ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology)
งานวิจัยฉบับนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-Methods Research Design) ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เพื่อประเมินผลกระทบของ
การลงทุนด้านการศึกษา พ.ศ. 2538–2540 ซึ่งริเริ่มและออกแบบโดย
ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ต่อผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยในช่วงปี
2543–2555 รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงระบบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตาม
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
1. รูปแบบการวิจัย (Research Design)
งานวิจัยใช้รูปแบบ
การวิจัยเชิงประจักษ์ (Empirical Research)
การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบเชิงนโยบาย (Comparative Policy Analysis)
การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Impact Evaluation)
การวิเคราะห์โครงสร้างระบบ (System Architecture Analysis)
โดยบูรณาการข้อมูลเศรษฐกิจระดับประเทศเข้ากับข้อมูลเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษา เพื่อระบุกลไกสาเหตุ–ผลลัพธ์ของ “การลงทุนด้านทุนมนุษย์ครั้งประวัติศาสตร์”
2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง (Population and Sample)
2.1 ประชากรวิจัย
เด็กและเยาวชนกลุ่ม
4.35 ล้านคน อายุ 3–17 ปี ที่ได้รับโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษาในปี 2540
ประชากรไทยทั้งระบบที่ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากแรงงานรุ่นใหม่ในช่วงปี 2543–2555
2.2 ช่วงวัยที่ใช้วิเคราะห์ผลผลิตทางเศรษฐกิจ
แบ่งตามกลุ่มอายุ ณ ปี 2540 ได้แก่
กลุ่ม 15–17 ปี จำนวน 2,000,000 คน
กลุ่ม 12–14 ปี จำนวน 1,000,000 คน
เพื่อประเมินมูลค่าผลผลิต (GDP Contribution) เมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานตามปีที่คาดหมาย
3. ชนิดข้อมูลและแหล่งข้อมูล (Data Types and Sources)
3.1 ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data)
ใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) จากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
UNESCO, World Bank, ADB, ERIC
ข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วย
GDP รายปี, GDP per Worker
ผลผลิตแรงงานตามช่วงอายุ
ข้อมูลโครงสร้างประชากร
อัตราการเข้าเรียนและคุณภาพผลลัพธ์ทางการศึกษา
โครงสร้างการจัดการศึกษาและงบประมาณ
3.2 ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data)
เอกสารนโยบาย พ.ศ. 2538–2540
รายงานการปฏิรูปการศึกษา
รายงานขององค์กรระหว่างประเทศ
คำอธิบายกรอบแนวคิดของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์
เอกสารวิเคราะห์ผลกระทบของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection Procedures)
รวบรวมข้อมูลเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาปี 2538–2540
เช่น การกระจายอำนาจ, ระบบโรงเรียนนิติบุคคล, การจัดสรรทรัพยากร, บริการครบวงจรให้เด็กยากจน
รวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคช่วงปี 2540–2565
เพื่อระบุช่วงเวลาที่ผลของทุนมนุษย์ปรากฏจริง (lag between investment and outcome)
วิเคราะห์งานวิจัยสากล
เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของแนวคิดสุขวิชโนมิกส์กับทฤษฎีทุนมนุษย์และแนวโน้มสากล
5. วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis Methods)
5.1 การวิเคราะห์เชิงปริมาณ
5.1.1 การคำนวณมูลค่าผลผลิตแรงงาน (GDP Contribution)
โดยทำการคำนวณ
แยกตามกลุ่มอายุแรงงาน เพื่อสะท้อนความแตกต่างด้านผลิตภาพแรงงานในแต่ละช่วงอายุ ทั้งนี้ การแยกกลุ่มอายุช่วยให้สามารถ
ระบุและประเมินผลของผลิตภาพแรงงานที่เกิดจากการลงทุนในปี พ.ศ. 2540 ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนด้านทุนมนุษย์ซึ่งส่งผลต่อศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานในระยะยาว
