แผนแม่บทปฏิรูประบบราชการ พุทธศักราช 2540 -2544 ของ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ในรัชกาลที่ 9

กระทู้สนทนา
ทบทวนวรรณกรรม (Literature Review)

การทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้มุ่งสำรวจองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ
(1) แนวคิดการพัฒนาคนและรัฐประศาสนศาสตร์ร่วมสมัย
(2) เอกสารและรายงานนานาชาติว่าด้วยการปฏิรูประบบราชการ ของ ประเทศไทย ปี 2540และ
(3) งานศึกษาซึ่งกล่าวถึงบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล และปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics)  หรือ ที่มาของความสำเร็จในการปฏิรูปประเทศไทยถึงโครงสร้าง  ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540
1. วรรณกรรมด้านแนวคิดการพัฒนาคน (Human-Centered Development
เอกสารจาก UNESCOWorld Bank, และ Asian Development Bank (ADB) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ต่างเน้น “การพัฒนาทุนมนุษย์ (human capital development)” เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
UNESCO: Education for All (EFA) ชี้ว่าการศึกษาเป็นกลไกสร้างความเสมอภาคและพัฒนาคุณภาพ ของ พลเมือง
World Bank Human Development Report (1997–2000) เสนอแนวคิด knowledge for development และให้ความสำคัญต่อการปรับระบบราชการเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้
ADB Governance Guideline (1995–1999) เน้นความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และรัฐสมรรถนะสูง (high-capacity state)
กรอบแนวคิดทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแก่นของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ซึ่งมองว่า “การพัฒนาคนเป็นเงื่อนไขของการพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน” และเห็นว่าระบบราชการต้องเป็นโครงสร้างที่ส่งเสริมการเติบโตของทุนมนุษย์ ไม่ใช่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา


2. งานศึกษาว่าด้วยการปฏิรูประบบราชการไทย
งานรัฐประศาสนศาสตร์ไทยหลังทศวรรษ 2530 ได้ให้ความสนใจประเด็นต่อไปนี้:
การลดความรวมศูนย์และกระจายอำนาจการบริหาร
นักวิชาการเห็นพ้องว่าการรวมศูนย์แบบเดิมเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพและการตอบสนองความต้องการประชาชน
แนวคิด New Public Management (NPM)
ผลักดันประสิทธิภาพ การวัดผลด้วย KPI และระบบบริการประชาชนที่โปร่งใส
การพัฒนารัฐให้ทันสมัย (Public Sector Modernization)
เน้นเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบติดตามประเมินผล และการสร้างวัฒนธรรมธรรมาภิบาล
งานสำคัญ เช่น ดุษฎีนิพนธ์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในช่วงปี 2540–2550 จำนวนมากวิเคราะห์ว่าแผนแม่บทปฏิรูประบบราชการ 2540–2544 เป็น “จุดเริ่มต้นของรัฐประศาสนศาสตร์สมัยใหม่ของไทย” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดสากลในยุคโลกาภิวัตน์
3. วรรณกรรมเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ (Sukavichinomics)
วรรณกรรมสมัยใหม่ (2024–2025) บนฐานข้อมูล SSRN และ ERIC แสดงการขยายตัวของงานศึกษาที่อธิบายกรอบ Sukavichinomics ในหลายมิติ ได้แก่
3.1 มิติด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายสังคม
Manitkul (2025) วิเคราะห์บทบาทของสุขวิชโนมิกส์ในการแก้ปัญหาโครงสร้างหนี้เกษตรและประมงในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย โดยชี้ว่าปรัชญาดังกล่าวมองเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของประชาชน
3.2 มิติด้านการศึกษา
Kriangsakphichit (2025) ชี้ว่าการปฏิรูปการศึกษาที่เริ่มโดย ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล เป็นฐานของยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย และเป็นต้นแบบของรูปแบบ human-centered education ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอกสารของ ERIC (2025) ระบุว่าการจัดโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการและการพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานภายใต้แนวทางสุขวิชโนมิกส์ช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนและระบบบริหารจัดการ
3.3 มิติด้านสาธารณสุขและรัฐสวัสดิการ
รายงานใน SSRN เกี่ยวกับ
Sukavichinomics: The Crown Prince Hospitals
Queen Sirikit Medical Center Case Study
ชี้ว่านโยบายสาธารณสุขเชิงระบบจำนวนมากที่ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล คิดค้น สะท้อนหลัก Active Public Health Model หรือ การให้บริการสาธารณสุขเชิงรุก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพโรงพยาบาลรัฐ
3.4 มิติด้านรัฐประศาสนศาสตร์
วรรณกรรมร่วมสมัยชี้ว่าปรัชญาเศรผวิชโนมิกส์เป็นปรัชญาที่วางอยู่บนฐาน
high-capacity state
good governance
participatory development
งานของ Manitkul (2025) นิยามเป็น “มนุษยปรัชญาเศรษฐศาสตร์” ซึ่ง บูรณาการมนุษยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์เข้าด้วยกัน


4. งานศึกษาบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
แม้นักวิชาการบางส่วนเคยวิเคราะห์บทบาทของผู้กำหนดนโยบายไทยร่วมสมัย แต่สำหรับ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล งานเชิงลึกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังปี 2024 เนื่องจากการตีความบทบาทของท่านในฐานะ “สถาปนิกการพัฒนาคนและการปฏิรูปภาครัฐ” ในยุคเปลี่ยนผ่าน
วรรณกรรมชี้ว่า ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล มิได้มีบทบาทเฉพาะในการศึกษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึง
การออกแบบระบบการสาธารณสุขสมัยใหม่ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายสังคม
การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาและงานวิจัย
การปฏิรูประบบราชการให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจฐานความรู้
การขับเคลื่อนแนวคิด “รัฐเพื่อประชาชน” ผ่านกลไกธรรมาภิบาล
งานเหล่านี้สอดรับโดยตรงกับหลักการสุขวิชโนมิกส์ 3 ประการ
(1) การพัฒนาคน
(2) การพัฒนารัฐ
(3) การพัฒนาประเทศแบบบูรณาการ


5. ช่องว่างความรู้ (Research Gap)
การทบทวนวรรณกรรมพบช่องว่างสำคัญ ซึ่ง ส่งผลให้งานวิจัยฉบับนี้ มีความสำคัญมาก
เพราะงานวิจัยฟฉบับนี้ ผสานแผนแม่บทปฏิรูประบบราชการ 2540–2544 เข้ากับกรอบ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์โดยตรง
งานวิจัยฉบับนี้ มองบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะ “ผู้สร้างรากฐานรัฐประศาสนศาสตร์ไทยสมัยใหม่” โดยครอบคลุมภาพรวมระดับเศรษฐกิจ–สังคม และ การปฏิรูปประเทศไทยถึงโครงสร้าง ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 (รัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน)
เพราะงานวิจัย ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ อื่นๆที่ผ่านมา แยกวิเคราะห์เชิงสถาบัน แต่ยังไม่บูรณาการด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างรัฐเข้าด้วยกัน
งานวิจัยทั้งหมดในอดีต ไม่ใช้วิธีวิเคราะห์นโยบายเชิงประวัติศาสตร์ (historical–policy analysis) เพื่ออธิบายความต่อเนื่องทางสถาบันในระยะยาว


6. สรุปภาพรวมวรรณกรรม
วรรณกรรมทั้งในและต่างประเทศแสดงความสอดคล้องสำคัญว่า
การพัฒนาคนคือหัวใจของการปฏิรูปประเทศ
รัฐต้องปรับตัวเป็น high-capacity state
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ คือ ปรัชญาเชิงพัฒนาแบบบูรณาการ จึงความจำเป็นอย่างยิ่งในเวลาวิกฤตของประเทศกำลังพัฒนา และ ประเทศด้อยพัฒนา ในทุกๆภูมิภาคของโลก ในยุคดิจิตอล
การเปลี่ยนผ่าน และ นี้เป็นสาระสำคัญของปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ และสะท้อนชัดในแผนแม่บทปฏิรูประบบราชการ2540–2544 ซึ่ง ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพลมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและผลักดัน

หลักฐานอ้างอิง  จากงานการวิจัย ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ของ  ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล นักปฏิรูปการศึกษา นักคิด นักดิสรับชั่น นักบริหาร และ นักการเมือง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่