ไม่มีชื่อภาษาไทย คุณครูส่วนมากเรื่องมันว่า กริยาวิเศษณ์ ทับซ้อนกับ adverbs เลย แต่จริง ๆ มันมีความละเอียดที่เราต้องจำแนกให้ได้)
Adverbials คือส่วนประกอบของประโยคที่บอกเราว่าบางอย่างมันเกิดขึ้น “อย่างไร” “เมื่อใด” และ “ที่ไหน”
คำและวลีเหล่านี้ คือ adverbials ครับ...
“He reads the article CAREFULLY.”
(To do something carefully = ทำด้วยความตั้งใจ)
“YESTERDAY he read two articles.”
(Yesterday… = เกิดขึ้นเมื่อวาน)
He found those articles ON A WEBSITE.
(To find something on a website = เจออยู่บนเว็บไซต์)
โดยส่วนมาก adverbials ที่เราเจอก็จะเป็น adverbs แบบที่เราคุ้นเคยนี่แหละครับ มักจะมาเป็นคำหนึ่งคำ (เช่น carefully, quickly, there, always) แต่ adverbials ยังรวมไปถึงวลีอย่าง prepositional phrases ด้วย (มันก็คือ adverbial phrase ที่ขึ้นต้นด้วย preposition นั่นเองครับ เช่น in the end หรือ around the world)
_______________
เบื้องต้นเรามาจำแนก adverbial ให้เข้าใจตรงว่ามันมีกี่แบบ กี่ประเภท ให้ครอบคลุมให้ได้มากที่สุดก่อน
จำแนกแบบง่ายที่สุด...
- Adverbial มีสองแบบ แบบเป็นคำ กับแบบเป็นวลี
- แบบเป็นคำ เราเรียก adverb ส่วนแบบเป็นวลีเราเรียก adverbial phrase
📌 Adverbials (แบบเป็นคำ) จำแนกออกดังนี้ (เชื่อว่าเราทุกคนเคยผ่านการท่องมันมาแล้ว)
1. Adverbs of manner อธิบายว่าบางอย่างเกิดขึ้นอย่างไร adverb ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ quickly (อย่างรวดเร็ว), beautifully (อย่างงดงาม), easily (อย่างง่ายดาย) เป็นต้น
2. Adverbs of place/time อธิบายว่าบางอย่างเกิดขึ้นที่ไหนหรือเมื่อใด เช่น here, there, outside, now, early, soon เป็นต้น (บางตำราอาจแยก adverbs of place และ adverbs of time ออกจากกันเป็นคนละหัวข้อ ซึ่งก็ไม่ได้มีนัยสำคัญใด ๆ ครับ)
3. Adverbs of frequency (ผมไม่อธิบายแล้ว) เช่น always (ตลอด), occasionally (บ้าง), never (ไม่เลย) เป็นต้น
4. Adverbs of degree อธิบายว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นในระดับไหน เราจึงจะเห็น adverbs of degree (ได้แก่ very, a bit, quite, somewhat) ไปวางข้างหน้า adverbs of manner อีกที เช่น very quickly, quite beautifully, somewhat easily เป็นต้น
บางตำรา (ที่เจาะลึกหน่อย) อาจเพิ่ม adverbs กลุ่มนี้มาด้วยครับ...
5. Adverbs of certainty อธิบายถึงความแน่ใจหรือความมั่นใจของผู้พูด (หรือของเหตุการณ์นั้น) เช่น probably (อาจจะ), surely (แน่นอน) definitely (เป็นแน่แท้) เป็นต้น
บางตำราอาจไปไกลกว่านั้นครับ เพิ่มมาอีกกลุ่ม!