5.1.2 การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Impact Evaluation)
ใช้แนวทาง
Counterfactual Analysis
Difference-in-Trends Approach
Cost–Benefit Analysis
เพื่อเปรียบเทียบ GDP จริงกับ GDP ที่คาดหมายหากไม่มีการลงทุนด้านทุนมนุษย์
5.1.3 การวิเคราะห์ช่วงเวลาการตอบสนองของทุนมนุษย์ (Human Capital Lag Structure)
อาศัยกรอบของ Romer–Lucas คาดผลกระทบ 6–9 ปีหลังการลงทุน และเทียบกับข้อมูลจริงช่วง 2546–2555
5.2 การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ
ใช้เทคนิค
Thematic Analysis
Document Analysis
Comparative Policy Analysis
โดยวิเคราะห์เอกสารนโยบายของไทยเทียบกับโมเดลฟินแลนด์และประเทศ OECD เพื่อประเมินความสอดคล้องเชิงระบบและต้นทุนเชิงโอกาส (Opportunity Cost) ที่เกิดขึ้นหลัง พ.ร.บ. 2542
6. การตรวจสอบคุณภาพงานวิจัย (Validity and Reliability)
6.1 เชิงปริมาณ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากแหล่งราชการและสากล
ใช้การเปรียบเทียบหลายชุดข้อมูล (Triangulation of Data Sources)
ความสอดคล้องของแบบจำลองกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์
6.2 เชิงคุณภาพ
ตรวจสอบความเป็นเอกภาพของประเด็น (Thematic Consistency)
Peer Review จากงานวิจัยสากล
การอ้างอิงเอกสารตามมาตรฐาน APA/Chicago
7. ข้อจำกัดของการวิจัย (Limitations)
ข้อมูลแรงงานแยกตามอายุอาจมีความคลาดเคลื่อนในบางปี
การประเมินผลกระทบเชิงระบบอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น วัฏจักรเศรษฐกิจ
ผลกระทบของ พ.ร.บ. 2542 เป็นผลรวมของหลายองค์ประกอบด้านสถาบัน (institutional factors)
8. จริยธรรมการวิจัย (Research Ethics)
งานวิจัยนี้เคารพต่อ
ข้อมูลสาธารณะและความโปร่งใส
หลักการอ้างอิงข้อมูลอย่างถูกต้อง
การให้เกียรติและยกย่องผลงานเชิงสาธารณะของ
ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ด้วยความถูกต้องตามหลักฐานและความเป็นกลางทางวิชาการ
ยุคทองของเศรษฐกิจไทย ตอนที่ 3
งานวิจัยฉบับนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-Methods Research Design) ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เพื่อประเมินผลกระทบของ การลงทุนด้านการศึกษา พ.ศ. 2538–2540 ซึ่งริเริ่มและออกแบบโดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ต่อผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยในช่วงปี 2543–2555 รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงระบบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
1. รูปแบบการวิจัย (Research Design)
งานวิจัยใช้รูปแบบ
การวิจัยเชิงประจักษ์ (Empirical Research)
การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบเชิงนโยบาย (Comparative Policy Analysis)
การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Impact Evaluation)
การวิเคราะห์โครงสร้างระบบ (System Architecture Analysis)
โดยบูรณาการข้อมูลเศรษฐกิจระดับประเทศเข้ากับข้อมูลเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษา เพื่อระบุกลไกสาเหตุ–ผลลัพธ์ของ “การลงทุนด้านทุนมนุษย์ครั้งประวัติศาสตร์”
2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง (Population and Sample)
2.1 ประชากรวิจัย
เด็กและเยาวชนกลุ่ม 4.35 ล้านคน อายุ 3–17 ปี ที่ได้รับโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษาในปี 2540
ประชากรไทยทั้งระบบที่ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจากแรงงานรุ่นใหม่ในช่วงปี 2543–2555
2.2 ช่วงวัยที่ใช้วิเคราะห์ผลผลิตทางเศรษฐกิจ
แบ่งตามกลุ่มอายุ ณ ปี 2540 ได้แก่
กลุ่ม 15–17 ปี จำนวน 2,000,000 คน
กลุ่ม 12–14 ปี จำนวน 1,000,000 คน
เพื่อประเมินมูลค่าผลผลิต (GDP Contribution) เมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานตามปีที่คาดหมาย
3. ชนิดข้อมูลและแหล่งข้อมูล (Data Types and Sources)
3.1 ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data)
ใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) จากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
UNESCO, World Bank, ADB, ERIC
ข้อมูลที่ใช้ประกอบด้วย
GDP รายปี, GDP per Worker
ผลผลิตแรงงานตามช่วงอายุ
ข้อมูลโครงสร้างประชากร
อัตราการเข้าเรียนและคุณภาพผลลัพธ์ทางการศึกษา
โครงสร้างการจัดการศึกษาและงบประมาณ
3.2 ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data)
เอกสารนโยบาย พ.ศ. 2538–2540
รายงานการปฏิรูปการศึกษา
รายงานขององค์กรระหว่างประเทศ
คำอธิบายกรอบแนวคิดของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์
เอกสารวิเคราะห์ผลกระทบของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection Procedures)
รวบรวมข้อมูลเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาปี 2538–2540
เช่น การกระจายอำนาจ, ระบบโรงเรียนนิติบุคคล, การจัดสรรทรัพยากร, บริการครบวงจรให้เด็กยากจน
รวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคช่วงปี 2540–2565
เพื่อระบุช่วงเวลาที่ผลของทุนมนุษย์ปรากฏจริง (lag between investment and outcome)
วิเคราะห์งานวิจัยสากล
เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของแนวคิดสุขวิชโนมิกส์กับทฤษฎีทุนมนุษย์และแนวโน้มสากล
5. วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis Methods)
5.1 การวิเคราะห์เชิงปริมาณ
5.1.1 การคำนวณมูลค่าผลผลิตแรงงาน (GDP Contribution)
โดยทำการคำนวณ แยกตามกลุ่มอายุแรงงาน เพื่อสะท้อนความแตกต่างด้านผลิตภาพแรงงานในแต่ละช่วงอายุ ทั้งนี้ การแยกกลุ่มอายุช่วยให้สามารถ ระบุและประเมินผลของผลิตภาพแรงงานที่เกิดจากการลงทุนในปี พ.ศ. 2540 ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนด้านทุนมนุษย์ซึ่งส่งผลต่อศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานในระยะยาว
5.1.2 การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Impact Evaluation)
ใช้แนวทาง
Counterfactual Analysis
Difference-in-Trends Approach
Cost–Benefit Analysis
เพื่อเปรียบเทียบ GDP จริงกับ GDP ที่คาดหมายหากไม่มีการลงทุนด้านทุนมนุษย์
5.1.3 การวิเคราะห์ช่วงเวลาการตอบสนองของทุนมนุษย์ (Human Capital Lag Structure)
อาศัยกรอบของ Romer–Lucas คาดผลกระทบ 6–9 ปีหลังการลงทุน และเทียบกับข้อมูลจริงช่วง 2546–2555
5.2 การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ
ใช้เทคนิค
Thematic Analysis
Document Analysis
Comparative Policy Analysis
โดยวิเคราะห์เอกสารนโยบายของไทยเทียบกับโมเดลฟินแลนด์และประเทศ OECD เพื่อประเมินความสอดคล้องเชิงระบบและต้นทุนเชิงโอกาส (Opportunity Cost) ที่เกิดขึ้นหลัง พ.ร.บ. 2542
6. การตรวจสอบคุณภาพงานวิจัย (Validity and Reliability)
6.1 เชิงปริมาณ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากแหล่งราชการและสากล
ใช้การเปรียบเทียบหลายชุดข้อมูล (Triangulation of Data Sources)
ความสอดคล้องของแบบจำลองกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์
6.2 เชิงคุณภาพ
ตรวจสอบความเป็นเอกภาพของประเด็น (Thematic Consistency)
Peer Review จากงานวิจัยสากล
การอ้างอิงเอกสารตามมาตรฐาน APA/Chicago
7. ข้อจำกัดของการวิจัย (Limitations)
ข้อมูลแรงงานแยกตามอายุอาจมีความคลาดเคลื่อนในบางปี
การประเมินผลกระทบเชิงระบบอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น วัฏจักรเศรษฐกิจ
ผลกระทบของ พ.ร.บ. 2542 เป็นผลรวมของหลายองค์ประกอบด้านสถาบัน (institutional factors)
8. จริยธรรมการวิจัย (Research Ethics)
งานวิจัยนี้เคารพต่อ
ข้อมูลสาธารณะและความโปร่งใส
หลักการอ้างอิงข้อมูลอย่างถูกต้อง
การให้เกียรติและยกย่องผลงานเชิงสาธารณะของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ด้วยความถูกต้องตามหลักฐานและความเป็นกลางทางวิชาการ