6. Adverbs of negation เป็นการปฏิเสธหรือแสดงความไม่พอใจ (หรือการแสดงความตรงข้าม หรือหายไปของบางอย่าง) ให้การกระทำใดหนึ่ง เช่น hardly (แทบจะไม่), poorly (อย่างแย่), without (โดยปราศจาก) และคำที่เราเจอบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้คือ not (ไม่) นั่นเอง
เมื่อพูดถึง adverbs สองกลุ่มสุดท้ายนี้ทีไร อาจารย์สอนภาษาอังกฤษสายแกรมมาร์ต้องถกกันเสมอว่าสองกลุ่มนี้แท้จริงมันสามารถถูกจัดให้อยู่ในหนึ่งในห้ากลุ่มข้างบนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแยกออกมา
_______________
สรุปคือโดยส่วนมาก เราแยก adverbs ออกเป็นห้ากลุ่มคือ
1) Adverbs of manner (เจอบ่อยสุด)
2) Adverbs of place
3) Adverbs of time* (บางทีรวมอยู่กับกลุ่มที่สอง)
4) Adverbs of frequency
5) Adverbs of degree
และในแบบที่ละเอียดขึ้นมาอีก เราเพิ่มมาอีกสองกลุ่ม
6) Adverbs of certainly
7) Adverbs of negation
_______________
Adverbials ทั้ง 5 กลุ่ม(หลัก)ที่เราพูดถึงนี้ มักจะอยู่แค่ในระดับคำ (adverbs) ครับ
📌 ส่วน adverbials ในระดับวลี (adverbial phrase) ที่ควรรู้จักไว้มีดังนี้
1. Adverbial phrases of manner เช่น with great care (ด้วยความตั้งใจยิ่ง), in a hurry. (อย่างรีบเร่ง), without hesitation (โดยไม่ลังเล) เป็นต้น
2. Adverbial phrases of place เช่น in the kitchen (ในห้องครัว), on the rooftop (บนชั้นดาดฟ้า), at the campus (ที่มหาวิทยาลัย) เป็นต้น
3. Adverbial phrases of time เช่น in the morning (ในตอนเช้า), during the meeting (ระหว่างประชุม), after the show (หลังจบการแสดง) เป็นต้น
4 Adverbial phrases of frequency เช่น twice a week (สองครั้งต่อสัปดาห์), every now and then (เป็นครั้งครา), once in a while (นาน ๆ ที) เป็นต้น
5. Adverbial phrase of degree เช่น to a great extent (เป็นอย่างมาก), in moderation (แบบพอประมาณ), with great enthusiasm (โดยความกระตือรือร้นอย่างสูง)
โดยส่วนมาก adverbial phrase เหล่านี้ มันก็คือ prepositional phrase นั่นเองครับ
_______________
ซึ่งบางตำราเนี่ย ปรมาจารย์บางท่านได้จำแนก adverbial phrases ออกเป็น 10 กลุ่มครับ! แต่ผมว่าแค่นี้ก็เยอะแล้วนะ แต่ถึงกระนั้นก็ขออธิบายไว้สั้น ๆ ดังก่อนจบครับ
6. Adverbial phrases of condition อธิบายถึงเงื่อนใขในการกระทำบางอย่าง เช่น in case of emergency (ในกรณีฉุกเฉิน) หรือ with your permission (หากคุณอนุญาต) เป็นต้น
7. Adverbial phrases of purpose อธิบายถึงจุดประสงค์ของการกระทำบางอย่าง เช่น in order to succeed (เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ), for the sake of love (เพื่อความรัก), with the intention of assisting (ด้วยเจตนาที่จะช่วยเหลือ) เป็นต้น
8. Adverbial phrases of result อธิบายถึงผลลัพธ์ของการกระทำบางอย่าง เช่น in such a way that (จนทำให้เกิด)
9. Adverbial phrases of comparison โฟกัสที่การเปรียบเทียบ action ของคน ๆ หนึ่งกับอีกคน (หรือเปรียบเทียบ action ต่าง ๆ ของตัวเขาเอง) เช่น less than usual (น้อยกว่าปกติ) หรือ more than I expected (มากกว่าที่ฉันคาดไว้) เป็นต้น
10. Adverbial phrases of contrast โฟกัสที่ความขัดแย้งของการกระทำ เช่น on the contrary (ในทางตรงกันข้าม) หรือ unlike his brother (ต่างจากพี่ชายของเขา) เป็นต้น
ในอนาคตผมจะมาแนะนำการเอาวลีเหล่านี้ไปแต่งประโยคให้ฟังดู professional และไพเราะมากขึ้นครับ
_______________
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC.